ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ จับมือ TAI เปิดหลักสูตร “ซ่อมบำรุงอากาศยานฯ” ตามมาตรฐาน EASA – ยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทย

เทคนิคกรุงเทพ จับมือ TAI สานหลักสูตร “ซ่อมบำรุงอากาศยานฯ” ร่วมบริษัท แอร์โร่ บิวดุง จากเยอรมัน สร้างคนมาตรฐาน EASA ตั้งงบ 200 ล้าน หนุนอุตสาหกรรมการบินไทยได้มาตรฐานสากลเป็นฮับการบินในอาเซียน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (UTK) ร่วมกับบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน ให้ได้มาตรฐานขององค์กรรับรองความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency: EASA)

พล.อ.ท.ประกิต  ศกุณสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) และดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมุงคลกรุงเทพ (ซ้ายไปขาว)
พล.อ.ท. ประกิต ศกุณสิงห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) และ ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (ซ้ายไปขวา)

ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมุงคลกรุงเทพ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอากาศยานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านหลักสูตร “ซ่อมบำรุงอากาศยาน ราชมงคลกรุงเทพ”

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานนั้นเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2556 โดยทางมหาวิทยาลัยได้หารือและทำสัญญาร่วมกับกับบริษัท แอร์โร่ บิวดุง จำกัด ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนพัฒนาและอบรมบุคลากรตามมาตรฐานของ EASA เป็นเวลา 8 ปี ที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาควบคุมกำกับดูแลการเรียนการสอนในประเทศไทย หลังจากนั้นได้ส่งคณะอาจารย์ไปอบรมที่ประเทศเยอรมันจำนวน 16 คน โดยใช้เวลาเตรียมการหลักสูตรนี้ถึง 2 ปี โดยโครงสร้างหลักสูตรทั้งหมดได้วางงบประมาณไว้จำนวน 200 ล้านบาท

“หลักสูตรซ่อมบำรุงอากาศยานฯ นี้จะมีการจัดกระบวนการสอนภายใต้มาตรฐานของ EASA ที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นจะต้องใช้สถานที่ในการฝึกจริง โดยบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด จะให้การสนับสนุนสถานที่ที่จะใช้ในการลงมือฝึกปฏิบัติภาคสนาม รวมถึงร่วมสนับสนุนการสอนในภาคปฏิบัติ เพื่อให้หลักสูตรเป็นไปตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่ EASA กำหนด” ดร.สาธิตกล่าว

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมุงคลกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดอุตสาหกรรมการบิน พบว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีการสั่งผลิตเครื่องบินเพิ่มอีกประมาณ 8,000 ลำ ในจำนวนนี้ 2,800 ลำ จะถูกนำมาใช้ในเอเชีย ซึ่งจะกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคอาเซียนถึง 1,400 ลำ จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมการบินกำลังเติบโตไปมาก แรงงานในส่วนนี้กำลังขาดแคลน เครื่องบินแต่ละลำต้องใช้ช่างและผู้ตรวจสอบจำนวนไม่น้อย

“การแข่งขันในเรื่องนี้ของไทยถือว่าช้าไป มาเลเซียเขาเริ่มมากว่า 10 ปีแล้ว หากประเทศไทยไม่ผลิตบุคลากรเองก็ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากจีน มาเลเซีย หรือประเทศอื่นๆ ที่มีการผลิตบุคลากรที่ได้รับใบรับรองจากสากล และเพื่อไม่ให้เด็กๆ ที่มีศักยภาพไปกระจุกตัวเพียงแค่อาชีพแพทย์หรือวิศวกร การถ่ายเทแรงงานมาในภาคที่ขาดแคลน มีตลาดแรงงานรองรับ จึงมีความสำคัญ ซึ่งหลักสูตรนี้ถือเป็นหลักสูตรที่ได้มาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศไทย” ดร.สาธิตกล่าว

ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ตาคลี จ.นครสวรรค์ ของTAI ที่มาภาพ : http://www.taithailand.com/
ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ตาคลี จ.นครสวรรค์ ของ TAI ที่มาภาพ: http://www.taithailand.com/

หลักสูตรดังกล่าวคาดว่าจะสามารถเปิดรับนักเรียนรุ่นแรกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 ผู้ที่จะเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรนี้จะต้องจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสายวิทย์–คณิต มีพื้นฐานภาษาอังกฤษดี โดยระยะเวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี ใน 2 ปีแรกจะเป็นการเรียนการสอนทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ อีก 2 ปีจะเป็นการเก็บประสบการณ์การทำงานในสถานที่จริง จึงจะได้ใบรับรองจาก EASA ที่จะสามารถใช้ปฏิบัติงานได้ในระดับสากล

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของ EASA ทำให้หลักสูตรดังกล่าวสามารถรองรับนักศึกษาได้เพียง 25 คน/รุ่น ทั้งนี้ ดร.สาธิตระบุว่า ขณะนี้ได้พยายามเชื่อมโยงกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีก 8 แห่งทั่วประเทศ ในการที่จะส่งบุคลากรด้านการสอนเข้าฝึกอบรมร่วมกันที่ประเทศเยอรมัน แล้วในเบื้องต้นจะดำเนินการให้หลักสูตรในมหาวิทยาลัยของตนมีความเข้มแข็งก่อนที่จะขยายไปยังเครือข่ายอื่นๆ

“ตอนนี้ทางมหาลัยอยู่ในช่วงเตรียมผู้สอนให้พร้อม ซึ่งกว่าจะผ่านการอบรมจาก EASA ในแต่ละครั้งไม่ง่าย มีบางท่านที่ไม่ผ่านก็ต้องทำการอบรมและประเมินใหม่จนกว่าจะผ่าน ปัญหาที่เราเจอคือความพร้อมด้านภาษา ส่วนนี้ก็ต้องมีการคัดกรอง แต่ในระยะยาวทางมหาลัยได้ร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ในการให้ทุนแก่เด็กที่มีความสามารถ สำหรับเรียนต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ และกลับมาสอนให้กับมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต ส่วนนี้ก็จะส่งไปทุกปี ปีละ 2 คน รองรับการขยายตัวของหลักสูตรในอนาคต ที่อาจมีการพิจารณาตั้งเป็นวิทยาลัยเฉพาะทางด้านการบินโดยตรง” ดร.สาธิตกล่าว

ด้าน พล.อ.ท. ประกิต ศกุณสิงห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) กล่าวว่า ในปี 2559 นี้จะมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การพัฒนาบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติป้อนให้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านการบินให้แก่ไทย และความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการจะก้าวไปเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานมาตรฐานสากลชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน

พล.อ.ท.ประกิต  ศกุณสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI)
พล.อ.ท. ประกิต ศกุณสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI)

“โดยทาง TAI เล็งเห็นความสำคัญของความปลอดภัยด้านอากาศยาน และหลักสูตรดังกล่าวจะช่วยฝึกอบรมบุคลากรสายงานช่างซ่อมอากาศยานภาคสนามของบริษัทอุตสาหกรรมการบินให้ได้รับมาตรฐานสากล และจะสามารถพัฒนาเป็นอาจารย์ผู้สอนร่วมในหลักสูตรซ่อมบำรุงอากาศยานของทางมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน ทาง TAI มีแนวทางที่จะสนับสนุนโควตางานสำหรับรองรับนักศึกษาที่จบจากหลักสูตรดังกล่าวเช่นกัน” พล.อ.ท. ประกิต กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่เรียนในหลักสูตรซ่อมบำรุงอากาศยานราชมงคลกรุงเทพ จะได้เข้ามาฝึกภาคสนาม จากอาจารย์ผู้สอนภาคปฎิบัติที่มีความเชี่ยวชาญของ TAI และได้ออกฝึกปฎิบัติการจริงในศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของ TAI ทั้ง 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ดอนเมือง ศูนย์ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ศูนย์กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และศูนย์จังหวัดลพบุรี

ทำความรู้จักศูนย์ซ่อมเครื่องบิน TAI – อุดเงินไหลออก

เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอากาศยานที่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กว่า 1,000 เครื่อง แต่ยังไม่มีศูนย์ซ่อมอากาศยานเปิดให้บริการโดยทั่วไป หน่วยงานที่มีอากาศยานต่างซ่อมบำรุงตามขีดความสามารถของช่างและเครื่องมือที่มีอยู่

การซ่อมบำรุงอากาศยานที่นอกเหนือกว่านั้นจะส่งซ่อมกับต่างประเทศทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 10,000 ล้านบาท ทำให้สูญเสียเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ต่างก็มีศูนย์ซ่อมอากาศยานในประเทศของตนเอง

กระทรวงคมนาคมและกองทัพอากาศได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อดำเนินการซ่อมอากาศยานเป็นส่วนรวมของประเทศ นับเป็นการใช้ทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในวันที่ 23 กันยายน 2556 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการจัดตั้งบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด เพื่อดำเนินกิจการซ่อมอากาศยานให้แก่ส่วนราชการต่างๆ โดยมุ่งมั่นให้เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานที่มีมาตรฐานสากล เพื่อจูงใจให้ต่างประเทศส่งอากาศยานมาใช้บริการศูนย์ซ่อมฯ ในประเทศไทย พร้อมทั้งได้กำหนดเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาค

บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (Thai Aviation Industries Co., Ltd.: TAI) เป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนขั้นต้น 100 ล้านบาท โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 และกองทัพอากาศ (กองทุนสวัสดิการทหารอากาศ) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 ปัจจุบันได้ปรับสัดส่วนเป็น 51:49

บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 และขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2546 รวมทั้งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2546 จากนั้นก็ได้รับการรับรองเป็นหน่วยซ่อมมาตรฐานจากกรมการบินพลเรือน (Department of Civil Aviation,) กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547

ปัจจุบัน บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน 1 ใน 3 แห่งของประเทศ นอกจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (บางกอกแอร์เวย์) ดำเนินการซ่อมเครื่องบินของกองทัพอากาศทั้งหมด รวมถึงเครื่องบินของสายการบินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินภายในประเทศอีกจำนวนหนึ่ง