นพ.ดำรัส โรจนเสถียร แจงข้อเท็จจริงไตวายเรื้อรังเพิ่ม 800 คน/เดือน จี้ สปสช. ทบทวนล้างไตทางช่องท้อง ชี้เสียชีวิตสูงกว่า6พันคน

2 พฤษภาคม 2012

จากการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)มีนโยบายให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังรักษาด้วยวิธีการล้างไตผ่านทางช่องท้องหรือCAPD Frist เท่านั้น และถ้าจะฟอกเลือดต้องเป็นผู้ป่วยที่เคยล้างไตผ่านทางช่องท้องมาก่อนและไม่สามารถทำวิธีนี้ได้อีก(fail CAPD) หรือเคยผ่าตัดช่องท้องถ้าไม่ใช่กรณียกเว้นดังกล่าว ต้องใช้วิธีล้างทางหน้าท้องเท่านั้น แต่ถ้าหากผู้ป่วยประสงค์ใช้วิธีฟอกเลือดก็ต้องจ่ายเงินเอง

และเดือนมีนาคม 2555ที่ผ่านมาสปสช.ได้ออกมารณรงค์การล้างไตผ่านทางช่องท้องอีกครั้งเนื่อง และเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นท้วงติงกันอยู่ รวมทั้งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โดยนายแพทย์อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้ สปสช. ทบทวนเรื่องนี้ว่าไม่ควรจำกัดสิทธิ์ผู้ป่วยต้องล้างไตทางช่องท้องเท่านั้น โดยไม่ให้สิทธิ์ผู้ป่วยเลือกการรักษาที่ดีที่สุด และไม่เคารพการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาตามมาตรฐานของแพทย์ อีกทั้งการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ซึ่งสอดคล้องกับอัตราเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น สปสช. จึงควรพิจารณาทบทวนในการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง (อ่านเพิ่มเติม)

ต่อเรื่องดังกล่าว นพ.ดำรัส โรจนเสถียร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ได้เปิดเผยถึงการรักษาโรคไตว่า หลักของการรักษาโดยทั่วไปนั้น ผู้ป่วยที่มีสติสมบูรณ์มีสิทธิ์ในการเลือกวิธีการรักษา (mode) โดยเฉพาะเมื่อโรคหรืออาการของโรคนั้นๆ ถึงวาระจำเป็นที่ต้องใช้วิธีการนั้นรักษาชีวิต การรักษาในรูปแบบของการทดแทนการทำงานของไตที่เสียไปแล้วนั้นทำได้หลายวิธี ในกรณีของไตวายเรื้อรังจนถึงขั้นสุดท้ายของโรคไตที่เป็นต้นเหตุ (End Stage Renal Disease เรียกย่อว่า ESRD) นั้น สามารถเลือกทำวิธีการที่เหมาะสมได้ดังต่อไปนี้

1. การฟอกเลือดชนิดเป็นครั้งคราวเท่าที่จำเป็น ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมง (Intermittent Hemodialysis) ข้อจำกัดในปัจจุบันคือ ผู้ป่วยต้องมารับการรักษาที่หน่วยไตเทียมเพื่อทำการฟอกเลือด ในอดีตเรามีที่ให้การรักษาน้อยมาก ทั้งประเทศมีเพียงในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันทั้งประเทศไทยมีอยู่เกิน 460 แห่งกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งมีมูลนิธิหลายแห่งเปิดให้บริการ บางแห่งมีราคาที่ย่อมเยากว่าอัตราที่ สปสช. ยอมให้เบิกที่ 1,500 บาท ในอนาคตจะมีเกิดขึ้นอีกหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ เพราะมีความสามารถดำเนินการให้มีรายรับมากกว่ารายจ่าย

2. การล้างไตทางช่องท้อง

1) Intermittent Peritoneal Dialysis (IPD) ให้ผลเช่นเดียวกับข้อ 1 เป็นการใช้เยื่อหุ้มผนังลำใส้และช่องท้องที่มีเส้นเลือดฝอยมากมาย ทำหน้าที่เสมือนอุปกรณ์ไตเทียม เป็นที่ให้น้ำยาล้างไตที่ใส่เข้าไปในช่องท้อง สัมผัสกับผนังเส้นเลือดฝอยมากมายเหล่านั้น ใช้แรงดึงดูดของน้ำยาล้างไตที่ใส่เข้าไปในช่องท้องประมาณหนึ่งถึงสองลิตรต่อรอบ ซึ่งมีความเข้มข้นกว่า (hyperosmolar) น้ำที่อยู่ปนอยู่กับเลือดของผู้ป่วยซึ่งอยู่ภายในเส้นเลือดฝอย วิธีการสัมผัสนี้ทำให้น้ำส่วนเกินที่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเกิดอาการบวมน้ำถูกขบวนการ Osmosis ดูดให้ไหลผ่านเยื่อบางๆ ของผนังช่องท้อง (Peritoneum) ปฏิกริยาที่เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำจากในเส้นเลือดฝอย เข้าไปในช่องท้องที่มีความเข้มข้นสูงกว่าหรือ Osmosis นี้เมื่อทิ้งไว้ในช่องท้องนั้น

ต่อมาในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ความเข้มข้นของสองฟากของผนังช่องท้องที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่ภายในนั้น ก็จะมีความเข้มข้นเสมอกัน น้ำส่วนเกินที่ผู้ป่วยโรคไตที่มีอาการบวมน้ำก็หยุดการเคลื่อนที่ ผู้รักษาหรือเครื่อง APD ก็จะทำการปล่อยน้ำที่อยู่ในช่องท้องออกมา อาการบวมก็ลดลง ขณะเดียวกัน ของเสียที่สะสมอยู่ในเลือดผู้ป่วยก็ตามน้ำออกมาด้วย เป็นอันว่าจบการรักษาไปหนึ่งรอบของการใส่น้ำยาล้างช่องท้อง เรียกกันว่าหนึ่งรอบหรือ Cycle จึงเป็นที่มาของการเรียกเครื่อง Automatic Peritoneal Dialysis นี้ว่า Cycler

ในทางปฏิบัติแพทย์อาจสั่งการรักษาให้ทำ 8-10 รอบหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับอาการบวมและของเสียที่ตรวจพบก่อนลงมือรักษา วิธีการ APD นี้ทั่วโลกใช้มานานเกิน 20 ปีแล้ว ในประเทศไทยมีใช้ตามโรงเรียนแพทย์มาโดยตลอดแต่ไม่แพร่หลาย เพราะใช้แรงงานคนและใช้เวลาการรักษานาน ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลศิริราช มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและสิ้นเปลืองอุปกรณ์มาก ข้อดีคือนุ่มนวลและสามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ตามแผนการรักษาที่แพทย์สามารถคำนวนล่วงหน้าได้ เท่าที่ทราบ โรงพยาบาลศิริราชใช้รักษาผู้ป่วยที่มีสิทธิ์กองทุนระดับสูงที่ไม่เหมาะในการรักษาด้วย Hemodialysis และยังคงใช้น้ำยายี่ห้อเดียวกันกับยี่ห้อที่ สปสช. ใช้ แตกต่างกันตรงที่โรงพยาบาลศิริราชใช้ผลิตในสิงคโปร์ ส่วนผู้ป่วยบัตรทองใช้วิธี CAPD-First ผลิตจากอินเดีย ประเทศจีน หรือ ฟิลิปปีนส์

2) Continuous Ambulatary Peritoneal Dialysis: CAPD ซึ่งเป็นวิธีที่ สปสช. ให้ผู้ป่วยที่ใช้บัตรทองใช้วิธีนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่ยุ่งยากเพราะมีปัจจัยเรื่องความสามารถของทั้งผู้ให้การรักษาและผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ความร่วมมือทั้งสองฝ่าย ความพร้อมของสถานที่เปลี่ยนน้ำยา และสถานที่เก็บรักษาน้ำยาล้างไตทางช่องท้องจำนวนไม่น้อยกว่า 120 ถุงต่อเดือน และต้องสะอาด มีห้องปิดกั้นการพัดผ่านของลมในระหว่างการเปลี่ยนน้ำยาวันละ 4 รอบ ทั้งนี้เพื่อสามารถเป็นหลักประกันไม่ให้เกิดโอกาสการติดเชื้อเข้าสู่ช่องท้องของผู้ป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะการติดเชื้อหนึ่งครั้งของผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอและอยู่ไกลแพทย์ อาจจะทำให้มารักษาไม่ทันภาวะที่การติดเชื้อลุกลามเข้ากระแสโลหิต จนผู้ป่วยเสียชีวิต

“แพทย์เมื่อเห็นสภาพผู้ป่วยก็สามารถบอกได้อย่างมั่นใจว่า ไม่ควรทำการรักษาด้วยวิธี CAPD กับผู้ป่วยคนไหนบ้าง ซึ่ง สปสช. ดูประหนึ่งไม่สนใจประเด็นการป้องกันหรือ Preventive measures ใดๆ เลย และหากยังไม่เคยไปเยี่ยมบ้านที่ผู้ป่วยพักอาศัยอย่างจริงจัง ยิ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่จะบังคับหรือเจาะจงให้ผู้ป่วยคนนั้นเข้ารับการรักษาด้วย CAPD นอกจากนี้ยังมีปัจจัยห้ามทำ CAPD อีกหลายปัจจัยที่ สปสช. จะเพราะไม่ทราบหรือเพราะไม่สนใจ โดยยังคงที่จะยืนยันให้แพทย์แนะนำ CAPD-First ให้ผู้ป่วยทำ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเสียชีวิตในอัตราที่สูงมาก ทั้งนี้วิธี CAPD นั้นเขาให้เป็น First Choice หรือ วิธีการรักษาแรกที่แนะนำให้เลือกทำ ให้แก่ผู้ป่วยที่เหมาะสมเท่านั้น ผู้ป่วยเหล่านั้นต้องมีคุณสมบัติใดบ้างนั้น ต้องอ่านดีๆ แล้วบอกสิทธิให้ผู้ป่วยและญาติทราบด้วย” นพ.ดำรัสกล่าว

นพ.ดำรัสกล่าวต่อว่า ผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติและเหมาะที่จะใช้วิธี CAPD นั้น ได้แก่ 1. คนที่ทำงานอยู่ มีงานที่มั่นคง ร่างกายยังแข็งแรง เดินเหินได้ แล้วไม่สบายตรวจพบว่าไตวายเรื้อรัง 2. คนที่ประสงค์จะทำวิธีนี้อย่างแน่วแน่ ถึงแม้ว่าอาจจะตกคุณสมบัติอื่นบ้างเล็กน้อย เช่น แก่แล้ว แต่สายตายังดี มือยังไม่สั่นจนบังคับไม่ได้ สามารถเรียนการทำความสะอาดในขั้นตอนต่างๆ ได้เอง หรือมีผู้ช่วยที่จะยอมช่วยในการเปลี่ยนน้ำยาได้ทุกรอบ อย่างนี้ก็พออนุโลมแต่ต้องติดตามดูและเยี่ยมเยือนมากกว่ารายปกติ 3. คนอายุไม่มาก ทำงานที่บ้านซึ่งอยู่ไกลจากศูนย์ไตเทียมมาก ไม่สะดวกในการมาฟอกเลือดทุก 2-3 วัน จงใจเลือกทำการรักษาวิธีนี้

“ที่กล่าวมานี้เป็นหลักทางวิชาการที่ผู้ป่วยสมควรได้รับการบอกกล่าวก่อนลงทะเบียนเข้ารับการรักษาโดย CAPD เพราะยังมีทางเลือกที่ดีและปลอดภัยกว่าที่แพทย์และพยาบาลที่รับผิดชอบต้อง…ผมขอย้ำว่า “ต้อง” บอกกล่าวให้ผู้ป่วยและญาติรับรู้ก่อนเสมอ การละเว้นไม่บอกผู้ป่วย ในฐานะผู้รู้ถือเป็นการปิดบังข้อมูลที่จะส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าสู่ความเสี่ยงที่อาจจะสูงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ที่ผ่านมาผู้ป่วยไตวายที่ตายไปแล้วกว่า 6,000 ”

นพ.ดำรัสกล่าวต่อว่า ผู้ป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีอัตราเกิดใหม่ในปัจจุบันไม่น้อยกว่าเดือนละ 800 คน และ สปสช. ให้ทำ CAPD เดือนละประมาณ 600 คน ตนเชื่อว่าผู้ป่วยจะเรียกร้องขอใช้สิทธิ์ในการเลือกวิธีการรักษาที่ปลอดภัยกว่า CAPD-First เพราะโครงการนี้เกิดมาทั้งๆ ที่มีความไม่พร้อมตั้งแต่การผ่าตัดใส่ Tenckhoff catheter (ท่อที่ใช้ผ่านน้ำยาล้างไตเข้าและออกชนิดอยู่ได้อย่างถาวร) การสอน การเรียนรู้วิธีปฏิบัติตน จำนวนพยาบาลปฏิบัติงานในศูนย์และเยี่ยมผู้ป่วยตามบ้าน จำนวนอุปกรณ์ไตเทียมเพื่อฟอกเลือดให้สามารถปรับสภาพผู้ป่วยให้พอทำ CAPD ได้ ก็ไม่พร้อมและไม่เพียงพอ รวมทั้งยังไม่ให้ความรู้บรรดา สปสช. เขต ให้เข้าใจระบบการรักษาที่ถูกต้อง จึงไม่สามารถดูแลชีวิตของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังได้ดังที่ผู้บริหาร สปสช. วาดหวังไว้

“หาก สปสช. ไม่รีบทบทวน CAPD-First อาจจะต้องคอยไปแก้ต่างที่ศาลได้แทบทุกวัน เพราะขณะนี้มีผู้ที่กำลังเตรียมฟ้องอยู่” นพ.ดำรัสกล่าว

นอกจากนี้ นพ.ดำรัสได้เปรียบเทียบค่ารักษาพยาบาลด้วยการฟอกไตและการล้างไตทางช่องท้องด้วยวิธี CAPD-First ว่า ในส่วนต้นทุนการในการฟอกเลือดด้วยวิธี Intermittent Hemodialysis ในระดับคุณภาพดีนั้นสามารถไปดูได้ที่มูลนิธิโรคไตที่โรงพยาบาลสงฆ์ชั้น 7 และที่นี่ได้เปิดให้บริการมานานแล้ว เก็บเงินค่ารักษาประมาณ 1,000 บาท ซึ่งต้นทุนที่นี่ก็คล้ายๆ ที่โรงพยาบาลของรัฐทั่วไป

“หากผู้ป่วยต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เดือนหนึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาทต่อคนต่อเดือน ปัญหาคือมูลนิธิฯ เขาทำเท่าที่พอจะทำให้ได้ ไม่มีนโยบายแบบธุรกิจ ตอนนี้ก็มีไม่กี่แห่ง ส่วนมากไปเติมเต็มให้ตามต่างจังหวัด แต่คาดว่าอีกไม่นานจะมีอีกมูลนิธิหนึ่งที่เน้นโรคไตเช่นกัน เป็นแห่งที่ใหญ่มากเพราะมีผู้บริจาคที่มีเงินมาสนับสนุน ใกล้จะเปิดรักษาแล้ว” นพ.ดำรัสกล่าว

ส่วนในภาคเอกชนนั้น ถ้าได้ 1,500 บาทต่อครั้ง และถ้า สปสช. เหมาหมดทั้งประเทศเลย สปสช. จะจ่ายแค่ 1,500 x 2 x 4 = 12,000 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น อยากให้ไปเปิดที่ไหนก็ทำให้ได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วันทุกจังหวัด สปสช. ไม่ต้องช่วยลงทุน ไม่ต้องทำหน้าที่อื่นเลยนอกจากเป็นผู้ซื้อบริการ Hemodialysis

สำหรับต้นทุน CAPD ของ สปสช. ในปัจจุบันเริ่มจากนำเข้าน้ำยาล้างไตจากสองผู้จำหน่ายคือ Baxter และ FMC ที่ผลิตโดยโรงงานต่างประเทศ โดย Baxter ผลิตจาก อินเดีย จีน หรือ ฟิลิปปินส์ นำเข้ามาโดยบริษัทตัวเองในประเทศไทย แรกเริ่มโครงการในปี 2550 ขายให้แก่องค์การเภสัชกรรมที่ราคา 120 บาท ซึ่งจะบวกไปอีก 25 บาทเป็นค่าจัดการขนส่งให้ถึงบ้านผู้ป่วย (ส่งทางไปรษณีย์) รวมเป็นเงิน 145 บาทต่อถุง แต่ละเดือนผู้ป่วยใช้ 120 ถุง สปสช. ต้องจ่ายเงินให้ผู้ป่วย 120 x 145 = 17,500 บาท ต่อมาเมื่อซื้อมากขึ้นบริษัทลดราคาจาก 145 บาทให้อีกเหลือ 125บาท/ถุง 120 x 125 = 15,000 บาทต่อคน ปัจจุบันขายอยู่ปีละไม่น้อยกว่า 10 ล้านถุง เป็นเงินที่องค์การเภสัชต้องสั่งซื้อไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนอีกรายที่ สปสช. สั่งซื้อน้อยมาก คือ FMC โดยขายแพงกว่าเพียงถุงละ 7 บาท สินค้านำส่งมาจากเยอรมัน ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องคุณภาพ

“สปสช. ยังมีต้นทุนในการสร้างที่ทำ CAPD ในโรงพยาบาลรัฐ โดยจ้างหมอพยาบาลที่พอจะรู้จัก CAPD มาบ้างไปดูงานที่เมืองจีนและสิงคโปร์ พอกลับมาก็มาฝึกสอนหมอและพยาบาลมือใหม่ได้แล้ว โดยสอนการใส่ท่อ Tenckhoff catheter และให้มีคนมาเข้าอบรมแล้วได้ใบประกาศนียบัตรและได้รับค่าผ่าตัดรายละ 2 พันบาท ทั้งๆ ที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ฯ ไม่เคยรับรู้หรืออนุญาตให้สอนใครเลย ขณะนี้ทางผู้อำนวยการราชวิทยาลัยฯ ทราบเรื่องแล้ว และจะออกมาจัดสอนของจริงในไม่ช้านี้ ดังนั้น เรื่องการล้างไตทางช่องท้องยังไม่มีความพร้อม ไม่มีคนที่รู้จริงเพราะโครงการ CAPD-First ให้คลอดออกมาอย่างไม่เคยท้องด้วยซ้ำไป ทาง สปสช. ควรทบทวนเรื่องนี้และให้โอกาสผู้ป่วยเลือกวิธีการรักษาได้” นพ.ดำรัสกล่าว

นพ.ดำรัสกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ไม่นับรวมต้นทุนที่จ่ายให้ CAPD-First ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในส่วนหนึ่งที่ สปสช. ได้จ่ายไปแล้วแต่ไม่มีผลงานกลับมา เช่น การจ้างครูแพทย์ที่ขาดคุณสมบัติครูที่ดีมาสอน ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการวัดผล และสังคมแพทย์ทางโรคไตให้คะแนนว่าสอบตกแบบไม่ให้สอบใหม่

นพ.ดำรัสกล่าวว่า “หาก สปสช. จะเป็นผู้ซื้อบริการให้ประชาชน 48 ล้านคนแบบซื้อของได้ของ ทำไมไม่คุยกับกระทรวงสาธารณสุขก่อน ให้เตรียมคนให้พร้อมและหาความพร้อมให้ด้านอื่นๆ จนพร้อมจริงๆ แล้วจึงเปิดโครงการ ผมไม่เชื่อว่าหมอเหล่านี้โง่ จากนี้ไปก็ขอให้คุณหมอช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไต ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรักษาด้วย CAPD ให้รู้สิทธิ์ที่เขาสามารถเลือกวิธีการรักษาได้ ถ้าใครขัดขวางหรือหลอกลวงให้เชื่อว่าท่านไม่มีสิทธิ์เลือก ผู้ป่วยสามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้”

  • Chang_life

    U Know Dumrak You are very stupid so much.

  • Drchurchoo

    อาจารย์ดำรัส ครูแพทย์และผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคไต ทนไม่ไหวกับการค้ากำไร( ขององค์การเภสัชและสปสช. )ืบนชีวิตของผู้ป่วยไตวาย จึงออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เพื่อให้สปสช.ยุติการกระทำเช่นนี้ และให้ผู้บริหารแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว แต่มีคำสั่งให้ยกเลิกการกระทำนี้หรือยัง?

  • ประชาชนควรให้ความสนใจกับข้อมูลนี้ และพิจารณาโดยอาศัยเหตุผลเชิงประจักษ์

  • Conan

    เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยเลือกวิธีการรักษาของเค้าเอง และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการให้ สปสช.เปิดหน่วยฟอกเลือดของสปสช.เองเพราะสามารถควบคุมค่าบริการได้ ผู้ป่วยจะได้ไม่ถูกเรียกเก็บเงินค่าฟอกเพิ่มจากที่สปสช.กำหนด (สปสช.รู้หรือไม่)และก็ทำแบบ CAPD คือซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างเอง คิดว่าคุณทำได้อยู่แล้ว

  • Paradee

    สอบถามขั้นตอนการเรียกร้องสิทธิ์การรักษาผู้ปว่ยโรคไต ที่สามารถเลือกวิธีการรักษาได้

  • Kimtookta

    เรื่องผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร น่าสงสารประชาชนตาดำๆ ทั้งที่ก็เสียภาษีแก่รัฐ
    เพลียจริงๆ

  • Phitchayanat

    สอบถาม แล้วจะทำอย่างไรกับคนไตวายดีค่ะ เพราะตอนนี้แม่ดิฉันป่วยเป็นไตวายระยะสุดท้ายค่ะ ต้องฟอกไตทางเลือด ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูงมากค่ะ และตอนนี้ดิฉันไม่ได้ทำงาน เพราะต้องลาออกมาเลี้ยงลูกแฝด เนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องค่ะ เลยไม่รู้จะฝากใครเลี้ยง สรุปเลี้ยงเอง ต่อมาจู่ๆๆแม่ก็มาน๊อคเพราะไตต้องเข้านอน รพ แล้วต้องมีคนเฝ้าเราต้องหาคนเฝ้าอีก เพราะไม่มีญาติ ค่าจ้างคนเฝ้าก็สูง ค่าฟอกไตแม่อีก 2500฿/ครั้ง ต้องฟอกอาทิตย์ละสองครั้ง เดือนนึง 20,000฿. ค่าใช้ส่วนตัวแม่อีกเช่นแพมเพิล รองซับ ตอนนี้แย่แล้ว มีใครพอช่วยเหลือได้มั้ยค่ะ ไม่ไหวแล้วจริงๆๆค่ะ สำหรับคนไม่มีเงิน จะได้รับการช่วยเหลือแบบไหนกันค่ะนี่ สังคมจะพอช่วยเราได้มั้ย???นั่งคิดๆๆๆ

    • thaipublica

      อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ ทราบว่าในส่วนชีวาเวช ในเครือชีวาศรม เขาก็มีฟอกเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคไต ราคาไม่แพง อยู่เอกมัยซอย3 ค่ะ ลองสอบถามดูนะคะ

      2012/9/25 Disqus

  • Jeab_yingsukphon

    พ่อเป็นผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ตอนนี้อายุ 68 ปี พ่อมีความประสงค์จะทำการล้างไตโดยการใช้เครื่อง แต่พยาบาลที่โรงพยาบาลชลบุรีก็พยายามว่านล้อมให้ล้างไตโดยผ่านทางช่องท้อง แต่พ่อได้ทำเรื่อง ว่าตัวคนไข้เองเป็นต้อกระจก และลูก ๆ ต้องทำงานไม่มีเวลามาดูแลต้องส่วนนี้ แต่เรื่องถึงขั้นตอนให้คนไข้ไปขอลายเซ้นต์หมอตาว่าคนไข้เป็นต้อกระจก และลายเซ็นต์นายกเทศมนตรีของจังหวัดว่า ทางเราก็ได้ให้นายกเซ็นต์โดยระบุว่าไม่สามารถล้างไตทางช่องท้องได้ พอนำเรื่องมาบอกพยาบาลก็บอกว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้อีก ทางเรามีความกรุณาขอความเห็นใจ ว่าต้องทำเรื้องอย่างไรอีกต่อไป

  • Auamdoen

    เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

  • wearonds

    เห็นด้วยทุกคำพูด ยกเว้น ให้เอกชนเข้ามาจัดการ แล้วรัฐเป็นคนจ่าย ถามว่าทำไม ก็ดูธุรกิจหลายๆที่ให้เอกชนเข้ามาจัดการเป็นตัวอย่างสิ แล้วคุณจะอ๋อเอง

  • ประภาส

    ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล

    แม่ผมอายุ 72 .ใช้สิทธิบัตรทอง หมอให้ล้างทางช่องทอง capd ไม่มีสิทธิเลือกวิธีอื่น

    เคยทำเรื่องแจ้งขอทำ hd ก็ไม่ผ่านคกก. เรื่องถึงหมอที่รักษาโกรธผมมาก เรียกผมไปต่อว่าอีก
    ผมอยากมีสิทธิเลือกบ้างแม้จะต้องร่วมจ่ายก็ยอม แต่เขาก็ไม่ให้เลือก
    เราก็ต้องทำงาน ทุกวันนี้ต้องจ้างคนมาดูแลประจำ เปลี่ยนถ่ายน้ำยาตลอด นี่คือปัญหา
    อ่านบทความนี้แล้วดูเหมือนว่าเรามีสิทธิเลือกหรือควรทำอย่างไร
    เข้าใจว่าคงมีคนที่มีปัญหาแบบนี้ไม่น้อย เราควรทำอย่างไรครับ

  • นายอุทัย

    CAPD คนไข้ไปทำเองที่บ้านได้ ไม่ต้องเดินทางมาแออัดที่ รพ /ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เห็นยังมี cost ที่คนไข้ต้องควักเองเรื่องการเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าเสียเวลา ฯลฯ/นานาประเทศก็ทำกันมาก สร้างทางเลือกให้ผู้ป่วย/ลองนึกภาพคนไข้บัตรทองไปขอคิวล้างไตที่ รพ แย่งกับสิทธิข้าราชการ อาจถูกเมินเข้าไม่ถึง/เรื่องนี้มีผลประโยชน์แฝงอยู่จำนวนหนึ่ง การซื้อน้ำยาของ สปสช ทำให้กดราคาได้ต่ำลงอย่างมาก มีตัวเลขประหยัดงบประมาณประเทศปีหนึ่งหลายพันล้านบาท คนที่เคยเป็นเจ้าของ logistic น้ำยาล้างไต รถเบนซ์ รถคัมรี่ หายไปหลายคันต่อปี ต้องใช้วิจารณญาณครับ /เรื่องการตายของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง อย่างไรเขาก็ตายครับ แต่เราต้องยืดเวลาการตายของพวกเขาออกไปให้นานที่สุด นี่คือ obj ของโครงการ CAPD (จะดูกันที่อัตราตายไม่ได้ เขาดูกันที่ระยะเวลาการอยู่รอดยืดออกไปได้กี่วัน)

  • Joe

    อยากรู้ว่าล้างไตที่ไหนราคาไม่เกิน1500บาทบ้างในนครราชสีมาตอนนี้จ่าย2400บาท/ครั้งฃึ้งหนักมากในจะค่าน้ำมันรถรวมล้างไตต้องมีเงินเดือนละ25000บาทไม่รวมค่ายาอีกถ้าเป็นไปได้อยากได้ไตสักข้างถ้ามีคนขายยินดีสู้ราคาจะได้ประหยัดค่าล้างไต(ท่านไดสนใจแบ่งขายไตหนึ่งข้างกรุณาติดต่อjoelasvegas123@hotmail.comจะขอบคุณอย่างสูงขือรอรัฐช่วยคงชาติหน้าเคยไปถามชมรมโรคไตแห่งประเทศไทยว่าทำไงจะได้ล้างไตราคาถูกเขาตอบว่าต้องเป็นมาก่อนพ.ศ.2551ถึงจะจ่ายแค่500บาท/ครั้งแต่ถ้าเป็นทีหลังก็ไม่ได้ต้องจ่ายเต็มหรือต้องรอไปเข้าแถวรอก็ไม่รู้ว่าเมือไรจะได้พอดีแย่ก่อนถึงจะได้มั้งนี่แหละระบบเมืองไทย

  • khet

    ลูกสาวพี่ที่ทำงานผมเคยมาฝึกงานกับผม แกเป็นไตวายตั้งแต่ 7 ขวบเพราะพ่อแม่ซื้อมาม่าให้กินวันนึงปวดท้องไปหาหมอหมอให้ยาแก้โรคกระเพาะมากินอยู่ๆไปไตวายและฝ่อต้องไปฟอกเลือดเจาะแขนพรุนไปหมด เรียนได้เกียรตินิยมของมหาลัยแต่ไร้ประโยชน์ชีวิตแกต้องเดินทางไปฟอกไตเกือบทุกวัน เจอแกล่าสุดเหมือนคนแก่ผมร่วง ตามองแทบไม่เห็น ผมเจอหน้าธนาคารเอามือโบกใกล้ๆหน้ามองแทบไม่เห็นทุกอย่างในตัวแกเสื่อมหมด ผิวแห้งหยาบหมดสภาพ ผมเรียกแกเบ๊นซ์มาทำอะไรที่ธนาคาร ผมเลยรับแกมาที่ออฟฟิศแล้วเอาน้ำมาให้กินเป็นน้ำที่สามารถล้างสิ่งสกปรกออกจากไตได้ แล้วก็คุยกันถึงเรื่องราวที่แกต้องเดินทางไปฟอกไตทุกวันแล้วก็มีโอกาสแนะนำสิ่งดีๆ เพียงให้แกได้เปลี่ยนที่ซื้อสินค้ามาเป็นที่ดูแลสุขภาพแกก็ค่อยๆทยอยซื้อใช้ตามเหตุตามความจำเป็นที่มีอยู่แล้ว และก็เลยให้แกมากรอกน้ำไปดื่มกินทุกวันแทนน้ำที่เคยดื่มกิน ปัจจุบันสภาพร่างกายภายนอกดูดีขึ้นมากสดใสขึ้นผิวพรรณดีขึ้น แต่อวัยวะมันเสื่อมไปเรื่อยๆแกก็เปลี่ยนไตเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ใช้ชีวิตเหมือนปกติ

    ถ้าอยากรู้ก็ลองถามเบ๊นซ์ว่าใช้อะไรสุขภาพถึงดูดี ค่าใช้จ่ายลดลง มีเวลามากขึ้น ตาน้องเขาไม่ค่อยดีเหมือนคนอื่น แต่สุขภาพเขาก็ดูโอเคกว่าเดิมเยอะ เพราะเขาใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากซูเลียน ว่าจะไม่บอก เอาชื่อกับรหัสน้องเค้าไปใช้เองก็แล้วกันชื่น้องเขาคือ

    ดวงกมล จันทร์เดช(น้องเบ๊นซ์)

    รหัส DRN:41-2326666

    โทรศัพท์ 08-8711-8594

    ถ้าคุณจะช่วยเหลือน้องเค้าก็แค่ใช้ชื่อ สกุล รหัส เบอร์โทรศัพท์ ไปทำบัตรส่วนลดด้วยตัวเองอย่าให้ใครทำให้ กรอกข้อมูลเองด้วยข้อมุลน้องเค้า แล้วใช้ชื่อคุณหรือผู้ป่วยใหม่ให้น้องเค้าเป็นผู้แนะนำ แล้วซื้อสินค้าที่ช่วยลดสารตกค้างและดูแลไตมาดูแลตัวเอง หรือมีปัญหาสอบถามผมที่เบอร์ 086-303-9205 khet

    • Earth

      อย่ามั่วครับ อยากขายของจนหำสั่นเลยดิ

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม