ป.ป.ช. ชี้มูลคดีทุจริตขายข้าว G to G รอบสอง ฟันเอกชนไทย-จีน รวม 15 ราย ฐานร่วมกระทำผิด ส่ง อสส. ฟ้องศาลฎีกา

ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ที่มาภาพ : http://www.bangkok-today.com/sites/default/files/field/image/article/2014/03//2041395031200.jpg
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่มาภาพ : http://www.bangkok-today.com/sites/default/files/field/image/article/2014/03//2041395031200.jpg

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2558 เวลา 15.00 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ อ้างคำพูดของ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เรื่องกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก รวม 111 ราย ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยมีตนเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และต่อมาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก รวม 22 ราย กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ประทับฟ้องคดีดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาและมีมติเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือ ดังนี้

– เอกชนจากประเทศจีน รวม 7 ราย ประกอบด้วย

  1. บริษัท Guangdong stationery & sporting goods imp. & exp. (GSSG) จำกัด
  2. Ms. Luo Wensui ผู้จัดการทั่วไป บริษัท GSSG
  3. Mr. Chen Li ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัท GSSG
  4. Mr. Lam Win ผู้ประสานงาน บริษัท GSSG
  5. บริษัท Hainan grain and oil industrial trading company
  6. Mr. Lin Haihui รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท Hainan
  7. Mrs. Zhou Jing ผู้ประสานงาน บริษัท Hainan

กรณีร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดไปแล้วในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาตามฐานความผิดดังกล่าวข้างต้น ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 97 ต่อไป

– เอกชนจากประเทศไทย รวม 8 ราย ประกอบด้วย

  1. ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีกิจทวียโสธร
  2. นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีกิจทวียโสธร
  3. บริษัทกิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด
  4. นายทวี อาจสมรรถ กรรมการบริษัทกิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด
  5. บริษัทเค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด
  6. นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด
  7. บริษัท เจียเม้ง จำกัด
  8. นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัทเจียเม้ง จำกัด

กรณีสนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ อันมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาตามฐานความผิดดังกล่าวข้างต้น ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 97 ต่อไป

“สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป” นายวิชากล่าว