ZMapp ปราบ Ebola สำเร็จ

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ชาวโลกหวั่นกลัว Ebola กันมากเพราะยังไม่มียารักษา ถ้าติดเชื้อแล้วมีโอกาสตายสูงระดับ 50-50 และในหลายกรณีไม่รอดสักราย อย่างไรก็ดีในขณะนี้ในสหรัฐอเมริกาหญิงชายคู่หนึ่งที่ติดเชื้อ Ebola จากแอฟริกาตะวันตกกำลังได้รับการรักษาด้วยยาที่ชื่อว่า ZMapp ยานี้มาจากไหนและมีโอกาสช่วยชีวิตชาวโลกได้มากน้อยเพียงใด

Ebola หรืออีกชื่อหนึ่งว่า EVD (Ebola Virus Disease) เป็นโรคติดเชื้อจาก Ebola Virus โรคนี้มิใช่โรคใหม่หากปะทุครั้งแรกในปี 1976 ในประเทศ Democratic Republic of Congo (เคยมีชื่อว่า Zaire) ใกล้แม่น้ำ Ebola ครั้งนั้นมีคนป่วย 300 คน โดยตายเกือบทั้งหมด และระบาดตลอดในบริเวณนั้นในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2010 แต่ก็มีผู้ป่วยในจำนวนระดับสิบหรือร้อยต้นๆ อัตราการตายส่วนใหญ่ก็เกินร้อยละ 50 การระบาดในปี 2012 ในประเทศเดียวกับการระบาดครั้งแรกมีคนตาย 29 คน

ในการระบาดครั้งล่าสุดของปี 2014 หากนับถึงต้นสิงหาคมมีคนติดเชื้อ 1,750 คน ตายไปแล้วกว่า 1,000 คน โดยระบาดในบริเวณแอฟริกาตะวันตกและตอนกลางอันได้แก่ประเทศ Guinea/Sierra Leone/Liberia และเริ่มระบาดไป Nigeria (ประเทศที่มีประชากรมากสุดในแอฟริกาคือ 175 ล้านคน)

ที่มาภาพ : http://news.bbcimg.co.uk/media/images/76876000/jpg/_76876754_76876753.jpg
ที่มาภาพ : http://news.bbcimg.co.uk/media/images/76876000/jpg/_76876754_76876753.jpg

ในโลกที่มีการเดินทางชนิดลัดนิ้วมือเดียว ผู้คนหวาดหวั่นกันทั่วเพราะเริ่มมีรายงานของการติดเชื้อในประเทศนอกแอฟริกา (การระบาดครั้งก่อนๆ พบผู้ติดเชื้อในฟิลิปปินส์ด้วย) โดยเฉพาะสองคนในสหรัฐอเมริกาดังกล่าวแล้ว เมื่อความกลัวขึ้นถึงระดับได้ที่จึงมีการทดลองยารักษาข้ามขั้นตอนที่กำหนดโดยกฎหมาย อเมริกันสองคนนี้ได้รับยาที่ชื่อ ZMapp ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ และดูจะสามารถต่อสู้กับโรคได้ดี

ยานี้มาจากบริษัทเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ทดลองยานี้มานานพอควรกับลิงโดยได้ผลดีพอควร แต่ยังไม่ได้ทดลองกับสัตว์ใหญ่ก่อนที่จะทดลองกับคนตามข้อบังคับที่เข้มงวดของทางการสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี เมื่อเห็นคนทั้งสองใกล้ตาย ชาวโลกแตกตื่น และคนแอฟริกาฝั่งตะวันตกและตอนกลางตายมากขึ้นเป็นลำดับ ก็จำต้องให้ยาที่เพิ่งทดลองกับสัตว์ไปได้ไม่นาน

ZMapp ได้มาโดยผ่านหลายขั้นตอนอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านจากสิ่งมีชีวิตสู่ต้นยาสูบ และออกมาเป็นยาที่อาจช่วยชีวิตชาวโลกจากโรคน่ากลัวนี้ซึ่งกำเนิดจากไวรัสที่อาศัยอยู่ในตัวค้างคาวกินผลไม้ไปสู่สัตว์ตระกูลลิง เม่น กวาง ฯลฯ มนุษย์ติดเชื้อมาจากการสัมผัสซากสัตว์เหล่านี้ และต่อมาติดต่อจากคนสู่คนด้วยการสัมผัสของเหลวต่างๆ จากร่างกายของผู้ที่เชื้อกำลังออกฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำลาย น้ำมูก อสุจิ เลือด อวัยวะภายใน ฯลฯ

การค้นหายานี้เริ่มในปี 2003 โดย Dr.Zeitlin และ Kevin J. Whaley ผู้เคยศึกษาร่วมกันมายาวนานที่ John Hopkins University ในสหรัฐอเมริกาในโครงการใช้พืชผลิตโปรตีนซึ่งอยู่ในระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์เพื่อรักษาหลายโรค

ZMapp ทำงานด้วยวิธีการที่เรียกว่า passive immunotherapy กล่าวคือแทนที่จะใช้วัคซีนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อให้ผลิต antibodies ออกมาโจมตีไวรัสที่หลุดเข้าไปในร่างกาย วิธีนี้กลับผลิต antibodies ให้คนป่วยโดยตรงเลย

สำหรับการรักษาบางโรคติดเชื้อ antibodies ถูกเอาออกมาจากเลือดของคนไข้ที่รอดชีวิตมาโดยเชื่อว่ามี antibodies ที่ทำงานได้ผล ส่วนยา ZMapp ได้มาโดยทำให้หนูได้สัมผัสกับโปรตีนตัวสำคัญของ Ebola ที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วย เมื่อร่างกายหนูผลิต antibodies เพื่อต่อต้านขึ้นมากพอควร นักวิจัยก็เก็บเกี่ยว antibodies เหล่านี้จากตัวหนูและนำไปดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้คล้าย antibodies ของมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อให้มีโอกาสน้อยที่สุดที่มันจะไปกระตุ้นปฏิกริยาปฏิเสธเมื่อถูกฉีดเข้าไปในร่างกายมนุษย์

แค่นี้ยังปวดหัวไม่พอ นักวิจัยเอายีนส์ของ antibodies แต่ละชนิดที่ได้มาเข้าไปใส่ในใบยาสูบซึ่งจะผลิต antibodies ออกมาตามที่ต้องการ และนี่คือยา ZMapp ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยๆ ก็จะได้รับ antibodies ซึ่งจะไปโจมตี Ebola virus โดยตรง

จากการทดลอง ZMapp เมื่อปีที่แล้วพบว่าลิง 3 ตัวจาก 7 ตัว ที่ป่วยจาก EVD รอดตายถึงแม้จะได้รับยารักษาเมื่อได้รับเชื้อไปแล้วถึง 4 วันก็ตาม ลิงป่วยตัวอื่นที่ไม่ได้รับ ZMapp ตายหมดทุกตัว ในอีกการทดลองหนึ่งพบว่า ZMapp มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเมื่อรักษาเร็วให้ขึ้นหลังการรับเชื้อเข้าไปในร่างกาย

ZMapp ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้นเมื่อนักวิจัยทั้งคู่ได้รับ antibodies ต่อต้าน Ebola virus อีกชุดจากอีกบริษัทหนึ่ง และนำมาผสมกันเป็นค็อกเทลซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและนี่คือ ZMapp ที่ผู้ป่วยชาวอเมริกันสองคนได้รับ

ถึงจะเป็นข่าวดีสำหรับชาวโลกแต่ก็ต้องใช้เวลาอีกนานหลายเดือนกว่าจะผลิตได้เป็นกอบเป็นกำ (แค่ต้นยาสูบที่ปลูกขึ้นก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือนกว่าจะนำมาใช้งานได้) ซึ่งหมายถึงแค่ในระดับร้อยๆ ยูนิตที่จะฉีดรักษาได้

ถึงแม้ ZMapp จะเป็นคำตอบสำหรับชาวโลก แต่ทุกฝ่ายตั้งแต่บริษัทยาอเมริกันจนถึงทางการสหรัฐอเมริกาซึ่งสนับสนุนการทำงานของบริษัทแห่งนี้ต่างสงวนท่าทีอย่างมาก ไม่ยอมตอบว่าจะสามารถช่วยคนแอฟริกาที่กำลังป่วยด้วย EVD ในจำนวนนับพันคน และจะสามารถเตรียมพร้อมรับมือคนป่วยในส่วนอื่นของโลกได้มากน้อยเพียงใด

สงครามแย่งชิงทรัพยากรในแอฟริกากำลังดุเดือดระหว่างจีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และบางยักษ์ใหญ่ในยุโรป ใครเป็นประเทศผู้ครอบครองการผลิตและการใช้ ZMapp ย่อมเป็นผู้ได้เปรียบในการเจรจาต่อรองกับเจ้าของทรัพยากรผู้กำลังรับกรรมจาก EVD และผู้ที่กลัวว่าอาจรับกรรมในอนาคตจาก EVD

มีคนบอกว่าทำไมไม่สั่ง ‘ไอ้โบลา’ ไปปราบ ‘อีโบลา’ ผมเชื่อว่าจะไม่ได้ผลเพราะมันแพ้ทางกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ

ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2557