“เราจะปฏิรูปประเทศ…ก่อนการเลือกตั้ง” ทำได้หรือไม่-อย่างไร-โดยใคร-ความเสี่ยงคืออะไร

บรรยง พงษ์พานิช

ความจริงในปัจจุบัน มีคำสำคัญที่ดูเหมือนทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันไปทั่ว คือคำว่า “ปฏิรูป” “เลือกตั้ง” “ปราบคอร์รัปชัน” “ลดความเหลื่อมล้ำ” จนดูเหมือนว่าสังคมนี้กำลังมีฉันทามติไปในทิศทางที่จะสามารถก่อความร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่จะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงยั่งยืนได้เสียที

แล้วเรามาขัดแย้งอะไรกันอยู่ล่ะครับ…

1. เราเถียงกันว่าอะไรก่อน อะไรหลัง ระหว่างเลือกตั้งกับปฏิรูป

2. เราเถียงกันว่าจะให้ใครทำ ระหว่างผู้แทนที่เลือกมาตามรัฐธรรมนูญ (แล้วคนจำนวนมากเห็นว่ามันฉ้อฉลทั้งนั้น ไม่ต้องการอีกต่อไป) กับ กลุ่ม “คนดี” ที่กลุ่มคนฉลาด คิดว่าตนได้รับการศึกษาสูง คือคนชั้นกลางชั้นสูงในเมืองหลวง จะจัดการสรรหามาให้

3. เราเถียงกันว่า ระหว่างปฏิรูป หรือระหว่างรอเลือกตั้ง (แล้วแต่อะไรจะเกิดก่อน) จะให้ใครรักษาการบริหารบ้านเมือง จะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือ รัฐบาลที่พ้นตำแหน่งทำ หรือ คนอื่น (ใคร ชื่ออะไรก็ยังไม่มีใครเสนอ) ที่จะให้ผู้ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา เสนอทูลเกล้า

เราเถียงกันแค่สามเรื่องนี้เป็นหลักเท่านั้นนะครับ (นอกจากจะมีพวกแอบจิตคิดอยากให้ทหารมาล้มกระดาน) …แล้วทำไมต้องแตกแยกรุนแรงจนทำให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะเสี่ยงใหญ่หลวงอย่างไม่เคยเจอมาก่อน

เสี่ยงต่อภาวะสงครามกลางเมือง เสี่ยงต่อการจะกลายเป็น “รัฐล้มเหลว” (Failed State) ที่อาจล่มสลาย ต้องใช้เวลาเยียวยาอีกหลายสิบปีกว่าจะเดินหน้าได้อีก (ผมขอเรียกพวกที่ประมาท คิดว่าไม่มีทางเกิดว่าพวก “โลกสวย” ตัวจริงนะครับ)

ผมประกาศตัวเป็นพวก 2 เอา 2 ไม่เอา ก็จริง แต่ขอแสดงจุดยืนในรายละเอียดทั้งสามเรื่องดังนี้นะครับ

ประเด็นที่ 1 เลือกตั้งกับปฏิรูป สำหรับผม แน่ใจอย่างยิ่งว่าการปฏิรูปเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลานับสิบปี เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ทำก่อน ก็ทำได้เพียงแค่กำหนดกรอบ กำหนดหัวเรื่อง กำหนดเป้าหมาย แต่การดำเนินการให้แล้วเสร็จนั้นต้องทำหลังเลือกตั้งแน่นอน นอกจากเรายอมได้ที่จะไม่ให้มีเลือกตั้งนานนับสิบปี ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งเดียว ในยุคเผด็จการ สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส (2500-2512)

ประเด็นที่ 2 สภาผู้แทนที่เลือกจากประชาชนทั้งประเทศ หรือกลุ่มคนดีที่คัดสรรมา จะเป็นผู้กำหนดกรอบ กำหนดหัวข้อ กำหนดเป้าหมาย …ทางออกที่ผมเสนอก็คือร่วมกันทำสิครับ ให้มีการคัดสรร “คณะกรรมการกำหนดแผนปฏิรูปประเทศไทย” โดยมีภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันคัดสรร (ความจริงข้อเสนอคล้ายๆ กับที่นายกฯ เสนอก็น่าจะทำได้ โดยยอมให้ “มวลมหาประชาชน” เสนอสักหนึ่งในสี่ก็ได้) แต่สุดท้าย กรอบและแผนที่กำหนดก็ต้องนำมาผ่านสภาฯ หรือทำประชามติ

ประเด็นที่ 3 ถ้าสองประเด็นก่อนสรุปกันได้ ใครรักษาการก็ไม่น่าสำคัญมาก เพราะจะเป็นเวลาไม่นาน (ไม่น่าเกินสามเดือน) แถมรัฐธรรมนูญก็กำหนดกรอบไว้ไม่ให้ทำอะไรได้มาก การให้ได้ให้เสียกับการเลือกตั้งก็พิสูจน์แล้วว่าแทบไม่มีผล (เพื่อไทยชนะถล่มสี่ครั้งทั้งๆ ที่รักษาการแค่ครั้งเดียว) เรื่องนี้ผมเห็นว่าท่านกำนันน่าจะถอยบ้าง ไม่ใช่เอาชนะทุกเรื่องไป

ที่มาภาพ : เฟซบุ๊กเถกิง สมทรัพย์
ที่มาภาพ : เฟซบุ๊กเถกิง สมทรัพย์

สรุป…ผมเสนอว่า ตั้งกรรมการวางกรอบปฏิรูป เลื่อนเลือกตั้ง 90 วัน นำเสนอแผนให้ลงประชามติ ให้รัฐบาลปัจจุบันรักษาการ

แล้วเราก็น่าจะได้ รัฐบาลเพื่อไทย ที่มีแผนปฏิรูปคอยกำกับ ซึ่งถึงแม้จะไม่หล่อถูกใจเต็มร้อย แต่ก็น่าจะดีกว่ารัฐบาลผสม Buffet Cabinet หรือรัฐบาลทหารตั้ง กลับไปวังวนเก่า

และผมก็มั่นใจแน่ว่า รัฐบาลใหม่จะเป็นใครก็ตาม จะต้องดำเนินการตามแผนปฏิรูป เพราะเราจะมีนกหวีดหลายสิบล้านอันคอยตามกำกับ และจะไม่มีการทำอะไรที่ไม่ชอบธรรมอย่างชัดแจ้ง เช่น พ.ร.บ.เหมาเข่งได้อีก

แน่นอนครับ สำหรับ “มวลมหาประชาชน” ส่วนใหญ่ ข้อเสนอของผมย่อมฟังดูหน่อมแน้ม ไม่สะใจ ไม่ถอนรากถอนโคนระบอบที่ท่านเกลียดชัง แต่ผมขอเรียนถามตรงๆ ว่า ท่านแน่ใจหรือว่า ทางที่ท่านเดินอยู่ จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้จริง จะไม่นำไปสู่ภาวะการล่มสลายของชาติ ที่ท่านตะโกนก้องว่ารักจนสุดใจอยู่ทุกวัน

แต่เอาเถอะ…ท่านคงไม่ฟังสิ่งที่ผมเสนออย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้น ผมขอถามคำถามง่ายๆ ที่ควรมีคำตอบตั้งนานแล้วสักสี่ห้าข้อนะครับ

ข้อแรก ขอถามว่า ที่บอกว่า “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” นั้น จะปฏิรูปอะไรบ้าง แล้วต้องเสร็จขนาดไหน

ถ้าบอกว่า กระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าก่อนทุกจังหวัด กระจายตำรวจให้เสร็จ ปราบโกงให้หมด ก็เท่ากับว่าไม่ต้องมีเลือกตั้งกันพอดี (เพราะผู้ได้อำนาจมาปฏิรูปคงจะหวงอำนาจเอง โกงเสียเอง) บ่อง
ตง จนวันนี้ ข้อเสนอ “กรอบการปฏิรูป” ของ กปปส. มีสาระน้อยที่สุด มีรายละเอียดหลักการน้อยที่สุดในบรรดาข้อเสนอทั้งมวล (ถ้าผมรู้น้อยช่วยเฉลยด้วยนะครับ หาไม่เจอจริงๆ)

ข้อที่สอง “สภาประชาชน” ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ครอง “รัฏฐาธิปัตย์” คือเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนั้นมีใครบ้าง ท่านกำนันบอกว่า กปปส. จะตั้งเอง 100 คน ขอทราบรายชื่อเลยได้ไหมครับ หรือไม่ก็ขอถามว่าจะสรรหาแต่งตั้งอย่างไร ใช้ตะโกนชื่อบนเวที แล้วให้โห่ร้องตบมือหรืออย่างไร กับอีก 300 คน ที่ให้เลือกจากสาขาอาชีพต่างๆ นั้น จะเลือกอย่างไร อาชีพอะไรบ้าง อาชีพละกี่คน หรือจะให้ใครกำหนด (ท่านคงไม่ยอมให้คนอื่นกำหนดหรอก) เรื่องพวกนี้สมควรมีรายละเอียดได้แล้วครับ ไม่งั้นเมื่อได้ชัยชนะจะโกลาหลแย่งชิงกันวุ่นวายจนมีแต่จอมเผด็จการเท่านั้นที่จะจัดการได้

ข้อที่สาม กระบวนการใช้อำนาจของ “สภาประชาชน” จะมีแบบแผนเป็นอย่างไร ใช้ผ่านหน่วยงานองค์กรอื่นๆ อย่างไร จะต้องเกี่ยวข้องกับองค์พระประมุขอย่างไรหรือเปล่า สภานี้จะเป็นผู้แต่งตั้งถอดถอนรัฐบาลรักษาการหรืออย่างไร

ข้อที่สี่ กระบวนการกฎระเบียบที่ใช้ในการดำเนินการ และควบคุมตัว “สภาประชาชน” เองนั้นเป็นอย่างไร ใช้ระเบียบเช่นเดียวกับรัฐสภาหรือไม่ มีการตรวจสอบและคานอำนาจได้แค่ไหน โดยใคร หน่วยงานใด

ข้อสุดท้าย ขอถามง่ายๆ ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับปัจจุบันนี่ จะยังเอาไว้ไหมครับ ถ้าไม่เลิก จะทำอย่างไร เพราะที่ท่านเสนอมันขัดไปหมดแทบทุกข้อ จะยกเว้นข้อไหนอย่างไร หรือจะกำหนดไว้กว้างๆ ว่า “ตามแต่เลขาธิการ กปปส. จะเห็นสมควร” ก็ขอให้ระบุให้ชัดเจน

เห็นไหมครับ กระบวนการที่ดำเนินอยู่มีแต่คำถามเต็มไปหมด ต่อให้ได้ชัยชนะมา สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือจะจัดการกับชัยชนะนั้นอย่างไร โดยไม่ให้ปั่นป่วนวุ่นวาย

ถึงผมจะเกลียดรัฐบาลนี้แค่ไหน ถึงผมจะชังการโกงกินอย่างสุดแสน ถึงผมจะเอือมกับประชานิยมสุดเสื่อมอย่างจำนำข้าวอย่างแทบกระอัก แต่ผมก็มองไม่เห็นหนทางที่จะเอาชนะ ที่จะขจัดรัฐบาลห่วยๆ นี้ได้โดยวิธีอื่นใด นอกจากวิธีการประชาธิปไตย ตามกฎ ตามกติกาที่เรามีอยู่นะครับ

โปรดพิจารณาข้อเสนอของผมด้วยครับ…

จัดตั้งกรรมการวางกรอบปฏิรูป-เลื่อนเลือกตั้ง 90 วัน-ขอประชามติกรอบ และวิธีการปฏิรูป พร้อมเลือกตั้ง-ให้คุณปูเธอรักษาการไปเถอะ-เสร็จแล้วคอยสอดส่องติดตามดูแลการปฏิรูป

  • Pingback: “เราจะปฏิรูปประเทศ…ก่อนการเลือกตั้ง” ทำได้หรือไม่-อย่างไร-โดยใคร-ความเสี่ยงคืออะไร | Reader()

  • ผู้ด้อยการศิกษา

    ถูกต้องแล้วครับ ตึก 10 ชั้น สร้างวันเดียวไม่ได้ รู้ว่าผู้รับเหมาโกง เราต้องตั้งกฎิกาให้เขา ยังไงก็ต้องเลือกตั้งก่อน

  • Wisit Horrunglerk

    เห็นด้วย ชัดเจนตรงประเด็น ครับ ความเป็นธรรมต้องมีให้ทุกฝ่าย ต้องรักษากฏกติกา ไปเลือกตั้งพร้อมปฏิรูป แต่ตบมือข้างเดียวไม่ดัง…

  • พันธ์ศักดิ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง

    ผมยินดีที่คุณเป็นคนหนึ่งที่ห่วงใยประเทศโดยได้เสนอทางออกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดีผมขอเสนอความเห็นที่ต่างออกไป โดยย่อดังนี้

    ประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องปฏิรูปก่อนเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ไฟกำลังไหม้บ้าน คำว่าปฏิรูปในที่นี้ เป็นขบวนการกินเวลายาวนานอย่างที่คุณบรรยงได้แสดงความเห็นไว้ คำว่าปฏิรูปจึงหมายรวมถึงการดับไฟ การออกแบบ และการสร้างบ้านใหม่ ถ้าไฟกำลังไหม้บ้าน คุณควรทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อการดับไฟ หรีอควรแบ่งคนบางส่วนไปออกแบบ บางส่วนไปเจรจาตกลงกับผู้รับเหมาเรื่องค่าก่อสร้าง คุณเขียนมาว่าควรทำ ๓ อย่างนี้พร้อมๆกันไป

    ถ้าคุณไม่ดับไฟก่อนเพียงอย่างเดียว = ไม่ปฏิรูปก่อนเพียงอย่างเดียว = เลือกตั้งไปด้วยปฏิรูปไปด้วย(อย่างที่คุณเสนอ) คุณทราบหรือไม่ว่าเราจะได้อะไรบ้างจากการเลือกตั้ง ผมจะไม่พูดถึงความวุ่นวาย ซึ่งอาจถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ เพราะคุณก็อาจบอกว่าปฏิรูปก่อนก็ต้องเสียเหมือนกัน สิ่งที่จะตามมาหากเลือกตั้งก่อน คือ

    ๑ ระบอบทักษิณ จะชนะการเลือกตั้งแน่ เพราะไม่มีคู่แข่งที่สูสีอย่าง ประชาธิปัตย์ และ

    ๒ ระบอบทักษิณเป็นฝ่ายที่ถนัดในการใช้อำนาจรัฐ ในการโกงหรือการเอาเปรียบในการเลือกตั้ง พูดให้ชัดคือ ถนัดกว่าพรรคประชาธิปัตย์ในการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของพรรคเคยเป็นตำรวจมาก่อน จึงมีความคุ้นเคยกับตำรวจ อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบกับในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ระบอบทักษิณได้ยึดครองอำนาจรัฐถึง ๘ ปี จึงได้แต่งตั้ง จัดการให้คนของตนไปดำรงตำแหน่งสำคัญๆเกือบหมด ช่วง ๒ ปีเศษ ( ปี ๕๒-๕๓ ) ที่ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล ก็ยังไม่มีความได้เปรียบเช่นนี้ เพราะอยู่ในช่วงที่สั้นเกินไป เทียบกับระบอบทักษิณที่มีอำนาจมาแล้วยาวถึง ๘ ปี ลองเทียบดูว่าปัจจุบันระบอบทักษิณสามารถระดมกำลังตำรวจมารับมือกับ กปปส ได้ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐๐๐ นาย ขณะที่ปี ๕๒ รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่สามารถจัด การประชุมอาเซี่ยนที่พัทยา จนประเทศไทยต้องอับอายไปทั่วโลก ทั้งๆที่ผู้บัญชาการภาคของตำรวจในพื้นที่พัทยาก็คือ พล.ตอ อดุลย์ ซี่งเป็น ผบ สตช ในปัจจุบัน เหตุการณ์ทนายเอาถุงที่มีเงินนับล้านไปฝากเจ้าหน้าที่ศาลก่อนการตัดสินคดีที่ดินรัชดาก็ดี หรือเรื่องที่คุณ นิชา ภรรยาของ พล.อ ร่มเกล้า เล่าให้ฟังที่เวทีราชดำเนิน ว่า นายธาริต เคยแถลงในสมัย อภิสิทธิ์ ว่าจับ นปช ที่ยิง พล.อ ร่มเกล้าได้แล้ว และมีความมั่นใจว่าดิ้นไม่หลุดแน่เพราะมีหลักฐานแน่นหนา แต่พอเปลี่ยนรัฐบาล นายธาริตก็แถลงใหม่ว่าไม่ใช่ นปช แต่เป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ล่าสุดก็แถลงเปลี่ยนอีกเป็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี

    ยังมีเรื่องอีกมากมายที่รถตำรวจนำรถที่ใช้ขนเงินเอาไปแจกในหมู่บ้านก่อนการเลือกตั้ง หรือดูแค่เร็วๆนี้การชุมนุมของนปช มีรถตำรวจนำรถบัส แต่ของ กปปส ผู้มาชุมนุมเจอด่านตำรวจสกัด เจอเรือใบ เจอการขัดขวางสารพัดจาก ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ

    ๓ ระบอบทักษิณ จะอ้างต่อคนไทย ต่อชาวโลก ว่าคนไทยได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเห็นด้วยกับการกระทำของระบอบทักษิณและ ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ

    ระบอบทักษิณจะอ้างความชอบธรรมในการปกครองต่อไป ทั้งๆที่โดยหลัก กม แล้วรัฐบาลหมดความชอบธรรมในการปกครองมาตั้งแต่ออกแถลงไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ

    ๔ เปิดประชุมสภาใหม่เมื่อใด ระบอบทักษิณ จะเอาร่าง พรบ นิรโทษกรรม ที่ได้แช่เย็นไว้มาลงมติประกาศใช้ได้ทันที และจะมีผลตลอดกาล ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก ผลก็คือ ทักษิณ กลายเป็นคนบริสุทธิ์ จากคดีที่ดินรัชดา ไม่ต้องถูกจำคุก ได้รับเงินคืนจากคดีฉ้อฉล ๔๖๐๐๐ ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อย ละ ๗ ต่อปี ซึ่งสูงกว่าฝากธนาคารมาก

    ๕ คดีเผาบ้านเมือง ก่อการจราจล ฆ่า พล.อ ร่มเกล้า ฆ่า ทหาร และตำรวจอื่นๆก็จะพ้นผิดหมด

    ๖ คดีทุจริตอื่นๆ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนของ ปปช อัยการ ศาล ตำรวจ หรือแม้แต่คดีที่ศาลตัดสินแล้วเช่นคดีรถดับเพลิง รวมกว่า ๒๐๐๐๐ คดี จะพ้นผิดทุกคดี

    ๗ ระบอบทักษิณสามารถอ้างความชอบธรรมเนื่องจากชนะการเลือกตั้ง ดำเนินโครงการหายนะทั้งหลายต่อได้โดยสะดวกกว่าเดิมเพราะไม่มีฝ่ายค้านในสภา โครงการเหล่านี้ได้แก่โครงการจำนำข้าว โครงการป้องกันน้ำท่วม ๓.๕แสนล้าน และ โครงการเงินกู้ ๒ล้านล้านบาท

    การโค่นระบอบทักษิณ จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเหมือนการดับไฟที่กำลังไหม้บ้าน ถ้าแบ่งความสนใจไปที่เรื่องอื่น เราอาจไม่สามารถดับไฟ ถ้าไม่รีบโค่นระบอบทักษิณเดี๋ยวนี้ เราอาจไม่มีโอกาสโค่นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าระบอบนี้จะทำความเสียหายแก่ประเทศอีกมากเพียงใด ทั้งในด้านทรัพยากร การศึกษา และศีลธรรมจรรยา ของคนไทย

    การแบ่งส่วนการปฏิรูปหลังการโค่นระบอบทักษิณ

    ๑ ส่วนที่ต้องทำเร่งด่วน ภายใน ๑๘ เดือนก่อนการเลือกตั้ง ได้แก่

    ๑.๑ การออก กม ไม่ให้พรรคการเมืองถูกครอบงำโดยนายทุนหรือผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังเช่นที่เคยมีในเยอรมันนีหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ ถ้ามีการเลือกตั้งทันทีหลังสงคราม พรรคนาซีหรือพรรคทำนองเดียวกันก็อาจชนะการเลือกตั้ง เขาจึงมีการแก้กม ว่าการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตต้องทำโดย สมาชิกพรรคในเขตนั้นๆ ไม่ใช่คัดเลือกโดยผู้บริหารพรรค การเป็นสมาชิกพรรคในแต่ละเขต คนที่มีฐานะดีต้องจ่ายเงินบำรุงตามสัดส่วนรายได้ของตน แต่มีสิทธิในพรรคเท่ากับคนรายได้ต่ำ ทำให้เป็นการยากที่นายทุนจะมาควบคุมพรรค

    ๑.๒ การลงโทษผู้ทุจริตในการเลือกตั้ง ให้มีโทษขั้นจำคุก ไม่ใช่แค่ตัดสิทธิการเลือกตั้งอย่างในปัจจุบัน

    ๑.๓ ประชาชนทุกคนถือว่าเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องศาลให้ลงโทษผู้ทุจริตในการเลือกตั้งได้ ทุกคน

    ๑.๔ อื่นๆ

    ๒ ส่วนที่อาจเริ่มต้นพร้อมกับส่วนแรก แต่ยังไม่จำต้องเสร็จก่อนเลือกตั้งได้แก่

    ๒.๑ การเลือกผู้ว่าราชการภาค (น่าจะดีกว่าการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะสามารถทำให้แต่ละภาคมีขนาดใกล้เคียงกันได้ และไม่กระทบถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนัก)

    ๒.๒ การโอนตำรวจไปขึ้นกับภาค

    ๒.๓ การยึดทรัพย์นักการเมืองและข้าราชการที่ทุจริต หรือร่ำรวยผิดปกติ โดยให้โอกาสแสดงหลักฐานว่าได้มาโดยสุจริต

    ๒.๔ การแก้ กม ว่าการทุจริต โดยข้าราชการหรือนักการเมืองต้องไม่มีอายุความ

    ๒.๕ ออกกม ลงโทษ ข้าราชการ หรือนักการเมือง ที่กระทำการอันถือได้ว่ามีผลประโยชน์ขัดกับผลประโยชน์ของรัฐ

    ๒.๖ อื่นๆ

    จะเห็นได้ว่า ตัวอย่างของมาตรการต่างๆที่ได้ยกขึ้นมาใน ข้อ ๑ และ๒ ล้วนขัดผลประโยชน์ของระบอบทักษิณ ระบอบนี้ย่อมพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวาง ถ้าให้คนของระบอบทักษิณ อยู่ในสภาปฏิรูปสักครึ่งหนึ่ง ก็เชื่อได้เลยว่าจะไม่สามารถออกมาตรการข้างต้นนั้นได้แม้แต่ข้อเดียว เหมือนงาช้างย่อมไม่งอกออกจากปากหมา

    ถ้าเลือกตั้งก่อน เราก็จะมีสภาผู้แทนมาจากพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราได้เห็น ได้เข้าใจนิสัยและสันดานของคนเหล่านี้ดีพอควร คุณบรรยงคิดว่างาช้างหรือสิ่งดีๆจะออกมาจากปากคนพวกนี้หรือ ทำไมคุณบรรยงพยายามทำให้คนเหล่านี้มีอำนาจ ในการดำเนินการปฏิรูป

    นักวิชาเกินจำนวนมากพยายามบอกว่าต้องมีการเลือกตั้ง ต้องมีสภาก่อนเพื่อเป็นการยึดโยงกับหลัก กม ชอบอ้างว่าไม่ไว้ใจเทือก แต่ไว้ใจ สส พรรคเพื่อไทย ทั้งๆที่เห็นชัดๆว่าเลวขนาดไหน ทำอะไรก็ได้เพื่อรับใช้ทักษิณเพียงอย่างเดียว ผมเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าคุณสุเทพจะเป็นคนดีมาก แต่เขาได้ให้สัญญาต่อหน้าประชาชนนับล้านว่าเขาจะเลิกเล่นการเมือง และจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ถ้าเขาผิดสัญญา คุณคิดว่าคนกรุงเทพจะปล่อยเขาไว้หรือ คุณสุเทพมีกองทัพหนุนหลังเพราะเป็น ผบ.ทบ หรือ การกำจัดสุเทพหากเขาเปลี่ยนเป็นคนเลวยากเท่าการกำจัดมารร้ายอย่างทักษิณหรือ

    ผมอยากถามพวกนักวิชาเกิน ที่ต้องการเลือกตั้งก่อนเพื่อให้เป็นไปตามหลัก กม ว่า เมื่ิอมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี๒๔๗๕ นั้น เมื่อเวลาที่คณะราษฎร์ เริ่มดำเนินการนั้น ประเทศไทยมีสภาผู้แทนมาจาก ราษฎรแล้วหรือ คำตอบคือยังไม่เคยมีสภาผู้แทนใช่หรือไม่ ถ้าคิดตามตรรกะของนักวิชาเกิน คือต้องมีสภาผู้แทนก่อน จึงจะยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนบัดนี้รับรองว่า ไทยจะยังคงมีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ไปค้นดูข้อเท็จจริงได้เลยว่า ครม ชุดแรก สภาผู้แทนชุดแรก มาจากการแต่งตั้งโดยคณะราษฎร์ทั้งสิ้น

    นอกจากเรื่องเปลี่ยนการปกครอง ปี๒๔๗๕ แล้ว ในต่างประเทศก็มีเรื่องทำนองนี้ เช่น ในอิหร่านเมื่อมีการโค่นล้มชาห์ โคไมนีก็ไม่ได้ให้มีการเลือกสภาผู้แทนก่อน เมื่อโคไมนีเดินทางเข้าประเทศมาจึงมาตั้งคณะผู้บริหาร

    คุณเคยดูหนังเรื่องแดจังกึมไหม หนังเรื่องนี้แสดงถึงเหตุการณ์ในเกาหลีเมื่อ มากกว่าร้อยปีมาแล้ว ตอนนั้นการแพทย์ยังไม่เจริญคนยังไม่เคยไม่รู้จักการผ่าตัด แต่แดจังกึม เจอเหตุการณ์ต้องทำคลอดที่มีลักษณะผิดปกติ ซึ่งสมัยนั้นเข้าใจกันว่าคนไข้ไม่รอดแน่ แดจังกึมจึงตัดสินใจผ่าตัดเป็นรายแรกในเกาหลี ความจริงแดจังกึมอาจไม่ใช่หมอคนแรกที่ผ่าคนไข้ในเกาหลี แต่ก็ต้องมีคนเริ่มคนแรกอยู่ดี และต้องถูกคัดค้านจากหมอคนอื่นๆแน่ แม้ในปัจจุบันการผ่าตัดคือการเอามีดมาเฉือนร่างกายคนก็ไม่ใช่เรื่องปกติ เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง แต่ก็จำเป็นต้องทำเมื่อการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้เหมือนคนไข้ที่ต้องการผ่าตัดด่วน การผ่าตัดก็เป็นการทำนอกกฎเกณฑ์ ถ้าเป็น ๒๐๐ ปีก่อนก็จะขัดความรู้สึกมาก

    เรื่องที่คุณสงสัยว่า สภาประชาชนมีใครบ้าง เท่าที่ผมเคยฟังคุณสุเทพ แกก็บอกว่า มี ๕๐๐ คน (ถ้าผมจำไม่ผิด)

    โดย๔๐๐ มาจากการเลือกตั้งของกลุ่มอาชีพต่างๆ ทำนองเดียวกับสภาสนามม้าที่เคยมีเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นคุณคงยังเป็นเด็ก อีก ๑๐๐ คนจะมีการแต่งตั้งโดยกปปส ซึ่งจะเลือกจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านกม และด้านอื่นๆที่จำเป็น แต่ไม่ได้รับเลือกใน๔๐๐คนแรก

    ผมคงตอบคำถามของคุณไปแล้ว ๒ ข้อ ส่วนข้อ ๓ ถามว่ากระบวนการใช้อำนาจของสภาประชาชนจะมีแบบแผนอย่างไรจะแต่งตั้งหรือถอดถอนรัฐบาลได้หรือไม่ คำถามข้อนี้ กปปส คงต้องตอบได้ไม่ยากเมื่อไล่ระบอบทักษิณได้แล้ว

    โปรดจำไว้ว่าบ้านกำลังไฟไหม้ คุณควรไปถามคนที่กำลังดับไฟให้คุณอยู่ว่า ถ้าไฟดับแล้วบ้านคุณจะอัปลักษณ์ไหม จะเสียค่าซ่อมเท่าไร ถ้าไม่ตอบให้กระจ่างก็ไม่ต้องดับไฟ นี่แสดงว่าคุณคงยังไม่เข้าใจระบอบทักษิณในด้านมืดเลย จึงไม่รู้สึกว่าไฟกำลังไหม้บ้าน

    ข้อสี่และข้อสุดท้ายก็มีคำตอบทำนองเดียวกัน

    ทั้งคุณบรรยง และผม ต่างก็มีหุ้นในประเทศนี้คนละ ๑ หุ้นเท่ากัน และเท่ากับคนที่เดินทางมาจาก ตจว. มากินมานอนกลางถนน ทิ้งบ้านช่องมานับเดือน มาผจญกับ เปลวแดด ลมหนาว เสียค่าใช้จ่ายเช่นค่าเดินทาง เสียโอกาสหารายได้ ทั้งๆที่ไม่ใช่คนร่ำรวย รู้อยู่ว่าชีวิตต้องมีความเสี่ยงทุกวันก็ยังยอมเสี่ยง ผมคิดว่าทั้งคุณและผมจ่ายค่าหุ้นในราคาพาร์ ขณะที่คนจากตจว.จ่ายในราคา ipo ซึ่งสูงกว่าพาร์หลายเท่าทั้งๆที่ ทั้งพ่อคุณและพ่อผมก็ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทประเทศไทยแห่งนี้ทั้งคู่ เราทั้งสองไม่ได้ละอายใจต่อพวกเขาเลย

    • ผ่านมาผ่านไป

      ขอเรียนถามครับว่าจะโค่นระบอบทักษิณอย่างไรบ้าง??

      เป็นปัญหาที่ผมสงสัยมาตลอดครับ ว่าสรุปสุดท้ายจะทำอย่างไร ถ้ามีสภาประชาชนขึ้นมาแล้วจะออกคำสั่งเนรเทศทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทักษิณและเพื่อไทยออกไปอย่างนั้นหรือ
      ถ้าหากวนเข้ากระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมมีโอกาสถูกแทรกแซงสูงหรือไม่
      รบกวนถามแนวทางการโค่นระบอบทักษิณเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ

      • กลุ่มปัญญาชนคนอีสานใต้ ไม่เอาเ

        ก็ปฏิรูปใหม่ให้หมด ให้มันสมดุลย์กัน ถึงจะได้ชื่อว่าปฏิรูป อย่างใดอย่างหนึ่งย่อมไม่เกิดสมดุลย์

      • พันธ์ศักดิ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง

        การที่ยิ่งลักษณ์ลาออก
        โดยไม่สามารถแต่งตั้งใครในระบอบทักษิณมาเป็นนายกแทน
        ก็ถือได้ว่าเป็นการโค่นระบอบทักษิณไปกว่าครึ่งแล้ว ส่วนที่สองจะเป็นการเอาระบอบทักษิณออกไปจากระบบราชการ
        เช่น โยกย้ายคนของระบอบทักษิณออกจาก ผู้บริหารสตช. ผู้ว่าราชการจังหวัด
        กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนง ปปง เป็นต้น
        ซึ่งใช้เวลานานกว่า และจะดำเนินการโดย ครม บวกกับ สภาฯในการออก กมที่จำเป็นเช่น
        ให้ภาคของตำรวจไปขึ้นกับผู้ว่าราชการภาคที่มาจากเลือกตั้ง ส่วนสุดท้าย คือขจัด สสเลว
        ไม่ให้กลับมารับใช้นายทุนสามานย์
        ซึ่งทำได้โดยออกกม. หลายฉบับที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ผมคิดว่าเรื่องเนรเทศไม่ใช่เรื่องสำคัญ
        เผลอๆคนในระบอบนี้จะหนีออกนอกประเทศไปเองเพราะกลัวติดคุก ดังเช่นทักษิณในขณะนี้

        • Kitthanathat Detchai

          ผมว่าไม่ยุติธรรมต่อทุกผ่ายน่ะ คุนเองยังแยกแยะคนดีกับเลวที่อยุ่ในสังคมไม่ได้เลย สิ่งที่คุนพูดมันก็ไม่ต่างกับการเข้าข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า

      • พันธ์ศักดิ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง

        การที่ยิ่งลักษณ์ลาออก
        โดยไม่สามารถแต่งตั้งใครในระบอบทักษิณมาเป็นนายกแทน
        ก็ถือได้ว่าเป็นการโค่นระบอบทักษิณไปกว่าครึ่งแล้ว ส่วนที่สองจะเป็นการเอาระบอบทักษิณออกไปจากระบบราชการ
        เช่น โยกย้ายคนของระบอบทักษิณออกจาก ผู้บริหารสตช. ผู้ว่าราชการจังหวัด
        กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนง ปปง เป็นต้น
        ซึ่งใช้เวลานานกว่า และจะดำเนินการโดย ครม บวกกับ สภาฯในการออก กมที่จำเป็นเช่น
        ให้ภาคของตำรวจไปขึ้นกับผู้ว่าราชการภาคที่มาจากเลือกตั้ง ส่วนสุดท้าย คือขจัด สสเลว
        ไม่ให้กลับมารับใช้นายทุนสามานย์
        ซึ่งทำได้โดยออกกม. หลายฉบับที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ผมคิดว่าเรื่องเนรเทศไม่ใช่เรื่องสำคัญ
        เผลอๆคนในระบอบนี้จะหนีออกนอกประเทศไปเองเพราะกลัวติดคุก ดังเช่นทักษิณในขณะนี้

        • ผ่านมาผ่านไป

          เราจะคัดกรองอย่างไรครับ ว่าใครเป็นคนของทักษิณ คนไหนไม่เป็น?
          เอาอำนาจอะไรไปโยกย้ายครับ โยกย้ายเพราะเหตุตัวบุคคลจะไม่เป็นธรรมหรือไม่
          ยิ่งกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ มันจะย้อนแย้งกับการโจมตีเรื่องการซื้อเสียงหรือไม่ครับ เนื่องจากถ้า สส. มาจากการซื้อเสียงแล้วก็เป็นไปได้สูงที่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องถูกซื้อเสียงด้วยเช่นกัน

          • พันธ์ศักดิ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง

            กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การนับถือใครชอบใครย่อมไม่เป็นความผิด ใครที่นับถือสุเทพ แต่หากคดโกงขาดความเที่ยงธรรม ก็ควร ถูกลงโทษและโยกย้าย คุณเคยฟังเรื่องที่คุณนิชาเล่าถึงพฤติกรรมของนาย ธาริต หรือไม่ ไม่ยากเลยที่จะตรวจสอบว่าสิ่งที่เธอเล่าเป็นความจริงหรือไม่ ตำรวจ และผู้ว่าฯ หลายคนในปัจจุบันมีพฤติกรรมทำนองเดียวกันนี้ บ้านเมืองจึงลุกเป็นไฟ

            จริงอยู่การเลือกผู้ว่าฯก็ มีการซื้อเสียงได้ แต่ประชาชนจะเห็นผลงาน ความดีชั่่วได้โดยตรง และยังมีสภาของภาค (หรือของจังหวัด) คอยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง ต่างกับกรณี สส เมื่อคุณหย่อน บัตรแล้ว เขาได้เป็น สสแล้ว ก็ดูขาดจากกัน สสจะไปออก กม ในระดับประเทศ เช่น ออก กมนิรโทษกรรม ประชาชนที่เลือกเขามาก็ไม่รู้สึกเดือดร้อน เพราะ เป็นเรื่องไกลตัว ส่วน ผู้ว่าฯที่มาจากการแต่งตั้งเขาก็จะคอยเอาใจแต่นายที่กระทรวงมหาดไทย และนายที่ดูไบ ประชาชนจะทำอะไรได้ถ้าผู้ว่าฯนั้นเลว

    • Kitthanathat Detchai

      รถดับเพลิงคดีของของ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการ กทม. จำเลยที่ 6

  • เป่าตีนกู ดีกว่าไหม

    พรรคประชาธิปัตย์ แต่ก่อนมีแต่คนมีอุดมการณ์ สมัยนี้มีแต่พวกหัวรุนแรง มักใหญ่ใฝ่สูง อาศัย ข่าวลวง สร้างความเท็จ ไปวัน ๆ