ภูกระดึง หัวใจอีสาน ซ่อมไม่ได้ด้วยกระเช้าลอยฟ้า

สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ท่ามกลางภาวะน้ำท่วมใหญ่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจทั้งประเภทเถื่อนและทางการถือโอกาสช่วงสังคมเหนื่อยล้าอ่อนแรง พากันงุบงิบตัดไม้ในป่าบ้าง ริเริ่มโครงการไม่ชอบมาพากลในป่าบ้าง แต่ที่มาแรงสุดเห็นจะเป็นความพยายามเข้าเกียร์เดินหน้าโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง นำโดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยแลนด์ และนายดำรง พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาธรรมชาติโดยตรง

ภูกระดึงเป็นสถานที่พิเศษและวิเศษ เป็นเขาหินทรายรูประฆังคว่ำยอดตัด ตั้งโด่งสูงกว่า 1,200 เมตร กลางที่ราบ แค่มองไกลๆ ก็น่าอัศจรรย์ เหมือนภูเขาในเทพนิยาย แม่พาผู้เขียนขึ้นไปเที่ยวครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ขวบในปี พ.ศ. 2516 ทางเดินขึ้นจากบ้านศรีฐานถึงหลังแประยะทาง 5.5 กม. ชันราว 30-45 องศา ผ่านดงไผ่และป่าผลัดใบ แต่ช่วงท้ายสุดจาก 1000 ถึง 1200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นั้นชันถึงราว 60 องศา ใกล้ยอดแต่มองไม่เห็นยอด แล้วอยู่ๆ หัวเราก็โผล่ขึ้นมาเห็นที่ราบโล่ง ป่าเปิดออกเหมือนฉากละคร คลี่ม่านประตูวิเศษสู่โลกของนางไม้ คงพากันแอบมาเต้นรำใต้แสงดาวระยิบระยับกลางทุ่งหญ้าคละดอกไม้ใต้ป่าสนสูงโปร่ง เห็นแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มันเป็นวินาทีเปี่ยมสุขในชีวิตที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย

คุณชวดเคยเล่าให้แม่ฟังว่า ตอนที่คุณชวดขึ้นไปเหมือนต้องมนต์สะกด เพราะภาพแรกที่เห็นต่อหน้าเมื่อหัวโผล่ขึ้นไปถึงหลังแปคือกวางฝูงใหญ่เล็มหญ้าอยู่กลางป่าสนทุ่งกว้าง

ภูกระดึงมีสัตว์ใหญ่อยู่เยอะ เพราะมีทั้งป่าดิบเขาอุดมสมบูรณ์และทุ่งหญ้าอาหารสัตว์กีบ ซึ่งเป็นอาหารของเสืออีกต่อหนึ่ง มีพันธุ์พืชภูเขาถิ่นหนาวและพืชแปลกๆ อาทิ กล้วยไม้ไร้ใบและพืชกินแมลง ยอดนักปรับตัวกับดินทรายขาดแร่ธาตุ ทั้งต้นหยาดน้ำค้างและหม้อข้าวหม้อแกงลิง มีลำธารน้ำตกชัน ที่อยู่ของเต่าปูลูหางยาวและบรรดาปลาเกาะหิน

ด้วยอายุ 12 ขวบ ไม่มีความรู้มากมายเรื่องธรรมชาติ แต่ยังหยั่งถึงความแปลกประหลาดแสนวิเศษของภูกระดึง จึงรู้สึกมึนงงเมื่ออ่านข่าวคำสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์พืชว่า ภูกระดึงไม่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงนัก ไม่ทราบว่าท่านไม่รู้หรือท่านสนองนโยบายผู้เป็นนาย

ภูกระดึงมีสัตว์ป่า 438 ชนิด ในเนื้อที่ 348 ตร.กม. เป็นสัตว์คุ้มครองและใกล้สูญพันธุ์รวม 232 ชนิด ผู้เขียนไม่มีรายการความหลากหลายทางชีวภาพของพืชภูกระดึงอยู่ในมือ จึงไม่สามารถประเมิน “ค่าความสูง” ของท่าน ผอ. ได้ แต่ที่แน่ๆ คือความโดดเด่นทางชีวภาพและระบบนิเวศ สัตว์และพืชบนภูกระดึงทั้งบนบกและในน้ำล้วนแล้วแต่เป็นตัวบ่งชี้คลาสสิคของระบบนิเวศประเทศไทย เป็นชนิดพันธุ์ที่ถือว่าเป็นธงชัย (flagship species) โบกสะบัดให้เรารับรู้ว่าที่นี่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เจ๋งจริง

ไม่แปลกเลยที่ภูกระดึงได้รับเลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2505 หลังจากเขาใหญ่ในปี 2504

ตอนผู้เขียน 12 ขวบ ภูกระดึงมีบ้านพักป่าไม้เพียง 3 หลัง เราขนอาหารขึ้นไปทำครัวเองและขนขยะกลับลงมาเอง (โดยอาศัยลูกหาบช่วย) ทั้งภูมีคณะเราเพียง 6 คน แม้จะเป็นช่วงปิดเทอม ต่อมาตอน 18 ขวบ ขึ้นไปอีกกับคณะพฤกศาสตร์จุฬาฯ ภูกระดึงมีลานตั้งแคมป์เรียงเป็นแนว มีทัวร์ฉิ่งฉับแบกกลองและกีต้าร์ขึ้นไปร้องเพลงเสียงดัง ขยะทิชชู่และเศษพลาสติกตามรายทาง

จนทุกวันนี้จำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงปีละหลายแสน มีปัญหาขยะมากมาย จนทางอุทยานต้องพยายามจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้ไม่เกิน 5000 คนต่อวัน และพยายามห้ามไม่ให้นำกล่องโฟมขึ้นภู

โครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงอ้างว่า กระเช้าลอยฟ้าจะช่วยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้อยู่ในจำนวนที่ควบคุมได้ และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังทรัพย์แต่เดินไม่ไหวขึ้นไปได้ แต่การควบคุมจำนวนคนและคุณภาพการท่องเที่ยวยังคงเป็นเรื่องที่ทางกรมอุทยานฯ ต้องแสดงข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่มีเหตุผลชัดเจน น่าเชื่อถือ สามารถตีแผ่ให้สังคมอภิปรายถกเถียงกันได้ในวงกว้าง เพราะภูกระดึงไม่ใช่สมบัติของกรมอุทยานฯ และไม่ใช่มรดกของชาวจังหวัดเลยเท่านั้น แต่เป็นมรดกของธรรมชาติ เป็นสมบัติของเราทุกคนที่ต้องรักษาไว้ (อ่านรายละเอียดความคืบหน้าของโครงการได้ที่ “วาระข้ามปี กระเช้าบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง” ใน www.seub.or.th

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า วัฒนธรรมการท่องเที่ยวของเราเป็นภัยคุกคามธรรมชาติ คุณภาพของนักท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่กำลังทรัพย์ มันอยู่ที่ทัศนคติและนิสัยของเรา ในประวัติศาสตร์ชาติไทยยังไม่เคยปรากฎเลยว่า การเข้าถึงสถานที่อนุรักษ์ธรรมชาติได้สะดวกสบายสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาธรรมชาติได้ดีขึ้น มันมีแต่ทำให้แย่ลง เกิดขึ้นซ้ำซากทุกหนทุกแห่ง เพราะปัญหามันอยู่ที่หัวใจของเรา ตราบใดที่เราท่องเที่ยวเพียงเพื่อเสพวิวแกล้มกาแฟด้วยกล้องถ่ายรูป รักธรรมชาติเชื่องๆ อย่างสะดวกสบายเหมือนชมความงามในโรงภาพยนตร์หรือสวนโรงแรม เราก็คงได้แต่นักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติไม่ต่างจากผู้บริโภคชมสัตว์ในกรงตามห้างมากนัก เรียกร้องแต่ความสะดวกของตนเอง กระทบธรรมชาติและส่วนรวมอย่างไรไม่ต้องรับรู้ กลายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องคอยเก็บขยะตามหลัง เหมือนพนักงานทำความสะอาดในห้างเช่นนั้นหรือ

น่าสังเกตว่าคนไทยเราชอบเที่ยว แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการเดินทาง เราชอบไปทำบุญตามวัด แต่เราไม่ใส่ใจกับการเดินทางจาริกสู่วัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เราจึงอยากขับรถคันโตเข้าไปเทียบหน้าวัด ไม่ต้องสนใจว่าวัดจะตัดต้นไม้ไปกี่ต้นเพื่อทำที่จอดรถ แตกต่างจากชาวอินเดีย ธิเบต เนปาล และฝรั่งหลายกลุ่ม ที่เน้นกระบวนการเดินทางเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำบุญ ทุกๆ ก้าวที่เดินคือการเรียนรู้ คือการเจริญสติ คือการทำบุญ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว การเดินทางนั้นจึงเป็นการดำรงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่

สถานที่ธรรมชาติก็เช่นกัน ในยุควิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์จำต้องเข้าใจธรรมชาติให้มาก รัฐบาลยิ่งควรต้องหาทางส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้เคารพธรรมชาติในธาตุแท้ของมัน ส่งเสริมให้เราละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ของชีวิตเรากับธรรมชาติ เห็นคุณค่าของสรรพชีวิตรายทาง รับรู้สัมผัสได้ว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเพียงใด

การท่องเที่ยวอย่างเรียนรู้เป็นธุรกิจสร้างสรรค์ของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี มีตัวอย่างให้เห็นที่อื่นๆ มากมาย

ถ้ามองลงมาจากก้อนเมฆ เราจะเห็นที่ราบสูงยอดภูกระดึงมีรูปร่างเหมือนหัวใจ เป็นหัวใจของผืนแผ่นดินอีสาน ที่ที่เราต้องดูแลรักษาด้วยหัวใจเช่นกัน

  • เตี้ย

    ถ้าจะทำก็ทำให้ได้แบบกระเช้าที่เก็นติ้ง
    แต่เก็นติ้งนะมาเลย์ นี่มันเมืองไทย!

  • Ongku12

    เอ่อ ขอออกความเห็นนิดนะครับ
    ผมไม่เคยไปที่นี่นะครับ วัยรุ่น วัยกลางคนไปได้ครับ ธรรมชาติสวยงาม ผมชอบเที่ยวเมืองไทยครับ แต่ว่า มีวันนึง ปีใหม่นี้เองครับ ผมไปกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ มี คนแก่ คูู่นึงอยากไปมาก แต่ว่า ทางขึ้นมันชัน ทำให้ผมคิดว่า เมืองไทยมีที่เที่ยวมาก ดังนั้น หากเที่ยวไม่หมด รึว่า ไม่อยากไป รอบที่ 2 รึว่า 3 รึว่า รอบที่เท่าไหร่ก็ได้ แต่ว่า เราแก่แล้ว เดินขึ้นไม่ไหว จะทำไง ธรรมชาติ หากเราทำแบบ ฮ่องกง ไม่เสียธรรมชาติแน่ ๆ ครับ ต้องทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด ก็จะดูแลคนได้โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งที่ท่องเที่ยว ให้กับคนที่มีความหลัง ความรักที่นี่ หากคุณคือคนนึงที่ เคยขอผู้หญิงแต่งงานที่นี่ รึว่า เคยรับคำขอที่นี่ สักวันคุณแก่คุณอยากไป ไปไม่ได้ มันเป็นที่น่าเสียดายไหมครับ กระเช้า สร้างได้ แต่ว่า ต้องไม่ทำลายฑรรมชาติ และมุมที่เป็นวิว แห่งควาสวยงาม ที่เป็นสัญลักษ์ และความหลังที่มีคุณค่านะครับ
    แล้วสักวันนึง ผมจะไปก่อนที่ผมจะแก่เพราะว่า ผมเข้าใจว่า ธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ได้มาง่าย ๆ นะครับ

  • Note_6

    ผมเคยไปมาแล้วครับที่นั้นสวยมากพอเดินขึ้นไปหายเหนี่อยเลย แต่ขนาดเดินขยะยังเยอะมากเลยครับตามทางเดินขึ้นผมกับเพื่อนเคยอาสาเก็บขยะตามทางเดินเลยได้ใบประกาศของภูกระดึงด้วย แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะทำกระเช้าขึันไป แค่เดินขยะยังเยอะเลย ถ้ามีกระเช้าขยะจะขนาดไหนจะทำให้เป็นเหมือนอุทยานอื่นๆหรือไรผมเป็นคนชอบเดินป่าผมเห็นมาหมดแระครับว่าที่ไหนเป็นยังไงบ้างแต่ที่อุทยานไม่ใช่ร้านขายอาหารนะครับที่ใครๆจะโยนเศษอาหารทิ้งแล้วเดินจากไป

  • Prabhakorn2010

    ผมอายุ 63 ยังอยากจะเดินขึ้นเลยแต่ไม่มีเพื่อน เพื่อนเขาเดินไม่ไหวแล้ว

  • รักธรรมชาติ

    ภูกระดึง เป็นสถานที่ที่วัดความแข็งแรงของร่างกาย ว่าสุขภาพเราดีแค่ไหน แล้วจู่ๆ จะเอาความสะดวกสบายไปเอื้อแบบนี้ แล้วมันจะเรียกว่า “ครั้งหนึ่งเราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ได้อย่างไร?
    เอาง่ายๆนะครับ “อายุ เป็นเพียงตัวเลข ถ้าร่างกายไหว ใจสู้ ลองไปดูครับ แล้วจะรู้ว่า การที่เราไปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติน่ะ มันเป็นอย่างไร แต่ถ้ามีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไป ก็ไม่สมควรเรียกว่าการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหรอกครับ”
    อย่าเอาความสะดวกสบาย ความต้องการของมนุษย์ ไปเบียดเบียนธรรมชาติให้มากกว่านี้เลย แค่นี้ภูกระดึงก็แทบจะล้มทั้งยืนแล้ว หากภูมันเป็นคน!

  • Tem 22

    ธรรมชาติเป็นสิ่งสวยงามที่สุดมาวัดใจกับธรรมชาติดีกว่าได้สุขภาพแข็งแรงด้วย ถ้าไม่ไหวลูกหาบก็มี

  • มันถึงจุดที่ต้องเลือก ไม่ใช่ว่ามักง่ายนะ แต่บางครั้งไม่มีทางเลือก อย่างผมเอง ผมเดินไม่ไหว แต่ผมอยากไปทำยังไงล่ะ

    มันมีสองมุมมองนะคับ มันเลือกได้ ไม่ใช่ว่ามีกระเช้า แล้วเค้าห้ามเดินนี่นา??

    เห็นใจในฟากฝั่งคนเดินไม่ไหวบ้างสิคับ อาจจะเจ็บป่วยไม่สบาย หรือเหตุผมอื่นใด ทำไมต้องจำกัดไว้ว่า คุณต้องเดิน??

    • Ckkongdong

      เราคนหนึ่งที่ไม่เอากระเช้าขึ้นภูกระดึง

    • vb

      มันหมายถึง อาชีพลูกหาบ ของชาวบ้าน ที่ต้องตกงาน มึงเดินไม่ได้มึงก็ไม่ต้องไป นอนอยู่บ้านให้หมาเลียไข่ไป ไอ้ส้นตีน

    • อิง

      คนที่ชอบและอยากขึ้นภูกระดึง แต่ขึ้นไม่ได้ด้วยเหตุใดๆ ก็ตามที ว่าไม่ได้ขื้นภูกระดึงก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเรามีมลทิน หรือเป็นปมด้อยหรอกครับ โลกนี้มีอะไรที่เราอยากทำ แต่ก็ทำไม่ได้ตั้งมากมาย อันไหนเลยผ่านไปแล้วมันก็ไม่ได้เสียหายกับชีวิตเรา ก็ช่างมัน อย่าเอาตัวเรา ณ ตอนนี้เป็นที่ตั้งว่าอยากขึ้นภูกระดึง แต่เดินไม่ไหว เลยอยากให้สร้างกระเช้า ถนนตัดเข้าป่าที่ไหน ป่าวอดที่นั่น กระเช้าอุปมาดั่งถนน อย่าเอาเพียงความอยากของเราไปทำลายสมบัติของลูกหลานเราในอนาคต ไม่เที่ยวภูกระดึงก็ไปที่อื่นได้อีกตั้งเยอะไป

  • เส้นทางที่เดินขึ้นภูกระดึงคือมนต์เสน่ห์ของภูกระดึง อย่าสร้างกระเช้าไฟฟ้าเลยมันเป็นการทำลายความงามตามธรรมชาติของภูกระดึง

  • muay_MA

    สร้างกระเช้าขึ้นภู…แล้วต้องสร้างรถรางบนภูด้วยป่าว!!!!!

  • อธิบดีดำรง พิเดช..มักง่าย คิดชุ่ยๆ พูดพล่อยๆผ่านสื่อบอกว่ากระเช้านี้เพื่อคนทั้งประเทศไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาวมีแรง..จริงๆแล้วคนที่ไม่มีปัญญาปืนหรือรักสบายก็มีโอกาสเลือกที่จะไปภูอื่นๆได้เยอะแยะที่ล้อรถยนต์เกยถึง..คงไม่ตายหรอกถ้าจะเว้นภูกระดึงซักทีเพราะเสน่ห์ของที่นี่มันอยู่ระหว่างสองข้างทางที่ป่ายปืน ไม่ใช่ความสะดวกสบายพรั่งพร้อม..สมัยนี้ใครคิดไม่เป็นก็ได้ดี..เลวให้พอถึงจะได้อำนาจ..กลุ้ม

  • Windy

    ดิฉันเคยได้ไปเพราะเพื่อนชวน ไม่รู้หรอกไปทำไม รู้แต่เพื่อนบอกว่า ต้องเดินอย่างเดียวนะ ตลอดทางยังบ่น ว่ามันช่างพาเรามาลำบากเหลือเกิน แต่อารมณ์ หลังจากที่ตะเกียกตะกาย ขึ้นไปเห็นหลังแปครั้งแรก ต้องเดินไปกลับผาหล่มสัก 30 กิโล เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินในครั้งนั้น ภาพ อารมณ์ ความรู้สึก แม้จะผ่านไปแล้วเกือบ 20 ปี ดิฉันก็ยังจำได้ไม่เคยลืม จากที่เคยบ่นเพื่อนเลยกลายเป็นขอบคุณเขา ที่พาเรามาชื่นชมสถานที่ๆงดงามน่าประทับใจแห่งนี้ พระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่ ไม่เหมือนที่ไหน แม้จะเป็นดวงเดียวกัน แต่เพราะมันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และตั้งใจเท่านั้น เราถึงจะมีโอกาสได้ชื่นชมมัน คุณค่ามันอยู่ที่ตรงนี้ จะว่าไป สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย มีตั้งมากมาย แต่ทำไมคนที่บอกว่าเดินขึ้นไม่ไหวแล้วถึงเพิ่งมาคิดอยากไปภูกระดึง มันเป็นเพราะความยากของการได้มารึเปล่าคะ สถานที่นั้นถึงดูมีคุณค่าขึ้นมา เพราะยากต่อการได้เห็น ยากต่อการได้ชื่นชม ถึงมีคนสนใจและอยากไปกันนัก ดิฉันยังยืนยันว่า อยากให้เก็บตำนานความเป็นภูกระดึงไว้แบบนี้ ถ้านักเดินทางที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง ดิฉันว่า ภูกระดึง ต้องเป็นสถานที่แรกๆที่เลือกที่จะไป ตั้งแต่ยังเดินไหวอยู่นะคะ ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดรักภูกระดึงเอาตอนไปไหนไม่ไหวแล้วน่ะค่ะ ใครคนนึงเคยกล่าวว่า ภูกระดึง คือปฐมบทของนักเดินทาง ขอสักที่ไว้เป็นตำนานบ้างเถอะนะคะ อะไรที่เข้าถึงง่ายคนมักไม่เห็นคุณค่า อีกหน่อยพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่ไหนก็เหมือนๆกัน นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว หากจะกระทบจิตใจใครก็ขออภัยด้วยนะคะ เพราะถ้าเกิดกระเช้าถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ คนตัวเล็กๆอย่างดิฉันก็คงไปทำอะไรไม่ได้ การเมืองการมุ้งดิฉันไม่สันทัด แค่อยากให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตสำนึกบ้างเท่านั้น ขอให้สถานที่ได้คัดกรองคนเดินทาง เพื่อปกป้องตัวเขาเองบ้างเถอะค่ะ อย่าให้วันนึง ต้องมีทัวร์ประเภทขากถุย ไปทำลายเขาเลย หากเป็นความประสงค์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการชื่นชมความงามอย่างแท้จริงแต่ไปไม่ไหวแล้ว ก็น่าเสียดาย เพราะคนแบบหลังดิฉันคิดว่ายังมี แต่มันก็เหลือน้อยเต็มที..แล้วล่ะค่ะ

  • มามี้อ้อจัง

    “เมื่อขึ้นสุดเหนื่อยเมื่อยล้ากาย…ครั้งถึงก็คลายหายเหนื่อยเมื่อยล้า” อย่างเพลงว่าจริงค่ะ

  • Suwanee

    เป็นรัฐมนตรีเมืองเลยแท้ๆอยู่กระทรวงทรัพย์อีกด้วย ทำไมจะต้องมาสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงด้วยจะต้องใช้งบเท่าไรค่าบำรุงรักษาอีกเท่าไหร่และจะต้องตัดต้นไม้กี่ต้นเพื่อทำกระเช้าขึ้น ทำลายสิ่งแวดล้อมชัดๆ

  • Wichuni_wi

    การมีกระเช้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางขึ้นภูกระดึง สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้จริงหรือ
    ในเมื่อการท่องเที่ยวชมภูมิประเทศ ผืนป่า น้ำตก ทุ่งหญ้า ฯลฯ บนภูกระดึงล้วนต้องอาศัยการเดินเท้าทั้งสิ้น หากต้องการให้ทุกท่านเข้าถึงธรรมชาติมิต้องมีรถไฟฟ้าบนนั้นด้วยหรือ…….