ศาลล้มละลายกลางรับแผนฟื้นฟู สหกรณ์ฯ คลองจั่น – คืนหนี้ 26 ปี เตรียมกู้รัฐหมื่นล้านเดินหน้าหารายได้

นายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารลูกหนี้/ผู้ทำแผน
นายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารลูกหนี้/ผู้ทำแผน

วันที่ 21 มกราคม 2559 ศาลล้มละลายกลางอ่านคำพิพากษา คดี ฟ.20/2557 เห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น โดยระบุให้ยึดหลักการบริหารตามแนวทางของ พ.ร.บ.สหกรณ์ฯ หลังจากเคยมีคำสั่งช่วงต้นปี 2558 ให้สหกรณ์ฯ คลองจั่นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย รวมทั้งแต่งตั้งสมาชิกสหกรณ์จำนวนหนึ่งให้ร่างแผนฟื้นฟูฯ และได้รับการรับรองจากที่ประชุมเจ้าหนี้ไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 ทั้งนี้ กรณีสหกรณ์ฯ คลองจั่นถือเป็นการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์แห่งแรก และยังมีจำนวนเจ้าหนี้มากที่สุดในประศาสตร์อีกด้วย

นายประกิต พิลังกาสา ประธานคณะผู้ทำแผนฟื้นฟูสหกรณ์ฯ คลองจั่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการและสมาชิกดีใจกับคำตัดสิน โดยศาลเห็นชอบกับแผนทุกข้อ ส่วนแผนฟื้นฟูกิจการจะเริ่มบังคับใช้ทันที มีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี หลังจากนั้นจะกลับมาบริหารภายใต้ พ.ร.บ.สหกรณ์ โดยจะมีคณะผู้บริหารตามแผนฟื้นฟูที่ศาลได้แต่งตั้งตามที่ร้องขอจำนวน 5 คน และจะเริ่มปรับโครงสร้างบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นให้มีประสิทธิภาพขึ้นในทันที ส่วนแผนการชำระหนี้ซึ่งวางไว้นานสุดที่ 26 ปี ยืนยันว่าจะเริ่มชำระคืนเจ้าหนี้งวดแรก คือ เดือนมิถุนายน 2559 และงวดที่สอง เดือนธันวาคม 2559 คิดเป็นเงินกว่า 1,200 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ในส่วนของการหารายได้ตามแผนฟื้นฟู คณะผู้บริหารแผนเตรียมโครงการขอการสนับสนุนสินเชื่อภาครัฐวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา โดยโครงการจะนำเงินส่วนนี้ปล่อยกู้ต่อสหกรณ์อื่นๆ และสมาชิกของสหกรณ์ฯ คลองจั่น ซึ่งขณะนี้มีสหกรณ์จำนวน 19 แห่งติดต่อขอกู้เงินส่วนนี้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาทแล้ว และเพื่อความชัดเจนจึงเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) กับทั้ง 19 สหกรณ์ เช่น ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เป็นต้น

ส่วนของคดีความ เตรียมขอหลักฐานเช็คบริจาคที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ นำไปบริจาคกับวัดพระธรรมกายเพิ่มเติม จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยการหารือเบื้องต้นพบว่ามีเงินบริจาคเพิ่มจากเดิมราว 300 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนจะดำเนินการเหมือนครั้งก่อน ที่ได้รับเงินคืนจากการลงขันของกลุ่มลูกศิษย์วัด 684 ล้านบาทมาแล้ว เริ่มจากส่งหนังสือไปที่วัดเพื่อเจรจาขอเงินคืน แต่หากไม่สำเร็จก็จำเป็นต้องใช้วิธีการทางกฎหมายและจบที่การไกล่เกลี่ยในชั้นศาล