ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: ปรากฏการณ์ “มาริโอ้” แชร์ภาพเกณฑ์ทหารล้นโซเชียล ขุดพฤติกรรมคนไทยในญี่ปุ่น ตั้งแต่ ”นักแสดงฮอร์โมน” ลามถึง “ญาญ่า”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 5-11 เมษายน 2558

  • ปรากฏการณ์ “มาริโอ้” แห่แชร์ภาพเกณฑ์ทหารล้นโซเชียล
  • ขุดพฤติกรรมคนไทยในญี่ปุ่น ตั้งแต่ “นักแสดงฮอร์โมน” ลามถึง “ญาญ่า”
  • ชาวเน็ตจวก “การบินไทย” ที่แท้เหตุเกิดเพราะเอเจนซี่
  • บอย ’โก บอกอยาก “ปิดอินเตอร์เน็ทกันทั้งประเทศสัก 10 ปี”
  • แม่ทัพภาค 4 ยอมรับและขออภัย กรณีวิสามัญ 4 ผู้บริสุทธิ์ กรณีทุ่งยางแดง

ปรากฏการณ์ “มาริโอ้”​ แห่งชาติ แชร์ภาพเกณฑ์ทหารล้นโซเชียล

mario
ที่มาภาพ: http://goo.gl/REBixt

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2558 เกิดกระแสกระหน่ำแชร์รูป “มาริโอ้” ​นักแสดงหนุ่ม ขณะเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินล้นโซเชียล โดย เว็บไซต์คมชัดลึก รายงานว่า มาริโอ้ เมาเร่อ หรือ นายณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์ วัย 26 ปี ได้มาเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการประจำปี 2558 หลังจากใช้สิทธิขอผ่อนผันมาครบ 5 ปีแล้ว ท่ามกลางครอบครัวและแฟนคลับที่เดินทางมาให้กำลังใจกันจนลานกิจกรรมของโรงเรียนแคบไปถนัดตา

ขณะที่ผู้ที่มาร่วมการตรวจเลือกต่างนำกล้องถ่ายภาพมาริโอ้ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงที่มาริโอ้ต้องถอดเสื้อเพื่อตรวจร่างกาย ถือว่าเป็นจุดที่หลายฝ่ายต่างให้ความสนใจ ซึ่งผลการตรวจร่างกาย มาริโอ้ แข็งแรงสมบูรณ์ดี มีความสูง 176 เซนติเมตร รอบอก 92.95 เซนติเมตร และเมื่อภาพถ่ายของมาริโอ้ ถูกนำไปแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่า มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นถึงหุ่นล่ำสันของพระเอกหนุ่มกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ มาริโอ้ ได้รับหมายเลขเรียกตรวจในลำดับที่ 314 จากผู้รายงานตัวทั้งหมด 518 คน โดยจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องลุ้นจับใบดำ-ใบแดง 190 คน เมื่อถึงลำดับของมาริโอ้ ผลออกมาได้ใบดำ รอดจาการเป็นทหารสร้างความโล่งอกให้กับครอบครัวและแฟนคลับที่รอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

วันเดียวกัน ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทยของสโมสรฟุตบอล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ วัย 27 ปี เข้าสมัครเป็นทหารกองเกิน สังกัดทหารอากาศ ผลัด 1 หลังผ่อนผันครบกำหนด โดยจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป ขณะที่การเกณฑ์ทหารที่ จ.บุรีรัมย์ นายไชยชนก ชิดชอบ อายุ 25 ปี บุตรชายคนโตของ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มาเข้าตรวจคัดเลือกทหารกองเกินด้วย โดยเจ้าตัวยื่นขอสมัครรับใช้ชาติ โดยไม่ต้องจับใบดำใบแดงเช่นเดียวกับนายธีรศิลป์ หลังจากเคยใช้สิทธิ์ขอผ่อนผันมาแล้วในช่วงที่เรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยได้อยู่ผลัดที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดทหารบกบุรีรัมย์

นายไชยชนกเผยว่า ที่ขอสมัครโดยไม่ต้องจับสลากนั้น เนื่องจากเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว อีกทั้งพ่อสนับสนุนการเป็นทหาร เพราะได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ความมีระเบียบวินัย สุขภาพร่างกายแข็งแรง และได้รับสิทธิต่างๆ จากราชการอย่างครบถ้วน

ขุดพฤติกรรมคนไทยในญี่ปุ่น ตั้งแต่​ ”นักแสดงฮอร์โมน” ลามถึง “ญาญ่า”

Screen Shot 2558-04-10 at 9.59.42 PM
ที่มาภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=DGY4DdzbtJk

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักแสดง ซีรีส์ “ฮอร์โมน” โดยมีการเปิดเพลงเสียงดัง พร้อมกับเต้นในท่าทางที่ไม่สมควรบนรถไฟใต้ดินที่ประเทศญี่ปุ่น จนมีชาวญี่ปุ่นบนรถไฟขบวนเดียวกันมองอย่างตำหนิ นอกจากนี้ยังจับดอกซากุระถ่ายรูปลงสื่อสังคมออนไลน์ ขณะเดินทางไปถ่ายทำการแสดงด้วย ซึ่งไม่มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมและวัฒนธรรมของสังคมญี่ปุ่นที่ต้องรักษามารยาทในการใช้ระบบขนส่งมวลชน จนเป็นเหตุให้ต้นสังกัดอย่างจีทีเอชต้องออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสังคม มีเนื้อหาตามภาพด้านล่าง

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/gthchannel?fref=ts
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/gthchannel?fref=ts

ทว่า ข่าวพฤติกรรมของคนไทยในญี่ปุ่นยังไม่จบที่กลุ่มนักแสดงฮอร์โมน เมื่อในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้มีการตั้งกระทู้ “แล้วที่ “ญาญ่า” ทำแบบนี้ที่ญี่ปุ่น ควรโดนตำหนิด้วยมั้ย??” เป็นกระทู้ที่นำเรื่องราวของสองนางเอก ญาญ่า อุรัสยา เเละ มิน พีชญา ขึ้นมาวิจารณ์ด้วย โดยกรณีของญาญ่านั้น ถูกวิจารณ์เรื่องโพสต์ท่าถ่ายภาพขณะกระโดดโหนราวบนรถไฟ และถ่ายรูปสัมผัสกับต้นซากุระ ทำให้ทั้งสองถูกทำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มนักเเสดงฮอร์โมนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ทำลงไปด้วย

yaya
ที่มาภาพ: http://pantip.com/topic/33469950

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2558 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า ญาญ่า อุรัสยา แจงภาพกระโดดโหนรถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นเป็นภาพตอนไปถ่ายละครเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขอโทษที่ทำผิดกฎแต่ทำไปเพราะไม่รู้จริงๆ

ชาวเน็ตจวก “การบินไทย” ที่แท้เหตุเกิดเพราะเอเจนซี่

Screen Shot 2558-04-10 at 9.53.20 PM
ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/ThaiAirways.TH/photos/a.541494932623405.1073741827.541423619297203/650736091699288/?type=1

เมื่อ 8 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา เว็บไซต์แนวหน้า รายงานว่า สมาชิกพันทิปชื่อ “พลังแผ่นดิน” ได้ตั้งกระทู้ชื่อ “การบินไทย ยกเลิกตั๋ว First Class ของเด็ก 2 ขวบ เอาไปประเคนให้ VIP นามสกุลดัง” พร้อมเผยแพร่ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เล่าว่าได้จองตั๋วเครื่องบินของสายการบินไทยชั้นหนึ่ง (First Class) จำนวน 4 ที่นั่ง (ผู้ใหญ่ 3 ที่นั่ง เด็ก 1 ที่นั่ง) แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาไปรับตั๋ว เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าเด็ก 2 ขวบไม่สามารถออกตั๋วได้ เนื่องจากมองไม่เห็นการจอง (Booking) ซึ่งต่อมาพบว่าที่นั่งของเด็ก 2 ขวบ กลายเป็นที่นั่งของผู้โดยสารท่านหนึ่ง โดยการบินไทยแจ้งว่า “ไม่มีใครกล้ายุ่งกับผู้โดยสารคนนี้ เนื่องจากนามสกุลดัง” พร้อมย้ายเด็ก 2 ขวบไปนั่งชั้นประหยัด (Economy) เพียงลำพังแทน

ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิมได้โพสต์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ความเป็นจริงได้รับตั๋วมาแล้ว แต่สายการบินส่งอีเมลมาขอยึดตั๋วคืน จึงเกิดคำถามว่าเมื่อจ่ายเงินไปแล้วสายการบินมีสิทธิ์ยึดคืนหรือไม่

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิมยังคงโพสต์อัปเดตสถานการณ์ ระบุว่า ได้โทรศัพท์ไปยังคอลเซ็นเตอร์ เพื่อติดสอบถามว่าหากไม่ได้ตั๋วชั้นหนึ่งคืน จะสามารถออกตั๋ว infant ให้เด็ก 2 ขวบ มานั่งกับผู้ปกครองได้หรือไม่ โดยต่อมาสายการบินแจ้งว่าไม่สามารถอนุมัติตั๋ว infant ให้ได้เด็ก เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ และให้ทางผู้โดยสารไปติดต่อกับผู้จัดการที่สนามบินเอง นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวยังระบุว่า ล่าสุดผู้โดยสารนามสกุลดังรายนี้ได้ออกตั๋วที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ทางสายการบินไทยได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น ผ่านเฟซบุ๊กของการบินไทย ดังภาพด้านบน และล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา การบินไทยได้ชี้แจงเพิ่มเติมโดยละเอียดว่า ขอยืนยันว่าบริษัทฯ มิได้มีการนำที่นั่งของผู้โดยสารไปให้กับผู้โดยสารท่านอื่น แต่ความเข้าใจผิดอาจเกิดจากเอเจนซี่ขายตั๋ว

บอย ’โก พลาดหนัก บอกอยาก “ปิดอินเตอร์เน็ทกันทั้งประเทศสัก 10 ปี”

เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา “บอย โกสิยพงษ์” ศิลปินและนักร้องชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก “Boyd Kosiyabong” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน แสดงความเห็นถึงปัญหาของอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้เกิดความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ทั้งยังเสนอทางแก้ปัญหาว่า อยากให้มีการปิดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศ เป็นเวลา 10 ปี มีข้อความดังนี้

boyy
ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/boyd.kosiyabong

“หลายๆ ทีผมก็ชอบคิดว่า ถ้าประเทศเราหยุดการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ทนี่จะดีไหมหนอ เหตุผลของผมก็คือ1)ตั้งแต่มีการเปิดให้พูดอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัว (หรือเปิดก็ตาม) ผมรู้สึกได้ถึงความดุดัน เกรี้ยวกราด หยาบคาย เคียดแค้น ชิงชังเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่เล็กๆ ถ้าเกิดขึ้นก่อนยุคอินเตอร์เน็ท แต่พอมีการแชร์ การวิจารณ์ในมุมมองๆ ต่างก็เกิดขึ้น ที่วิจารณ์อย่างใจเป็นธรรมก็มี และที่วิจารณ์อย่างเน้นเอาสะใจก็มาก ทำให้เกิดการเห็นต่างแบบรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นความเกลียดชังฝ่ายที่คิดต่าง เป็นต้น 2)การเผยแพร่เรื่องและภาพและเสียงที่ไม่เหมาะสม กลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ง่ายๆ โดยไม่จำกัดวัยวุฒิและคุณวุฒิ ไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อหลักๆ มากมาย จนดูเหมือนเป็นเรื่องที่น่าเอาอย่างมากกว่าน่าจะเก็บไว้ส่วนตัว สำหรับผม 2 ข้อนี้คือข้อหลักๆ ที่อยากจะให้มีการปิดอินเตอร์เน็ทกันทั้งประเทศสัก 10 ปี …”

Screen Shot 2558-04-10 at 9.10.37 PM
ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/boyd.kosiyabong

โดยหลังจากมีการเเชร์ข้อความดังกล่าวไปในวงกว้าง รวมถึงมีการวิจารณ์อย่างแพร่หลาย บอย โกสิยพงษ์ ก็ได้ลบข้อความนั้นทิ้ง พร้อมกับโพสต์ข้อความใหม่ว่าวันนี้ได้อ่านเรื่องต่างๆ มามาก เลยอินไปหน่อย ทั้งยังมีความคิดว่าตนเองจะหยุดใช้โซเชียลมีเดียสักหนึ่งเดือน

แม่ทัพภาค 4 ยอมรับและขออภัย กรณีวิสามัญ 4 ผู้บริสุทธิ์กรณีทุ่งยางแดง

deepsouth
ที่มาภาพ: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000041770

จากกรณีความตึงเครียดประเด็นการจับกุมประชาชนจำนวน 22 คน และวิสามัญฆาตกรรม จนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 4 ศพ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 จากการสนธิกำลังระหว่าง ฉก.ปัตตานี 25 นปพ. 431 ฉก ทพ.41 กำลังตำรวจจาก สภ.ทุ่งยางแดง จนท.ฝ่ายปกครอง และ ทหารจากร้อย ร.35314 ฉก.ปัตตานี ได้เข้าปฏิบัติการตรวจสอบความผิดปกติในพื้นที่ ม.6 บ.โต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี แต่ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งมีการออกมาเรียกร้องในโซเชียลมีเดียและออกแถลงการณ์ ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบ มิใช่แค่เยียวยาผู้เสียหาย ต้องนำผู้กระทำผิดมาลงโทษนั้น

ล่าสุด 8 เมษายน 2558 เว็บไซต์อาร์วายทีไนน์ รายงานว่า พล.ท. ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวยอมรับว่า ความรุนแรงมี 2 ทิศทาง ทางที่ 1 คือมีผู้ที่พยายามสร้างความรุนแรง ทิศทางที่ 2 ผมยอมรับ และทราบดีว่า เกิดจากผู้ที่ถืออาวุธ ซึ่งผมเองมีหน้าที่ดูแลการใช้อำนาจหน้าที่ของเขาอยู่ในกรอบกฎหมายหรือไม่ อันนี้ขอเวลาในการตรวจสอบผมเองในฐานะผู้บังคับบัญชาของกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ต้องขอกล่าวคำว่า ขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่สามารถนำไปสู่แนวทางที่ผมได้ให้นโยบายไว้ ขออภัยต่อพี่น้องประชาชน ขออภัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

นอกจากนั้น แม่ทัพได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวกรณีกรรมการชี้ผู้ตายเป็นผู้บริสุทธิ์ ทางแม่ทัพจะดำเนินการทางวินับยกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำในวันนั้นหรือไม่อย่างไรนั้น แม่ทัพยืนยันว่า ต้องดำเนินการทางวินัยสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้ร่วมกระทำในกรณีดังกล่าว เพราะถือเป็นการปฏิบัติที่ขัดกับนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพราะที่นี่ต้องใช้ความคิด ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ใช้แต่กำลัง ดังนั้น ถ้าใครไม่พร้อม ก็เตรียมออกจากพื้นที่ เพราะการแก้ไขปัญหาที่นี้ต้องใช้คนเก่ง บุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานที่นี้