ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: ทั่วโลกไว้อาลัยครูคีตติง ‘โรบิน วิลเลียมส์’-ไทยหวิดถูก”แอปเปิ้ล”แบน

ประเด็นฮอตในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-16 สิงหาคม 2557

– O Captain! My Captain! ทั่วโลกไว้อาลัยครูคีตติง ‘โรบิน วิลเลียมส์’
– โศกนาฏกรรมตึกถล่ม ดับ 14 เจ็บ 25
– ภาพบิลร้านค้าหัวหินคิดราคาเกินจริงว่อน-ทหารเข้าจัดระเบียบ
– ผลสำรวจพบชาวไทยติดมือถืออันดับ 1 ของโลก
– ไทยหวิดถูกแอปเปิ้ลแบน หลัง กสทช. เผยสเปกโทรศัพท์เข้าไทยรุ่นใหม่

O Captain! My Captain! ทั่วโลกไว้อาลัยครูคีทติง ‘โรบิน วิลเลียมส์’

robin williams ที่มาภาพ : http://im.mtv.fi/image/4206336/landscape16_9/752/423/f407ac8666efd73505d9d9d680ac0dd6/CS/robin-williams.jpg
Robin Williams ที่มาภาพ: http://im.mtv.fi/image/4206336/landscape16_9/752/423/f407ac8666efd73505d9d9d680ac0dd6/CS/robin-williams.jpg

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรบิน วิลเลียมส์ (Robin Williams) วัย 63 ปี ดารานักแสดงฮอลลิวูดชื่อดัง ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีสาเหตุการเสียชีวิตคล้ายกับขาดอากาศหายใจ (Asphyxia)

โดยเมื่อ 13 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ออกมายืนยันแล้วว่า โรบิน วิลเลียมส์ ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ ร.ต.ท. คีธ บอยด์ รองผู้ช่วยฝ่ายพิสูจน์ศพของสถานีตำรวจ เขตมารินเคาน์ตี เปิดเผยว่า โรบิน วิลเลียมส์ ถูกพบเห็นขณะมีชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ (10 ส.ค.) โดยภรรยาของเขา ก่อนที่เธอจะเข้านอน และออกจากบ้านในเวลา 10:30 น. วันต่อมา โดยเธอเชื่อสามียังคงนอนหลับอยู่ในห้องอีกห้องหนึ่ง

ต่อมาในเวลาก่อนเที่ยงวันเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 02:00 น. วันอังคารตามเวลาไทย) ผู้ช่วยส่วนตัวของโรบิน วิลเลียมส์ รู้สึกกังวลเนื่องจากเคาะประตูเรียกหลายครั้งแต่กลับไม่มีการตอบสนองใดๆ จากนักแสดงรุ่นใหญ่ เขาจึงเขาไปในห้องและพบว่าโรบิน วิลเลียมส์ เสียชีวิตแล้ว

สำหรับ โรบิน วิลเลียมส์ เป็นดารานักแสดงอารมณ์ดี ที่เหล่าคนดังในวงการบันเทิงให้การยอมรับ โด่งดังกับผลงานการแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Good Morning, Vietnam (1987), Jumanji (1995), Patch Adams (1998), Mrs. Doubtfire (1993) และได้รับรางวัลออสการ์จากการแสดงอันยอดเยี่ยมจากเรื่อง Good Will Hunting (1997) ก่อนจะต้องต่อสู้กับอาการโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและเคยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดอยู่หลายครั้ง

โดยหนังที่โด่งดังและสร้างแรงบันดาลใจให้คนหลายๆ ทั่วโลก คือ เรื่อง Dead Poets Society (ครูครับ เราจะสู้เพื่อฝัน) เป็นภาพยนตร์อเมริกันปี พ.ศ. 2532 (1989) กำกับโดยปีเตอร์ เวียร์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนเตรียมสำหรับชายล้วนที่เข้มงวดและมีแนวคิดแบบอนุรักษนิยม ในปี 1959 (พ.ศ. 2502) โดยเล่าเรื่องราวของอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงแนวทางชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของสังคม มากกว่าความต้องการของตัวเอง ผ่านการสอนวรรณกรรมและบทกวี

ในวันแรกของการเรียนของพวกเขา พวกเขาต้องเผชิญกับแผนการเรียนที่หนักอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่เมื่อพวกเขาเข้าชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ก็ได้พบกับอาจารย์จอห์น คีตติง (โรบิน วิลเลียมส์) ที่มีรูปแบบการสอนที่ไม่เหมือนกับอาจารย์คนอื่นๆ ในโรงเรียน อย่างเช่นการอนุญาตให้นักเรียนเรียกเขาว่า ‘O Captain! My Captain!’ (ตามบทกวีของวอลต์ วิตแมน ที่พรรณนาเกี่ยวกับอับราฮัม ลิงคอล์น) ถ้าพวกเขากล้าพอ นอกจากนี้เขายังทำสิ่งที่อาจารย์คนอื่นไม่เคยทำมาก่อน คือการพานักเรียนออกไปนอกชั้นเรียน เพื่อเรียนรู้ความหมายและแนวคิดของวลีละติน ‘carpe diem’ (คาร์เปเดียม’ เมื่อแปลความหมายตามบริบทหมายความว่า ‘ใช้ชีวิตให้เต็มที่’)

โศกนาฏกรรมตึกถล่ม ดับ 14 เจ็บ 25

ที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/content/442732
ที่มาภาพ: http://www.thairath.co.th/content/442732

เมื่อ 11 ส.ค. ไทยรัฐออนไลน์รายงาน เกิดเหตุอาคารพาณิชย์กำลังก่อสร้างสูง 6 ชั้น ย่านธัญบุรี ถล่มลงมา คนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลแล้ว 16 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยคนงานที่เหลือที่ติดอยู่ซากตึก คาดโครงสร้างตึกชำรุด

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 57 พ.ต.อ. รัชพล ชนะศรีขจร ผกก.สภ.คลองห้า อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ เกิดเหตุอาคารกำลังก่อสร้างถล่ม เหตุเกิดบริเวณ ถ.เลียบคลอง 6 เลยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเข้าไป หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท. กฤษฎาพร ปานโปร่ง รอง ผกก.ป. และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ส.ค. 57 มีรายงานว่า นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นตัวแทนรับมอบเงินช่วยเหลือจากเจ้าของโครงการเป็นเงิน 1,000,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 3 ราย โดยจะมอบให้รายละ 55,000 บาท ส่วนที่เหลือนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย นอกจากนี้ ในส่วนการสงเคราะห์และเยียวยาผู้ประสบภัย จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 300,000 บาท เงินชดเชย ค่าทดแทน กรณีสูญเสียอวัยวะทุพพลภาพ ค่าจัดการศพรายละ 30,000 บาท สิทธิเท่ากันทั้งแรงงานไทยและกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประกาศยุติการค้นหาร่างคนงาน ในส่วนตัวอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้กัน เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้เป็นเขตพื้นที่อันตราย ห้ามบุคคลเข้าภายในอาคาร เพื่อป้องกันความปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมการโยธา จะเข้ามาตรวจสอบสภาพอาคารดังกล่าว ว่าถูกแบบแปลนหรือไม่ และเกิดรอยร้าวหรือปัญหาหรือไม่ ขณะเจ้าหน้าที่ทำการรื้อทุบอาคารที่ถล่มเพื่อหาร่างคนงาน ด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอาคารถล่ม เพื่อเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งเหล็ก ปูน ที่ใช้ในการก่อสร้าง นำไปตรวจสอบ

ต่อมาเวลาในช่วงบ่าย มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายจิระ ขันมั่น วิศวกรควบคุมงาน เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.อ. อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ตามหมายจับเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยยังไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ทางคนสนิทบอกเพียงว่าวันที่เกิดเหตุนายจิระ ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ

ภาพบิลร้านค้าหัวหินคิดราคาเกินจริงว่อน-ทหารเข้าจัดระเบียบ

ที่มาภาพ : http://www.posttoday.com
ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com

เมื่อ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์สนุกรายงาน มีนักท่องเที่ยวเข้าแจ้งข้อมูลกับตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน และเทศบาลเมืองหัวหินว่า พบร้านอาหารบนชายหาดหัวหินขายอาหารแพงเกินจริง โผล่อีก 1 ราย คราวนี้ราคาสูงมากกว่า 7 พันบาท จึงเดินทางไปตรวจสอบ

นางบุษบา พราหมณ์โต เจ้าของร้านอาหารร้านที่ 12 เปิดเผยว่า มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ จำนวน 13 คน เข้ามาสั่งอาหารและนั่งรับประทานตั้งแต่ช่วงเช้าเวลาประมาณ 11.00 น. เศษ จนกระทั่งเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. จึงสั่งเก็บเงิน เมื่อตนนำบิลค่าอาหารไปให้ จำนวน 7,480 บาท ลูกค้ากลับบอกว่าไม่เคยเจอ ทำไมถึงมีราคาแพงเกินจริง ทั้งๆ ที่ทางร้านก็มีเมนูอาหารที่มีรูปถ่ายอาหารและมีราคาอาหารระบุไว้อย่างชัดเจน ลูกค้าดูแล้วก็สั่ง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มาถึงได้ดูเมนูอาหารและสั่งอาหารที่เป็นอาหารทะเลทั้งหมด ทั้งกุ้ง ปลา ต้มยำ ทะเลเผา ปลาหมึกย่าง ปูนึ่ง ส้มตำ ฯลฯ

โดยรอบแรกสั่งรวดเดียว 12 อย่าง มีคนมานั่งกิน 13 คน จากนั้นก็สั่งอาหารเพิ่มอีกครั้ง โดยไม่ดูเมนูทั้งที่ตนร้องถามแล้วเพราะกลัวลูกค้าจะสั่งอาหารซ้ำ คราวนี้สั่งเพิ่มอีก 5 อย่าง รวมเป็น 17 อย่าง รวมเครื่องดื่ม เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,480 บาท

เมื่อลูกค้าเห็นบิลค่าอาหารกลับพูดว่า กินอาหารมาเยอะแล้ว ไม่เคยพบราคาอาหารสูงเท่านี้มาก่อน และอ้างว่าไม่ได้ดูเมนูในรอบที่สอง สุดท้ายอยากให้เรื่องจบลงโดยไม่มีปัญหา ตนยอมลดราคาค่าอาหารให้ 1,000 บาท เป็นค่าน้ำมันรถ เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้วก็เดินจากไป แต่พบว่าได้ไปร้องเรียนข้อมูลกับตำรวจท่องเที่ยว และเทศบาลเมืองหัวหินเพื่อให้มาตรวจสอบ

นางสาวลัดดา ชุ่มฉิม อายุ 22 ปี นักท่องเที่ยวคู่กรณี เล่าเหตุการณ์ว่า อาหารบางรายการไม่ได้สั่ง อย่างกุ้งทะเลเผา เมื่อนำมาเสิร์ฟก็คิดว่าไม่ได้แพงอะไร ส่วนส้มตำเมนูที่ดูราคาไม่ถึง 200 บาท แต่เวลาเก็บเงินกลับคิดราคา 250 บาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ราคาจะสูงขนาดนี้ เป็นส้มตำไทยธรรมดา เพียงแต่ใส่กุ้งสด หรืออย่างทะเลเผา ราคาสูงถึง 900 บาท ไม่เคยกินที่ราคาสูงขนาดนี้และไม่ได้สั่งตั้งแต่แรก ซึ่งในเมนูทะเลเผามีเพียงหอยแมลงภู่มาประมาณ 5-6 ตัว หอยแครง กุ้ง 2 ตัว และปลาหมึก 1 ตัว มองว่าของน้อยไปเมื่อเทียบกับราคา 900 บาท และอีกหลายอย่าง รวมราคาแล้ว 7,480 บาท มองว่ามันสูงเกินไป ตนไปกินมาทั่วแล้วไม่เคยเจอราคาสูงขนาดนี้มากก่อน โดยตนไม่ได้มา 13 คน แต่มาทั้งหมด 11 คน เป็นผู้ใหญ่ 8 คน และเด็กอีก 3 คน โดยสลับกันมากินอาหารและไปเล่นน้ำทะเล

นางสาวลัดดาเผยอีกว่า หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จึงตรงมาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเทศบาลเมืองหัวหินเพื่อให้ตรวจสอบ เพราะตนมองว่าไม่เป็นธรรมกับลูกค้า มีราคาสูงเกินจริง และหลังจากนี้จะเข้าร้องเรียนกับ คสช. ด้วย เพื่อขอให้ทหารช่วยตรวจสอบ ยอมรับว่าเสียความรู้สึกมากเพราะตนเพิ่งเดินทางมาเที่ยวหัวหินเป็นครั้งแรก พร้อมกับครอบครัว และญาติๆ แต่มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ด้านเทศบาลเมืองหัวหิน ได้ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดแล้ว โดยหลังจากจัดระเบียบชายหาดหัวหินในวันพรุ่งนี้ด้วยการรื้ออาคารสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำชายหาดหัวหิน จะไม่มีการอนุญาตให้ทำอาหารบนชายหาดหัวหิน จะมีการนัดเจรจาและตกลงราคาค่าอาหารใหม่อีกครั้งเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

ต่อมา 13 ส.ค. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน โดยมีผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 15 จังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอหัวหิน เทศบาลเมืองหัวหิน ทหาร ตำรวจ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน ที่ คสช. กำหนดให้รื้อถอนสิ่งรุกล้ำชายหาดตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดให้จัดระเบียบชายหาดทุกแห่งทั่วประเทศ

โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดระเบียบชายหาดหัวหินพร้อมกันตั้งแต่ชายหาดโรงแรมฮิลตันหัวหิน ไปจนถึงชายหาดตะเกียบ โดยเฉพาะตรงจุดที่มีร้านขายอาหารชายหาดจุดสำคัญ จำนวน 22 ร้าน ที่อยู่บริเวณทางลงชายหาดหัวหิน ซึ่งร้านอาหารกลุ่มนี้บางร้านถูกลูกค้าร้องเรียนเรื่องค่าอาหารแพงในโลกอนไลน์ 2 ร้าน โดยแสดงบิลค่าอาหารรายแรก กว่า 3,000 บาท และ อีกร้านล่าสุด 7,480 บาท

สำหรับการเข้าจัดระเบียบชายหาดโดยการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนชายหาดหัวหินครั้งนี้ มีทั้งร้านค้าที่ยินดีให้ความร่วมมือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเอง หรือจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยรื้อถอน และมีบางรายระบุว่าหากรื้อถอนแล้วสิ่งของเสียหายจะแจ้งความดำเนินคดี

ด้านนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การรื้อถอนชายหาดเพื่อคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้ได้ใช้ร่วมกันนั้น ร้านค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีเพียงบางรายที่ยังมีข้อสงสัย โดยหลังจากการจัดระเบียบแล้วจะมีการประชุมเพื่อวางมาตรการควบคุมราคาค่าอาหารริมชายหาดหัวหินให้เป็นมาตรฐาน ยุติธรรมสำหรับลูกค้า ซึ่งในส่วนของจังหวัดเข้าใจลูกค้า และขอขอบคุณที่เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.หัวหิน กรณีบิลค่าอาหารล่าสุดที่ราคา 7,480 บาท ซึ่งลูกค้าไม่มีเจตนาจะเอาผิดในทางคดี แต่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานในเมืองหัวหิน ที่ต้องการแก้ไขให้ดีขึ้น โดยยืนยันว่าอำเภอหัวหินไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นักท่องเที่ยวเข้าใจ แต่หัวหินยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวเหมือนเดิม และมีเสน่ห์น่าค้นหา ปัญหาราคาอาหารแพงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาส่วนน้อย และทางจังหวัดกำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อไป โดยหลังจากจัดระเบียบชายหาดหัวหินแล้ว จะมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการค้าขายบนชายหาดหัวหิน รวมถึงจะเรียกประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 ส.ค.นี้ เพื่อกำหนดราคาที่เป็นมาตรฐาน ไม่ให้มีปัญหาราคาอาหารแพงอีก

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการจัดระเบียบผู้ประกอบการค้าชายหาดหัวหิน บริเวณทางลงชายหาด จำนวน 22 ราย โดยขอให้ผู้ประกอบการเก็บอุปกรณ์ต่างๆ และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ บนชายหาดออกทั้งหมดภายในวันนี้ รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่ชายหาด โดยหลังจากการจัดระเบียบแล้วจะจัดระเบียบด้วยการเว้นระยะจากกำแพง 1 เมตร ถัดมาอนุญาตให้กางเต็นท์ได้ขนาดไม่เกิน 3 x 6 เมตร ถัดมาให้เว้นระยะ 2 เมตร สำหรับเป็นทางเดินได้ ถัดมาให้กางร่มและเก้าอี้ผ้าใบไม่เกิน 15 เมตร ตั้งแต่กำแพงจนถึงโต๊ะชุดสุดท้าย เพื่อไม่ให้มีโต๊ะหรือร่มริมชายหาดมากจนเกินไป และห้ามปรุงอาหารบนชายหาดหัวหินโดยเด็ดขาด และต้องหยุดให้บริการทุกวันพุธ เพื่อคืนพื้นที่ชายหาดให้หัวหิน

ผลสำรวจพบชาวไทยติดมือถืออันดับ 1 ของโลก

ที่มาภาพ : http://www.whatphone.tv/socialupdate/survey-thai-ranked-first-addicted-to-mobile/
ที่มาภาพ: http://www.whatphone.tv/socialupdate/survey-thai-ranked-first-addicted-to-mobile/

เมื่อ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ www.whatphone.tv รายงาน เว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Hotel.com ได้ทำแบบสำรวจพฤติกรรมของบุคคลในประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานมือถือกว่า 28 ประเทศ กลับพบว่าประเทศไทยมาเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ติดมือถือเข้าขั้นรุนแรง

โดยผลสำรวจนี้ทำการสำรวจกว่า 28 ประเทศทั่วโลก และมีผลออกมาดังนี้ คือ ชาวไทยกว่า 85% ติดมือถืออย่างหนักจนขาดไม่ได้ ทำให้กลายเป็นอันดับหนึ่งของโลก แซงประเทศผู้นำเทคโนโลยีมือถืออย่างเกาหลีและญี่ปุ่นเสียอีก และประเทศที่รั้งท้ายในการสำรวจพฤติกรรมครั้งนี้ได้แก่ประเทศอินเดีย โดยพบว่ามีเพียง 20% เท่านั้นที่ต้องการใช้มือถืออย่างขาดไม่ได้ในทุกช่วงเวลา

ไทยหวิดถูกแอปเปิ้ลแบน หลัง กสทช. เผยสเปกโทรศัพท์เข้าไทยรุ่นใหม่

takorn

เมื่อ 13 ส.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับเว็บไซต์ข่าวสดว่า สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือเห็นชอบและผ่านการรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ไอโฟน รุ่น A1586 และ A1524 ตามที่บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย ประเทศไทย ได้ยื่นขอมาโดยได้ลงหนังสือเมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ทั้งนี้ การนำอุปกรณ์มาตรวจสอบเป็นไปตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498 ที่กำหนดให้การนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐาน กสทช. ก่อน โดยตรวจสอบ 1 เครื่องต่อ 1 รุ่น และหลังจากนี้ทางแอปเปิ้ลจะต้องแจ้งยอดที่จะนำเขัามาจำหน่ายอีกครั้ง คาดว่าจะเริ่มขายในไทยได้ช่วงเดือน ต.ค. หลังเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกาปลายเดือน ก.ย.

nbtc-apple

ขณะเดียวกันเว็บไซต์แมคไทยรายงานว่า ประเทศไทยโด่งดังในโลกของแอปเปิ้ลอีกครั้ง หลังจากที่เลขาธิการ กสทช. ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลว่า ได้ตรวจรับไอโฟน 6 จากแอปเปิ้ลเรียบร้อยแล้ว และพร้อมจำหน่ายในไทย จนสื่อต่างประเทศนำข้อมูลไปเปิดเผยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวจากเว็บไซต์ผู้จัดการสอบถามไปทาง กสทช. ว่าการเปิดเผยข้อมูลนี้ถือว่าเอาความลับของแอปเปิ้ลออกมาสู่สาธารณะหรือไม่ ทาง กสทช. ชี้แจงว่า

‘จริงๆ ทางแอปเปิ้ลแจ้งเข้ามาว่าเป็นความลับของบริษัท แต่ กสทช. มองว่าการนำสินค้าเข้ามาขออนุญาตถือเป็นเรื่องที่เปิดเผยได้เพราะเป็นหน่วยงานของราชการ เมื่อมีการยื่นเรื่องเข้ามาก็พร้อมที่จะเปิดเผย แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีให้ข้อมูลถึงสเปกและรายละเอียดต่างๆ ของเครื่องที่เป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้’

แต่เมื่อมองในทางกลับกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราไม่เคยได้รับข่าวว่าหน่วยงานรัฐบาลออกมาเปิดเผยว่าได้ตรวจรับไอโฟนมาก่อนที่แอปเปิ้ลจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นประเทศในกลุ่มแรกที่ขายอย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์

แหล่งข่าวใกล้ชิดผู้จำหน่ายไอโฟนในไทยได้เผยกับทีมข่าว MacThai ถึงเรื่องความเข้มงวดของแอปเปิ้ลในหลายกรณีดังนี้

เช่น แอปเปิ้ลมีความเข้มงวดกับการเก็บข้อมูลในการวางจำหน่ายสินค้ามาก โดยเฉพาะไอโฟนซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทในปัจจุบัน ในอดีตเคยมีผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในไทยละเมิดข้อตกลงกับแอปเปิ้ล สุดท้ายโดนลงโทษลดจำนวนเครื่องจนแทบจะไม่สามารถจัดงานเปิดตัวไอโฟนในไทยได้เลย

แอปเปิ้ลกำชับผู้จำหน่ายทุกคนต้องเก็บความลับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราคา, วันวางขาย, จำนวนรุ่น หรือแม้แต่โบรชัวร์ก็ไม่สามารถเผยแพร่ก่อนแอปเปิ้ลรับรองได้เลย

ทั้งนี้ การลงโทษของแอปเปิ้ลบางครั้งกินเวลานานหลายเดือน ซึ่งเป็นมาตรฐานในการเก็บความลับของบริษัท เคยมีหลายกรณีที่แอปเปิ้ลไม่พอใจผู้ที่เปิดเผยข้อมูลของบริษัทเป็นอย่างมาก จนงดทำธุรกิจกับบางบริษัทไปเลย

Kelly Hodgkins จากเว็บ MacRumors เผยว่า การที่ กสทช. ได้รับเครื่องและเผยข้อมูลนั้นค่อนข้างผิดปกติมาก จากเดิมที่แอปเปิ้ลมักส่งเครื่องให้ประเทศอย่างไทยตรวจหลังจากที่เปิดตัวไปแล้ว

ต่อมา 15 ส.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยถึงกรณีการเปิดเผยข้อมูลโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ ว่า เมื่อ 14 ส.ค. ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท แอปเปิล เซาท์ เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ เดินทางมาเข้าพบและได้หารือกันถึงการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อประชาชน โดยได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงเหตุผลที่ กสทช. ประกาศผลการตรวจรับรองมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมาให้ตรวจ ว่าเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และแจ้งให้ทราบว่าสามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้ตามกฎหมายรวมทั้งสามารถผ่านขั้นตอนทางศุลกากรได้อย่างถูกต้อง เป็นกระบวนการปกติของ กสทช. ที่ดำเนินการตรวจเช่นนี้กับโทรศัพท์มือถือนำเข้าทุกรุ่น ซึ่งบริษัทแอปเปิ้ลเข้าใจและยอมรับในมาตรการดังกล่าว และยินยอมให้ กสทช. เปิดเผยข้อมูล

เลขาธิการ กสทช. กล่าวอีกว่า ทาง กสทช. ยืนยันว่าเป็นการเปิดเผยถึงเลขรหัสรุ่นตัวเครื่องทั้ง 2 รุ่นเท่านั้น จะไม่มีการเปิดเผยชื่อทางการตลาด หรือสเปกรายละเอียดของตัวเครื่องอันเป็นเรื่องอ่อนไหวทางธุรกิจแต่อย่างใด และตนยินดีที่จะแก้ไขข้อมูลกรณีที่มีการเรียกมือถือรุ่นดังกล่าวว่าไม่ใช่ ‘ไอโฟน 6’ ซึ่งไม่ได้เป็นข้อมูลที่ยืนยันจากบริษัทแอปเปิล โดยจะดำเนินการแก้ไขลบชื่อดังกล่าวออก ตามที่ผู้แทนบริษัทแอปเปิลชี้แจงมา