ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – “นายกฯ ปู หย่อนบัตรเลือกตั้งผิดหีบ” และ “เนรเทศ สาธิต เซกัล ถูกหรือไม่?”

ชาวเฟซโพสต์ Facebook A Look Back ฉลองครบรอบ 10 ปี Facebook

วิจารณ์แซ่ด นายกฯ ปู หย่อนบัตรเลือกตั้งผิดหีบ

ตั้งข้อสงสัย ชูวิทย์ โดนต่อยจริงหรือ?

เนรเทศ สาธิต เซกัล ถูกหรือไม่?

ชาวเน็ตสงสารชาวนา กับโครงการรับจำนำข้าว

อ่านต่อ…

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 2-8 กุมภาพันธ์ 2557

เรื่องแรก เนื่องในวันครบรอบ 10 ปีของสุดยอดโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ทางเฟซบุ๊ก จึงได้นำเสนอความพิเศษที่ให้สมาชิกได้เก็บรวบรวมความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกเฟซบุ๊กกับ Facebook A Look Back ที่รวมภาพและเหตุการณ์ต่างๆ ของผู้ใช้งานมานำเสนอในรูปแบบวิดีโอความยาวประมาณ 1 นาที เพื่อเป็นการรวบรวมความทรงจำให้สมาชิกเฟซบุ๊กแต่ละคน ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก ที่ต่างก็โพสต์วิดีโอ Facebook A Look Back โชว์ขึ้นบนไทม์ไลน์ของตัวเอง

ที่มาภาพ : http://static.squarespace.com
ที่มาภาพ: http://static.squarespace.com

โดยการทำวิดีโอดังกล่าวนั้นก็แสนง่าย เพียงผู้ใช้คลิกเข้าไปที่ลิงค์ว่า www.facebook.com/lookback จะปรากฏภาพของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก เริ่มที่คุณเริ่มเล่นเฟซบุ๊กตั้งแต่ปีใด (You joined in?), เรื่องแรกที่โพสต์คือเรื่องอะไร (Your first moments), รูปของคุณที่ถูกไลค์มากที่สุด (Your most liked posts) และรูปที่คุณเคยแชร์ (Photos you’ve shared) รวมไปถึง 20 อันดับที่เป็นสุดยอดโมเมนต์ของเราที่ถูกแชร์ในเฟซบุ๊กของคุณเอง โดยที่วันแรกๆ ของการจัดทำ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถกำหนดภาพที่ต้องการนำเสนอออกมาได้ จึงทำให้มีเสียงร้องขอกันมาก ทางเฟซบุ๊กจึงปรับปรุงใหม่ให้ผู้ใช้สามารถ เลือกภาพที่ต้องการนำเสนอออกมาได้ ให้ได้เป็นความประทับใจที่นำเสนอออกมาได้อย่างภูมิใจ เพียงคลิกที่ตัวเลือก Edit และเลือกรูปภาพที่ต้องการตามหัวข้อต่างๆ จากนั้นคลิก Update คลิปวิดีโอก็จะอัพเดทเป็นภาพที่ต้องการและแชร์ให้เพื่อนๆ ดูกันได้ใหม่ชมคลิป

“ขอบคุณ มาร์ก สำหรับเฟซบุ๊ก ที่ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ และได้แชร์เรื่องราวต่างๆ ลงในเฟซบุ๊กได้ ขอให้มาร์คมีกำลังใจต่อไป”

“ดนตรีถูกใจ แต่สั้นไปอ่ะ ขอยาวๆ ได้ไหมนะ ขอบคุณครับผม”

“ตลกดี รูปที่อัพโหลดรูปแรก เห็นแล้วขำ”

“ความทรงจำดีๆ ทั้งนั้น ชอบอ่ะพูดเลย”

“ทำง่ายดี ดูไป อมยิ้มไป ได้เห็นภาพเก่าๆ ที่บ้างครั้งก็ลืมไปแล้ว”

เรื่องที่สอง จากเหตุการณ์การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีทั้งผู้ต้องการเข้าไปใช้สิทธิ และกลุ่ม กปปส. ที่มีการรวมตัวชุมนุมกันยืนยันที่จะไม่ไปเลือกตั้งเพราะต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ส่งผลให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปผลที่แน่ชัดได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด แต่เหตุการณ์ที่เป็นเรื่องให้ชาวโซเชียลมีเดียได้พูดถึงกันมากจากวันเลือกตั้งคือการออกไปใช้สิทธิ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีภาพเผยแพร่ไปทั่วโลกว่าหย่อนบัตรเลือกตั้งลงผิดหีบทั้งบัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จนเป็นที่พูดถึงกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กถึงภาพดังกล่าว โดยมีทั้งแสดงความเห็นใจและต่อว่าในความผิดพลาดดังกล่าว

ที่มาภาพ : https://www.facebook.comNationChannelTV
ที่มาภาพ: https://www.facebook.comNationChannelTV

โดยที่ทางด้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ได้มีการยอมรับต่อสื่อถึงการหย่อนบัตรผิดของตัวเองว่าหย่อนผิดจริง แต่ก็เป็นการทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย อีกทั้งทางด้านนางอารียัตน์ บัวอุไร ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 32 ของเขตเลือกตั้งที่ 16 บึงกุ่ม โรงเรียนคลองลำเจียก ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไปใช้สิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่มีการสลับบัตรเลือกตั้งแบบเขตกับแบบบัญชีรายชื่อไม่ถือว่าเป็นบัตรเสีย แต่ตามระเบียบปฏิบัติเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งจะต้องรายงานไปยัง กกต.เขตว่าเกิดการสลับบัตร แต่ในการนับคะแนนถือว่าเป็นบัตรดี เพราะบัตรมีความแตกต่างกันชัดเจน โดยบัตรสีส้มเป็นบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และบัตรสีม่วงเป็นแบบแบ่งเขต

“แม้แต่หย่อนบัตรยังผิด พอผิดแล้วโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่นะ นายกปู”

“สงสารจัง ให้อภัยเค้าเถอะ ท่านคงเครียด”

“นายกมัวแต่ยืนเก็กยิ้ม ท่านรูป หย่อนบัตรผิดเลย”

“ดิฉันมาจากการเลือกตั้ง (หย่อนบัตรผิดตู้) นะคะ”

“เธอไม่ได้หย่อนบัตร ผิด กล่อง เพราะ
1.เธอจบรัฐประศาสนศาตร์
2.เธออายุ 47 ปี ต้องผ่านการเลือกตั้ง ทั้งที่ โรงเรียน มหาลัย องค์กรท้องถิ่น สส รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง
3.เธอเป็นผู้นำของประเทศ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี
4.เธอไม่ใช่คนที่ประหม่า ตื่นเต้น กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ เธอ ตั้งใจ หย่อนผิด
เพียงให้ทั่วโลกเห็นว่า ทำอย่างไรกับประเทศนี้ก็ได้ ถึงอย่างไรคนไทยส่วนใหญ่ ก็ เลือก เธอ เป็นนายก ด้วยเสียงข้างมาก”

“ก็เห็นชัดๆ ว่าเจ้าหน้าที่ชี้บอก แล้วทำไมยังต้องว่านายกอีก”

“เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกผิด ยิ่งลักษณ์เดินผิดช่อง จะอ้อมไปด้านหลัง เจ้าหน้าที่ผู้หญิงไม่ได้แนะนำเรื่องต้อง match บัตรสีไหน กับกล่องไหน แค่ชี้ให้ไปหย่อนบัตรที่ด้านหน้า”

เรื่องที่สาม เป็นเรื่องสืบเนื่องจากวันเลือกตั้งที่ผ่านมา เมื่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่มีการประกาศตัวออกสื่ออย่างชัดเจนว่าจะออกไปเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวลาที่นายชูวิทย์เดินทางออกไปเลือกตั้ง กลับมีคลิปวิดีโอและการรายงานข่าวว่านายชูวิทย์ถูกทำร้ายร่างกายจากชายชุดดำ ทั้งที่นายชูวิทย์มีการ์ดเดินทางไปด้วยหลายคน อีกทั้งลูกชายของนายชูวิทย์ก็อยู่ในเหตุการณ์ โดยภายในคลิปวิดีโอเห็นภาพความชุลมุนและภาพที่ชายชุดดำพุ่งเข้าทำร้ายนายชูวิทย์จนล้มลงไปกับพื้นอย่างชัดเจน และหลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ถูกการ์ดของนายชูวิทย์เข้าล็อกตัว แต่สุดท้ายก็หนีออกไปได้ แต่ที่ยิ่งทำให้ชาวเน็ตเกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือการจำลองสถานการณ์ เพราะภายในภาพข่าวจะเห็นชายหนุ่มที่กำลังยืนใช้มือถือถ่ายคลิปวิดีโอ ที่หลายกระแสบอกว่าคือลูกชายของนายชูวิทย์ แล้วเหตุใดถึงไม่เข้าช่วยเหลือพ่อของตนเองที่กำลังถูกทำร้าย

ที่มาภาพ : http://news.mthai.comgeneral-news307439.html
ที่มาภาพ: http://news.mthai.comgeneral-news307439.html

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายชูวิทย์ หลังจากเหตุการณ์สงบลงก็ได้มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ ถึงความตั้งใจที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่ถูกทำร้ายร่างกาย ว่าไม่ติดใจเอาเรื่องคนที่เข้ามามาทำร้าย เพราะตนได้แลกหมัดกันคืนไปแล้วชมคลิป

“นักข่าวมากันเต็มล่วงหน้า แถมการ์ดไม่เห็นจะช่วยทำอะไร ต้องให้คุณชูวิทย์ลุยเอง คนร้ายที่ว่ายังหนีรอดไปได้แบบชิวๆ ถ้าเป็นเรื่องจริงการ์ดคงยำเละไม่ก็จับไว้ ฉากนี้ยิ่งกว่าละครไทย”

“การ์ดรู้จักกับคนขับมอร์ไซได้ไง แล้วเดินไปส่งเขาถูกเฉยว่าจอดอยู่ตรงไหน มันแปลกๆนะครับท่าน”

“คุณชูวิทย์ก็น่าจะรักษาอาการให้ดีกว่านี้นะ เพราะตัวเองก็ลงสมัคร ก็ควรจะระงับสติตัวเองให้ดีกว่านี้ นี้เเหละเพราะปากของคุณเอง ท้าทายตลอด”

“ชอบมากเปนคนที่ตรงๆ ถ้าพวกคุนโดนต่อยพวกคุน จะยอมให้ต่อยฟรีรึป่าวล่ะ เราก็คนมีมือมีเท้าก็ต้องสู้มั่งสิ!คนไม่ชอบเขาก็มี คนชอบเขาก็มี ไม่แปลกที่พวกไม่ชอบ จะทำแบบนี้ รักชูวิทย์”

“ตอนแรกเกือบเชื่อนะว่าถูกกทำร้ายจริง แต่พออเห็นลูกชายเขายืนถ่ายคลิปนี้งงเลย สัญชาตญาณคน พ่อแม่ถูกทำร้ายยืนดูเฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ”

“ง่ายๆนะ 2 ข้อ
1. คนที่จะมาดักทำร้าย ปกติมันจะกล้าลงมือทำตอนนักข่าวและการ์ดอยู่รวมกันเป็นฝูง?
2. หากพ่อของพวกคุณกำลังถูกรุมทำร้าย คุณจะยืนถือถ่ายคลิปอยู่เฉยๆ โดยไม่ช่วยอะไรเลยมั้ย? สังเกตดูลูกชายชูวิทย์ดีๆ”

เรื่องที่สี่ เป็นกระแสให้พูดถึงกันอย่างหนักถึงกรณีที่ นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย ย่านสีลม กลายเป็นผู้ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ประกาศดำเนินการเนรเทศให้ออกนอกประเทศไทย เนื่องจากถูกพบว่าเป็นบุคคลต่างด้าว อีกทั้งยังร่วมเป็นแกนนำ กปปส. โดยที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. ได้มีการเปิดเผยเหตุผลต่อสื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เนื่องจากนายสาธิตเป็นคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ตามกฎหมายจะต้องไม่กระทำความผิดใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคง แต่เพราะนายสาธิตเข้าร่วมเป็นแกนนำหลักของ กปปส. ขึ้นเวทีอภิปรายเพื่อปลุกระดมยุยงประชาชนให้ล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมือง จึงทำให้ต้องมีการดำเนินคดีตามกระบวนการ

นายสาทิต เซกัล ที่มาภาพ : Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)
นายสาทิต เซกัล ที่มาภาพ: Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)

ทางด้านนายสาธิตได้ให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า ไม่เข้าใจเหตุผลของ ศรส. เพราะหลังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนเองได้ยุติบทบาท และไม่ได้ขึ้นเวทีอีก และแม้ตนเองจะเป็นคนอินเดีย แต่ครอบครัวก็อยู่ในประเทศไทยมานาน และตลอดระยะเวลาก็ได้ทำหน้าที่รับใช้ สร้างประโยชน์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการไปเจรจากับอินเดีย ตนก็อยู่ฝ่ายไทย ที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้ และนี่หรือคือผลตอบแทนความดีที่ตนได้รับ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ชาวออนไลน์ก็พูดถึงกันมาก หลายความเห็นมองไม่เห็นเหตุผลที่เหมาะสมที่จะเนรเทศ ด้วยความดีและเรื่องราวที่นายสาธิตทำคุณต่อประเทศไทยมาเสมอ และยังเป็นผู้ที่ชัดเจนต่อการแสดงความเคารพในสถาบันพระมาหากษัตริย์ จนทำให้มีข้อความที่ชาวโซเชียลโพสต์กันมากว่า “คนดีจะเนรเทศ ส่วนคนชั่วจะนิรโทษ”

“คุณสาธิต เซกัล ไม่ต้องไปไหนค่ะ ประเทศไทยยินดีต้อนรับคุณ ถึงคุณจะไม่ได้เกิดในแผ่นดินไทย แต่คุณได้ตอบแทนแผ่นดินไทยมากกว่าพวกที่ไม่เคยรู้จักคุณแผ่นดินเกิดเลย”

“ลักลอบเข้าเมืองมา 50 ปี ไม่ยอมขอสัญชาติไทยนี่แปลกไหมละครับ พอเค้าจับไดว่าลับลอกเข้าประเทศเค้าก็ต้องส่งกลับอินเดียชิครับ”

“แล้วคนคดโกงชาติ ขายชาติ จาบจ้วงเบื้องสูงทำไมไม่เนรเทศ”

“จะเนรเทศท่านทำไม ท่านเป็นคนดี ทำไมถึงไม่นึกถึงบุญคุณของท่านสาธิต เซกัล หากประเทศไทยไม่ได้ท่านสาธิต ความสัมพันธิ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดียจะมีปัญหาระดับชาติในทันที ท่านไม่เคท่านก่อความวุ่นวายในประเทศเลย ท่านทำมาหากิน โดยสุจริต ท่านรักชาติมากกว่าคนไทยบางคน”

“สิ่งที่คนต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็รู้ สำหรับเมืองไทยคำว่าเป็นประโยชน์คือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ประโยชน์ที่เป็นอดีตเรียกว่าหมดประโยชน์แล้ว คนๆ หนึ่งเป็นพ่อพระแม่พระเสมอเวลาที่ให้ แต่เมื่อหยุดให้เมื่อไหร่ หัวผู้ให้ก็เริ่มเน่าตั้งแต่วินาทีนั้น”

“คนที่เค้าไม่ได้เกิดในแผ่นดินไทยยังทำคุณประโยชน์ให้แผ่นดิน แต่บางพวก เกิดในแผ่นดินแต่กลับขายชาติ ขายแผ่นดิน ยังไม่รู้กันอีกเหรอว่าใครสมควรอยู่ที่ใด”

ชาวนาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ค้างจ่ายโดยเร็ว ที่มาภาพ :http://www.posttoday.com
ชาวนาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ค้างจ่ายโดยเร็ว ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com

เรื่องที่ห้า จากโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาที่เดือดร้อนได้ตามที่รับปาก ทำให้รอบสัปดาห์นี้เป็นประเด็นพูดถึงกันมาก หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้มีการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra เกี่ยวกับเรื่องจำนำข้าว ที่มีข้อความโดยสรุปว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังคงให้ความสำคัญต่อชาวนา พร้อมทั้งอยากให้ชาวนาเชื่อว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาให้ แต่เพราะสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่สงบ จึงทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ ซึ่งมีข้อความตามที่โพสต์ดังต่อไปนี้

“ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และข้าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยมาช้านาน เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ชาวนากลับเป็นกลุ่มคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมและเหมาะสมมาโดยตลอด รัฐบาลชุดนี้จึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาวนาจะต้องได้รับความเป็นธรรม ผลผลิตต้องได้ราคา ผลกำไรต้องตกอยู่ในมืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจึงเป็นนโยบายเพื่อยกระดับรายได้ และสร้างความมั่นคงมั่งคั่งที่ยั่งยืน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ที่มาภาพ : เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra
ที่มาภาพ: เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวก็ไม่ได้ผิดกับนโยบายสนับสนุนและอุดหนุนสินค้าเกษตรในต่างประเทศที่มีหลากหลายรูปแบบ ปรับใช้ตามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ด้วยทุกคนตระหนักว่า ประเทศจะต้องดูแลผู้ที่ผลิตผลผลิตทางการเกษตรหลักของชาติให้มีชีวิตที่ดี มีรายได้ มีความสุข ปรัชญาแนวคิดที่มาเป็นนโยบายของรัฐบาลจึงเป็นที่ยอมรับของชาวนามาโดยตลอด และประสบความสำเร็จในการยกระดับรายได้ขยายโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ดิฉันและคณะรัฐมนตรีได้ทุ่มเทที่จะทำให้โครงการสำเร็จ

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นสถานการณ์พิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การยุบสภาผู้แทนราษฎรและการเลือกตั้ง ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลมีข้อจำกัดในการบริหารงาน ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 181 ในขณะเดียวกันก็มีเกมการเมืองนอกระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีเป้าหมายเดียวคือล้มล้างรัฐบาล และช่วงชิงอำนาจทางการเมือง ดำเนินการขัดขวางการทำงานของรัฐบาลที่พยายามจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้แต่โครงการจำนำข้าวที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวนาทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการต่อสู้ทางการเมืองจะไปในทิศทางใด ดิฉันก็มิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนา จึงได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการจ่ายเงินให้กับชาวนา โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งเงินกู้ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย พร้อม ๆ กับที่กระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ระหว่างการเปิดประมูลเพื่อเร่งระบายข้าว เพื่อนำเงินมาส่งมอบให้พี่น้องชาวนาตามที่มีภาระผูกพัน รัฐบาลขอยืนยันว่า เรามีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาอย่างจริงใจ มิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น และดิฉันขอให้พี่น้องชาวนาโปรดเชื่อมั่นว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหา และเพื่อความเป็นสุขของพี่น้องชาวนา และความเป็นธรรมในสังคม”

กปปส.เดินระดมทุนช่วยกลุ่มชาวนาที่ชุมนุมประท้วง ที่มาภาพ : เฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)
กปปส. เดินระดมทุนช่วยกลุ่มชาวนาที่ชุมนุมประท้วง ที่มาภาพ: เฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)

เรื่องดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศที่จะเดินขบวนอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่บริเวณใต้สะพานสาทร เข้าสู่ถนนสีลม เจริญกรุง และกลับมาที่เวทีสีลม เพื่อรวบรวมเงินบริจาคไปช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหวของชาวนาที่เดือดร้อน โดยยอดรวมทั้งหมดอยู่ที่ 9,209,440 บาท ซึ่งประชาชนจำนวนมากต่างก็แสดงความร่วมมือ ด้วยการออกมายืนรอรับตลอดสองข้างทาง พร้อมกับเงินบริจาคที่รวบรวมกันมาอย่างต่อเนื่อง

“น้ำตาซาบซึ้งใจแทนชาวนาไทยจริงๆ ที่มีคนเสียสละเช่นนี้”

“ชาวนาทั่วประเทศ ต้องการเงินเป็น แสนล้านไม่ใช่หรือ ถ้าสุเทพเดินรับบริจาควันนึงได้ 10 ล้าน แล้วจะเอาไปช่วยยังไง จัดการให้ยังไง จะเลือกให้ชาวนาคนไหนก่อน หรือว่าเอาไปให้ ชาวนาที่มาปิดกระทรวงพาณิชย์ก่อน ซึ่งนำโดยนายกชาวนา ที่เคยขึ้นเวที กปปส มาแล้วหลายครั้ง ”

“ขอถามจริงๆ จากใจเลยนะ คุณสุเทพจะการันตีได้ใหมว่าจะให้เงินชาวนากี่บาท”

“ชาวนาเขาไม่ค่อยเล่นเฟซบุ๊กหรอก นายกจะโพสต์ลงเฟซบุ๊กทำไม”

“จะทำอย่างไรชาวนาก็จนอยู่วันยังยังค่ำ ทำนาตากแดดจนดำ ค่าไถ่นาก็แพง ไร่ 1 ไถ่ 2 รอบ รวมเป็น 600 บาท ค่าปุ๋ยกระสอบล่ะ 720-750 บาท บางร้านก็แพงกว่านี้ ฝนตกน้ำมากคั้นนาขาดต้องตื่นตั้งแต่ตี1 จ้างคนวันละ 250-300 บาทค่าเกี่ยวข้าวถ้าใช้รถเกี่ยว ไร่ล่ะ 800-1200 บาท ขายข้าว 5 ไร่ ได้ 30,000 บาท ค่าเทอมลูกก็ยังไม่พอทำงานไม่เคยมีวันหยุด ชาวนาไทยคงจะเจริญวันวันกินปลากับผักริมรั่ว อาหารตามสั่งยังไม่กล้ากิน จานหนึ่ง 40 บาท ถ้ากิน 4 คน 160 บาทไม่เคยจะกล้ากิน ไม่เคยใช่เสื้อผ้าเกินตัวล่ะ 199 บาท ใส่แต่เสื้อแขนยาวที่เขาแจกเวลาไปขายข้าว ขายมัน ปี1 ไม่เคยได้ไปเดินห้าง ทำนาหน้าดำยิ่งกว่าถ่านไม่เคยหมดหนี้ แล้วอย่างนี้ใครเขาอยากจะทำนากัน จากใจชาวนาที่ชอกช้ำ”