ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทุจริตจำนำข้าว 27 ก.พ. นี้

18 กุมภาพันธ์ 2014

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ทำหนังสือเรียก น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาพบและแจ้งข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าว 27 ก.พ. นี้ พร้อมแจ้งความกล่าวโทษผู้ชุมนุมที่บุกรุกสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ยุติการไต่สวนคดีทุจริตรับจํานําข้าว

การดำเนินคดีค้นหาความจริงกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ถือเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้อาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายรัฐบาล ทำให้การพิจารณาคดีล่าช้า และอาจถึงขั้นล้มคดี

แต่ประมาณ 1 เดือนผ่านมา หรือหลังจากวันที่ 16 มกราคม 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ฟ้องกล่าวหา “นายบุญทรง เตริยาภิรมย์” และพวก 15 ราย เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายขายข้าว พร้อมกับมีมติไต่สวนเพิ่ม “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” รักษาการนายกรัฐมนตรี ข้อหาละเลยไม่ดำเนินการระงับและยับยั้ง จนทำให้เกิดความเสียมหาศาล

ชาวนาชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์

ชาวนาชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์

ล่าสุดมีความคืบหน้าคือ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ให้มีหนังสือเรียก “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” รักษาการนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหา มาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบตามระเบียบไต่สวนการทุจริตในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีการเพิกเฉยการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว แถลงว่า หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งชุดเป็นองค์คณะไต่สวนนายกรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว ก็ได้ดำเนินการไต่สวนทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมาระยะหนึ่งจนมีความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้รับหนังสือจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ทักท้วงว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาทุจริตอย่างมหาศาล ในทุกกระบวนการของการดำเนินโครงการ

รวมถึงนายกรัฐมนตรียังรับทราบเรื่องการทุจริตในการดำเนินโครงการจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังได้รับรายงานผลการดำเนินโครงการจากประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวว่า มีความเสียหายถึง 2 แสนล้านบาท รวมทั้งชาวนาที่ร่วมโครงการยังไม่ได้รับเงินอีกเป็นจํานวนมาก ทําให้เดือดร้อนเสียหายอย่างหนัก

ประกอบกับมีหนังสือจากสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินถึงผู้ถูกกล่าวหาให้ทบทวนและยุติโครงการดังกล่าว ซึ่งการดําเนินการในปัจจุบันได้เกิดปัญหาทุจริตในการรับจํานําข้าว การระบายข้าว และการชําระหนี้ให้แก่เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ แทนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะระงับยับยั้งโครงการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ มาตรา 11(1) กลับยืนยันที่จะดําเนินโครงการต่อไป

จึงแสดงถึงเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาที่จะปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270

ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีหนังสือเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์มารับทราบข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น. หากนายกฯ ให้ความร่วมมือด้วยดี การพิจารณาของ ป.ป.ช. ก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะเป็นเพียงการแจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอให้นายกฯ มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีกครั้งภายใน 15 วันหลังจากเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา

“ป.ป.ช. ทำตามหน้าที่ตรงไปมา ไม่ลำเอียง และไม่ใช่การทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จโทษรัฐบาลตามที่มีการคาดการณ์กัน รวมถึงไม่กลัวว่าจะมีชาวนามาประท้วง ป.ป.ช. ที่ขัดขวางโครงการจำนำข้าว เพราะการที่ ป.ป.ช. สามารถแจ้งข้อกล่าวหานายกฯ ได้ เพราะมีชาวนามาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เรื่องการไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว” นายวิชากล่าว

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันนี้ (18 ก.พ.) นายวิชากล่าวว่า พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากสมัยรับราชการเคยเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการตรวจสอบการทุจริตโครงการจำนำข้าวมาก่อน ดังนั้น เพื่อมิให้ถูกกล่าวหาว่ารู้เห็นในโครงการนี้มาก่อน จึงขอถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะไต่สวนของ ป.ป.ช. ทำให้เหลือองค์คณะไต่สวนคดีนี้ 8 คน

“ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำหนังสือทักท้วงไม่ให้ตนเข้าร่วมเป็นองค์คณะไต่สวน เนื่องจากไม่มีความเป็นกลางนั้น ที่ประชุมเห็นว่าไม่เข้าเหตุแห่งการร้องคัดค้าน ผมจึงเป็นองค์คณะไต่สวนเหมือนเดิม” นายวิชากล่าว

ชาวนาชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์

ชาวนาชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์

นอกจากนั้น ในวันนี้ (18 ก.พ.) นายวิชายังรายงานสรุปเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มผู้ชุมนุม กวป. เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลาประมาณ 13.30 น. ซึ่งนําโดย นายศรรักษ์ มาลัยทอง หรือนายมาลัยรักษ์ ทองชัย และผู้ชุมนุมจํานวนประมาณ 200 คน ได้บุกรุกเข้ามาในบริเวณสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ยุติการไต่สวนคดีทุจริตรับจํานําข้าว โดยการปีนรั้วด้านหน้าของสํานักงาน ป.ป.ช. และมีการใช้ค้อนทุบทําลายกุญแจและโซ่ที่ล็อกประตูรั้วด้านหน้าสํานักงาน ป.ป.ช. จนเมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุมและเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณสํานักงาน ป.ป.ช.

“สํานักงาน ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดําเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ชุมนุมที่บุกรุกและทําลายทรัพย์สินของทางราชการกับสถานีตํารวจภูธรเมืองนนทบุรี เพื่อให้ดําเนินการตามกฎหมายกับแกนนําและกลุ่มผู้ชุมนุม” นายวิชากล่าว

หมอวรงค์ หอบหลักฐานชี้แจง ป.ป.ช. มั่นใจ “ยิ่งลักษณ์” ไม่รอดคดีทุจริต

โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2257 น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าให้ถ้อยคำในต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะเป็นผู้ร้องกรณีร้องถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ที่ละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

น.พ.วรงค์ เปิดเผยภายหลังเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ว่าได้ชี้ประเด็นหลัก 2 เรื่องคือ การกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำทุจริตต่อหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าว และเรื่องการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งในข้อหากระทำผิดกฎหมาย ซึ่งตนนำหลักฐานทั้งเอกสารและคลิป จำนวน 5 คลิป มาให้ป.ป.ช. เพื่อชี้ให้เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ทั้งในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานกขช.ต้องทำหน้าที่ในการควบคุมกำกับและติดตามในโครงการนี้

โดยสิ่งที่สะท้อนให้เห็นคือน.ส.ยิ่งลักษณ์รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการระบายข้าวที่เป็นเรื่องของการทุจริตและรับรู้สภาพของโครงการทั้งหมด ความเสียหายของโครงการในฐานะความเป็นนายกรัฐมนตรีต้องจัดการแก้ไขปัญหา เช่นระงับ ยับยั้งโครงการ ดังนั้นนายกฯปฏิเสธใดๆไม่ได้

“โครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายใหญ่หลวง โครงการขาดสภาพคล่องจนไม่มีเงินจ่ายชาวนา จนชาวนาต้องฆ่าตัวตาย นี่ถือว่านายกฯทุจริตต่ออำนาจหน้าที่ และเมื่อทำผิดกฎหมายต้องเชื่อมโยงไปสู่เรื่องการถอดถอนด้วย” นพ.วรงค์กล่าว

สำหรับ 5 คลิปที่นำไปให้ป.ป.ช.นั้น นพ.วรงค์กล่าวว่าเพื่อโยงให้เห็นขบวนการทุจริตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เป็นหลักฐานที่ชัดเจนมาก ซึ่งมั่นใจว่ามีความชัดเจนอย่างมากตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่ใน 5 คลิป ส่อให้เห็นว่าโครงการนี้ทุจริตในทุกขั้นตอน รวมทั้งนายกฯรับรู้เรื่องการขายข้าวแบบจีทูจีแต่กลับละเลย ทำไมปล่อยให้เสียหายมากขนาดนี้โดยไม่ระงับยับยั้ง

น.พ.วรงค์กล่าวว่า ประเด็นที่ป.ป.ช. ถามมากที่สุดคือ ตัวนายกรัฐมนตรี ในการเชื่อมโยงให้เห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นรวมทั้งการทุจริตต่ออำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนสามารถสื่อให้ป.ป.ช.ได้รับทราบในส่วนเหล่านี้ได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเอกสารที่เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด เช่น คำสั่งนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งอนุกรรมการและกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกี่ยวกับคนที่ต้องรับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว และในฐานะประธานกขช. นายกฯก็ต้องควบคุม กำกับ ติดตามอยู่แล้ว

“เชื่อว่าจะสามารถปิดเกมเรื่องนี้ได้เร็ว และจากหลักฐานที่เรามีนั้นทำให้มั่นใจมากว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่สามารถตอบหรือชี้แจงในประเด็นที่เราให้ไปได้อย่างแน่นอน ต่อให้ใช้นักกฎหมายมือดีของรัฐบาลก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์โดนแน่ เพราะการทุจริตนั้นมี 2 อย่าง คือการทุจริตแบบสมรู้ในเรื่องการระบายข่าวแบบจีทูจี และการทุจริตต่อหน้าที่ในโครงการใหญ่ ตามมาตรา 157 ฉะนั้นตนคิดว่าภายในเดือนนี้น่าจะปิดได้แล้ว เพราะป.ป.ช.มีข้อมูลที่แน่นมาก” น.พ.วรงค์กล่าว

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี   อ่านแถลงการณ์การจ่ายเงินชาวนาโครงการจำนำข้าว ที่มาภาพ : เฟซบุ๊กYingluck Shinawatra

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี อ่านแถลงการณ์การจ่ายเงินชาวนาโครงการจำนำข้าว
ที่มาภาพ : เฟซบุ๊กYingluck Shinawatra

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”แถลงการณ์จ่ายเงินจำนำข้าว อ้างเกมการเมือง

ในวันเดียวกันนายสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์เรื่องการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวแก่ชาวนาว่า

เรียนพี่น้องชาวนาและพี่น้องชาวไทยที่รักยิ่ง

วันนี้ดิฉันในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอโอกาสพี่น้องชาวนาและประชาชนคนไทยทุกคนเพื่อจะได้มาพูดจาปราศรัยกับท่านเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ปัจจุบันมีข้อสงสัยหลายประการ

ก่อนอื่นดิฉันขอยืนยันถึงเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ที่ดีของรัฐบาลต่อโครงการรับจำนำข้าว ดิฉันเชื่อมั่นตั้งแต่เมื่อพรรคเพื่อไทยได้นำเสนอโครงการนี้ และพี่น้องประชาชนได้ให้ความไว้วางใจพรรคและตัวดิฉัน ว่าโครงการจะยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนให้กับชาวนาไทยทุกคน

ซึ่งในอดีตชาวนาที่ถึงแม้จะเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และเมื่อคนไทยทุกคนกินข้าว จึงย่อมต้องสำนึกในบุญคุณของชาวนา แต่ก็น่าเศร้าที่ว่า ถึงแม้ข้าวทุกเมล็ดทำให้เราเติบใหญ่ แต่ชาวนากลับถูกเอารัดเอาเปรียบถูกกดขี่ข่มเหง ต้องทนตรากตรำหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาโดยตลอด

ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา โครงการจำนำข้าวของรัฐบาลก็ประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย ชาวนามีรายได้เพิ่ม ทั้งยังเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจรากหญ้า และการเติบโตของระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

สำหรับการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการนั้น มีความชัดเจนถึงที่มาของแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการ แน่นอนที่สุด

– ประการแรกคือ รายได้จากการระบายข้าวในตลาด ซึ่งมีกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพหลัก
– และประการที่สองคือ เงินจากการบริหารจัดการของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีตามกลไกปกติของกระทรวงที่จะจัดเงินมาสนับสนุน รวมถึงอนุมัติให้ ธกส. กู้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการรับจำนำข้าวจากสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนภายในวงเงินที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ประชาชนเห็นถึงผลที่ชัดเจน เงินตกถึงมือเกษตรกรตัวจริง โครงการจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

พี่น้องชาวนาและพี่น้องชาวไทยที่รักยิ่ง

เป็นที่น่าเสียดายว่าความฝันความหวังที่จะลืมตาอ้าปากของชาวนาไทย กำลังโดนเกมการเมือง สร้างกระบวนการบ่อนทำลายอันรวดเร็วจนจะหมดสิ้นลงในไม่ช้า ดิฉันมีความเสียใจและต้องขอโทษพี่น้องชาวนา ที่เหตุการณ์เอาชาวนาเป็น ตัวประกันของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทำให้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินโครงการได้ด้วยความราบรื่นอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากเพียงใด ดิฉันก็จะไม่ย่อท้อ และยืนหยัดต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวนาต่อไป

เกมการเมืองที่ดิฉันกล่าวถึง มาจากกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลมีแนวทางที่จะล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น ดิฉันเข้าใจว่าความคิดที่เห็นต่างนั้นมีได้ และการชุมนุมประท้วงเป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคน แต่เมื่อดิฉันได้ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนแล้ว ทุกฝ่ายก็ควรที่จะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าเขาต้องการนโยบายใด และให้ผู้ใดเป็นผู้บริหารประเทศ

แต่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลไม่ยอมดำเนินการตามกติกาที่เป็นสากล ไม่เข้าสู่การเลือกตั้ง และยังคงดำเนินยุทธวิธีที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวม และยังพร้อมที่จะใช้ทุกช่องโหว่เพื่อทำลายนโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์ อย่างเช่น โครงการจำนำข้าว

ขณะนี้การบ่อนทำลายโครงการจำนำข้าวไปถึงขั้นการสกัดกั้นที่จะไม่ให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าข้าวให้กับชาวนา การขัดขวางทำกันอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อให้การจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการรับจำนำข้าวจะต้องสะดุดหยุดลง หรือชะลอการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควรทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงหากทุกฝ่ายมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา หากทุกธนาคารและผู้บริหารจะเห็นใจและมีน้ำใจต่อชาวนาไทย เข้าใจถึงความเดือดเนื้อร้อนใจ การบริหารการเงินของรัฐบาลก็จะเดินหน้าได้ ดิฉันยืนยันว่าเงินทุกบาทรัฐบาลรับผิดชอบอยู่แล้ว เงินของธนาคารก็มีหลักประกันตามกฎหมาย จึงไม่มีใครสามารถนำเงินฝากของทางธนาคารไปใช้ในทางที่ผิด

นอกจากนี้ ในปัจจุบันสถาบันการเงินมีสถานะที่มั่นคง และที่สำคัญสภาพคล่องในระบบการเงินการธนาคารนั้นมีสูงมาก ดังนั้น ทางธนาคารสามารถดำเนินการปล่อยกู้ตามขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือชาวนา โดยไม่ทำให้ทางธนาคารมีความเสี่ยงมากจนไม่สามารถบริหารจัดการได้

การดำเนินการในครั้งนี้ ก็ไม่เหมือนในอดีตที่การบริหารการเงินผิดพลาดทำให้สถาบันการเงินต้องปิดตัวลง และการบริหารงบประมาณของโครงการเป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลังมาอย่างต่อเนื่อง ธนาคาร ผู้บริหาร และพนักงานสมาชิกสหภาพซึ่งเป็นธนาคารของรัฐจึงไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว ทุกขั้นตอนมีกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีรองรับอยู่อย่างถูกต้อง

มีกระบวนการกล่าวหาและตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการบริหารโครงการรับจำนำข้าว ทั้งโจมตีทางการเมืองและกฎหมายว่า โครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นระบบระดับนโยบาย ซึ่งดิฉันขอยืนยันว่าในระดับนโยบายไม่มีการสร้างวิธีที่จะโกงเงินดังที่ถูกกล่าวหา และในระดับปฏิบัติหากมีการรั่วไหล ดิฉันก็ต้องการเห็นการตรวจสอบที่เข้มงวด และยินดีในกระบวนการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยไม่เลือกปฏิบัติและมีความเสมอภาคภายใต้หลักนิติธรรมโดยไม่มีความลำเอียงหรือวาระทางการเมืองที่ซ้อนเร้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้ว นอกจากโครงการดีๆจะถูกทำลาย ความน่าเชื่อถือของระบบและกระบวนการตรวจสอบก็จะสูญศรัทธาไปด้วย

พี่น้องชาวนาและพี่น้องประชาชนที่รักยิ่ง

ในระหว่างที่พี่น้องชาวนารอการเบิกจ่ายเงินนั้นรัฐบาลตระหนักถึงความยากลำบากจึงได้กำหนดมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเท่าที่จำเป็นของปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทาง ธ.ก.ส จะขยายเวลาการชำระหนี้ ออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ เพื่อให้พี่น้องได้เข้าถึงเงินกู้เพื่อนำไปใช้ในเตรียมการผลิตในฤดูกาลต่อไปที่กำลังจะมาถึง ธ.ก.ส. จะขยายวงเงินให้ลูกค้ารายปัจจุบัน โดยสามารถใช้หลักค้ำประกันที่ได้วางได้กับ ธ.ก.ส. โดยมาตรการนี้ครอบคลุมถึงชาวนาที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของทาง ธ.ก.ส. ด้วย โดยพี่น้องชาวนาสามารถสมัครเป็นสมาชิกและยื่นความจำนงที่ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน สำหรับชาวนาที่อยู่ภายใต้สถาบันเกษตร (สหกรณ์) สามารถขอเงินกู้จากสหกรณ์ได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ดิฉันในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลจะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องชาวนาและพี่น้องประชาชนทุกคน ดิฉันจะไม่ยอมให้เกมการเมืองมาเอารัดเอาเปรียบเอาพี่น้องเป็นตัวประกัน ดิฉันขอความร่วมมือและความเห็นใจของทุกฝ่ายต่อความทุกข์ยากของพี่น้องชาวนา ทุกหยาดเหงื่อของพวกเขา มีค่ามากต่อวิถีชีวิตของคนไทยทุกคน เราจะต้องไม่ปล่อยให้กระดูกสันหลังของชาติพิกลพิการ ชาวนาไทยจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ และมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับคนไทยทุกคน

เครือข่ายสังคม