กระทรวงพาณิชย์เลื่อนทริปไปจีน พาสื่อชมกิจการ GSSG คู่ค้าจีทูจี โต้ข้อกล่าวหา ป.ป.ช. กรณีซื้อขายข้าวเป็นเท็จ

25 มกราคม 2014

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวกรวมทั้งสิ้น 15 ราย เรื่องการทุจริตการขายข้าวในสต็อกของรัฐบาลให้รัฐบาลจีนแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี: G to G) โดย ป.ป.ช. ตรวจพบว่าไม่มีการส่งออกข้าวไปขายต่างประเทศจริง ข้าวล็อตนี้ถูกเวียนกลับมาขายให้ผู้ประกอบการในประเทศ

หลังจากนั้นนายยรรยง พวงราช รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมการค้าต่างประเทศส่งจดหมายผ่านอีเมล์วันที่ 23 มกราคม 2557 เวลา 12.36 น. เชิญผู้สื่อข่าว กว่า 150 แห่งเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารบริษัทGSSG ณ เมืองกวางโจว ประเทศจีนในระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2557

นายยรรยง พวงราช ที่มาภาพ : http://news.mthai.com

นายยรรยง พวงราช ที่มาภาพ : http://news.mthai.com

วัตถุประสงค์ของการเชิญครั้งนี้ ตามกำหนดการกรมการค้าต่างประเทศจัดให้สื่อมวลชนไปเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารบริษัท GSSG IMP & EXP CORP ซึ่งเป็นบริษัทจีนที่ทำการซื้อ-ขายข้าวกับรัฐบาลไทย

สำหรับผู้สื่อข่าวที่ประสงค์จะร่วมเดินทางไปกับคณะ ต้องแจ้งความประสงค์โดยกรอกข้อความตามแบบฟอร์มขอวีซ่า, รูปถ่าย 2 นิ้วจำนวน 2 รูป และพาสปอร์ตตัวจริง ส่งให้กระทรวงพาณิชย์ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 23 มกราคม 2557 ยังไม่ทันข้ามวัน เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์แจ้งผู้สื่อข่าวขอเลื่อนกำหนดการเดินทางดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด จึงปรากฏข่าวนี้ในสื่อหลายฉบับ

ช่วงเช้าของวันที่ 24 มกราคม 2557 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวกรณีกระทรวงพาณิชย์พาสื่อมวลชนเดินทางไปพบผู้บริหารบริษัท GSSG ที่ประเทศจีน ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

นพ.วรงค์กล่าวว่า “ผมคิดว่าไม่ควรทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณของหลวง ควรเก็บเงินจำนวนนี้เตรียมไว้ชำระหนี้ให้ชาวนาไม่ดีกว่าหรือ หากกรมการค้าต่างประเทศมั่นใจหรือมีหลักฐานยืนยันว่ามีการซื้อ-ขายข้าวแบบจีทูจีจริง ควรส่งหลักฐานดังกล่าวให้ ป.ป.ช. พิจารณาดีกว่า เพราะคู่กรณีของกรมการค้าต่างประเทศคือ ป.ป.ช. ไม่ใช่สื่อมวลชน”

พร้อมกล่าวต่อว่า“พยานหลักฐานที่ต้องนำไปแสดงต่อ ป.ป.ช. ก็มีไม่กี่รายการ อาทิ สัญญาการซื้อ-ขายข้าวแบบจีทูจี, หนังสือมอบอำนาจให้ “นายปาล์ม” เป็นตัวแทนบริษัท GSSG ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว, หนังสือที่นายปาล์มมอบอำนาจต่อให้ “นายโจ” เป็นผู้ดำเนินการส่งข้าวไปขายให้กับรัฐบาลจีน, หลักฐานส่งออกจากกรมศุลกากร (invoice) และหลักฐานการชำระเงินจากรัฐบาลจีน เป็นต้น แค่ส่งหลักฐานเหล่านี้ไปยืนยันกับ ป.ป.ช. ได้ เรื่องนี้ก็จบ ไม่ต้องพาสื่อมวลชนไปจีนให้สิ้นเปลือง” น.พ.วรงค์กล่าว

น.พ.วรงค์กล่าวต่อไปอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลจีนยกเลิกการซื้อ-ขายข้าวลอตนี้กับรัฐบาลไทยไปแล้ว หากเป็นการขายข้าวแบบจีทูจีจริง ผู้นำเข้าข้าวต้องขออนุมัติโควตาจากบริษัทคอปโก้ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดรัฐบาลกลาง โควตาข้าวที่ผ่านการอนุมัติเสียภาษีนำเข้าที่อัตรา 1% แต่ถ้าไม่ผ่านการอนุมัติ โควตาเสียภาษีจะอยู่ที่ 60% ระเบียบการนำเข้าดังกล่าวนี้เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลจีนทำไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่บริษัท GSSG เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดรัฐบาลท้องถิ่น (ระดับมณฑล) ไม่มีอำนาจอนุมัติโควตา ถ้าส่งออกไปจีนจริง ข้าวลอตนี้จะขายในจีนในราคาที่แพงมาก เพราะเสียภาษีที่อัตรา 60%

“การพาสื่อมวลชนไปทัวร์จีนครั้งนี้ อาจจะมีการเล่นกลอะไรหรือเปล่า เช่น สร้างหลักฐานบ้างอย่างขึ้นมาหลอกลวงประชาชน เพื่อหวังผลทางการเมือง หากรัฐบาลมีหลักฐานยืนยันว่ามีการซื้อ-ขายกันจริงก็ส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณา ไม่ต้องพาสื่อมวลชนไปดูงานต่างประเทศ ยิ่งในช่วงของการเลือกตั้ง ควรสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าทำได้หรือไม่ เพราะหลังจากที่กลับมาจากการดูงานต่างประเทศ สื่อมวลชนต้องกลับมาเขียนข่าว ซึ่งมีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล ทั้งในเชิงบวกและลบ” นพ.วรงค์กล่าว

ขณะที่นายยรรยง พวงราช รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ต้องเชิญสื่อมวลชนไปจีนในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้สื่อมวลชนเห็นว่าบริษัท GSSG มีตัวตนจริงหรือไม่ และเพื่อให้บริษัทชี้แจงข้อเท็จจริงการซื้อข้าวจีทูจีจากไทย ซึ่งการเชิญสื่อไปจีน กำหนดเดิมคือ 26-28 มกราคม 2557 แต่อยู่ในช่วงตรุษจีน จึงต้องเลื่อนออกไปหลังตรุษจีนแทน

อ่านเพิ่มเติม ซีรี่ส์ 1 ทศวรรษข้าวจีทูจี

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม