1721955
Pro Bono (2025-2026) ซีรีส์เกาหลี 12 ตอนจบที่กำลังจะถึงฉากอวสานในวันอาทิตย์หน้าแล้ว ผลงานล่าสุดของหนึ่งในผู้กำกับซีรีส์เกาหลีที่ทุกคนจับตามอง คิมซองยุน แห่ง Itaewon Class (2020) และ หนึ่งในผู้กำกับร่วมของ Love in the Moonlight (2016) ได้มือเขียนบท มุนยูซ็อก จาก The Devil Judge (2021) แถมยังมีนักแสดงนำมากฝีมืออย่าง จองคยองโฮ จาก Hospital Playlist (2020, 2021) ทั้งสองภาค และโซจูยอน จาก Dr. Romantic (2020, 2023) ภาค 2-3
คังดาวิด (รับบทโดย จองคยองโฮ) หัวหน้าคณะผู้พิพากษาแห่งศาลแขวงกรุงโซลกลาง ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิพากษาของประชาชนในฐานะที่กล้าตัดสินคดีโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืดคุกคาม แต่ในระหว่างการสรรหาผู้พิพากษาศาลฎีกากรุงโซลคนใหม่ ซึ่งคังดาวิดสมัครเข้าชิงตำแหน่งด้วยนั้น จู่ ๆ เขาก็ถูกแบล็คเมลบีบให้ต้องลาออกไปเป็นทนายอาสาสายสาธารณประโยชน์ อันเป็นคดีที่ทำฟรี แทบไม่ก่อรายได้ให้บริษัท แต่หน่วยงานนี้เป็นเหมือนภาพลักษณ์ของบริษัททนายความใหญ่ ๆ และเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมายเกาหลี อันส่วนใหญ่เป็นคดีหยุมหยิมที่เมื่อคังดาวิดเข้ามาเขาได้เปลี่ยนมุมมองการรับรู้ใหม่ว่า คดีหยุมหยิมเหล่านี้แหละเกี่ยวข้องกับพื้นฐานสิทธิมนุษยชนอย่างหนักหน่วง และควรเร่งรีบแก้ไข
หนังสือพิมพ์ South China Morning Post มองว่า ‘การแสดงของ จองคยองโฮ คือจุดเด่นของเรื่อง และงานซีรีส์มีโทนสนุกเข้าถึงง่ายทำให้ในส่วนของดราม่าในด้านกฎหมายที่แม้จะจริงจังแต่เข้าใจได้ง่าย’, ขณะที่เว็บ Decider รีวิวว่า ‘Pro Bono มีความคล้ายซีรีส์กฎหมายอย่าง Suits หรือ Extraordinary Attorney Woo ในบางด้านโดยเฉพาะในด้านที่โทนผ่อนคลายและมีอารมณ์ขันปน ชื่นชมการแสดงนำที่มีเสน่ห์ และแม้จะเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ที่ไม่จริงจังแต่บทกลับพลิกให้เห็นปัญหารากลึกในแต่ละคดี’
ในด้านเรตติ้งซีรีส์นี้ไต่ขยับขึ้นแบบไม่มีแผ่ว จากอีพีแรกเพียง 4.451% ซึ่งแม้จะถือว่าสูงพอสมควรสำหรับซีรีส์ทางช่องเคเบิ้ล แต่ล่าสุดในอีพีที่ 7-8 ซีรีส์นี้สามารถทำนิวไฮกระโดดไปได้ถึง 9.486% อันเป็นประเด็นที่เราจะมาเจาะลึกกันในบทความนี้ที่ว่าด้วยกฎหมาย มาตรา 328 วรรค 1 ห้ามเอาผิดคนในครอบครัว
โจทก์: “…แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฉันคนเดียว คุณลุงของคุณจีฮเย(หญิงผู้พิการทางสมองในเรื่องนี้)และภรรยาของเขา ยักยอกเงินอุดหนุนคนพิการของหลานแท้ ๆ แล้วยังไล่เธอให้ออกไปขอทานข้างถนนหาเงินให้พวกเขาอีก ถ้าหาเงินได้ไม่พอ ลุงป้าก็จะทำร้ายเธอ เป็นความจริงที่หดหู่มาก แต่บางครั้งครอบครัวนี่แหละเป็นผู้ร้ายที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด นี่คือสมาชิกแฟนคลับของฉันและเหยื่อคดีอาชญากรรมทรัพย์สินจากครอบครัว ซึ่งมารวมกันได้เพราะเหล่าทนายอาสา ชายวัยเกษียณที่ถูกลูกหลอกขโมยสมบัติทั้งหมดไป, เด็กชายที่ถูกพ่อเลี้ยงขโมยมรดกทั้งหมดที่แม่เหลือไว้ให้, ผู้พิการที่ไม่อาจต่อกรกับพี่ชายที่มาเอาเงินของเธอ, ฉันรู้สึกอับอายที่ต้องบอกว่าฉันได้รับความรักมากกว่าที่ควรจะได้ แต่กลับไม่เคยรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างเต็มที่ ฉันอยู่ได้เพราะประชาชนใส่ใจและสนใจฉัน ทางเดียวที่จะตอบแทนความรักนี้ได้คู่ควร คือต้องใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือ สื่อสารให้โลกได้รู้ ถึงเรื่องความทุกข์ทรมานที่คนเหล่านี้ต้องเผชิญ ซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจในวงกว้าง แต่เป็นเรื่องที่คนต้องรู้ ช่วยบรรเทาความทรมานของพวกเขาด้วยเถอะค่ะ ช่วยแก้ไขความไม่เป็นธรรมเมื่อกฎหมายและครอบครัวไม่ยอมปกป้องพวกเขา”
ผู้พิพากษา: “บทบัญญัติยกเว้นโทษคนในครอบครัวเป็นกฎหมายที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ ด้วยคติที่่ว่าให้กฎหมายหยุดอยู่ที่หน้าธรณีบ้าน เป็นจารีตที่ยึดกันมานาน ส่วนในเกาหลีกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีตั้งแต่มีการบัญญัติขึ้น ความมั่นคงของกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญเท่าเทียม หรืออาจจะสำคัญยิ่งกว่าการบังคับใช้ในบริบทต่าง ๆ”
ทนาย: “ความมั่นคงทางกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ทว่าหากกฎหมายไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นเวลากว่า 70 ปี นั่นแปลว่า…มีคนที่ต้องทุกข์ทรมานกับเรื่องแบบนี้มากว่า 70 ปีแล้วไม่ใช่หรือ หากกฎหมายหยุดที่หน้าธรณีประตูบ้าน ความโกลาหลโหดร้ายทารุณจะเกิดที่หลังประตูปิดตายนั้น ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย กฎหมายควรพัฒนาไปตามยุคสมัย ผมเชื่อมั่นว่านี่คือหมุดหมายสำคัญของสภาอันทรงเกียรตินี้ ที่จะต่อชีวิตให้กฎหมายเพื่อจะให้เป็นมาตรฐานสำคัญอยู่ยั้งยืนยงไปกับยุคสมัย ไม่ใช่เป็นเพียงฟอสซิลที่ติดอยู่กับอดีต”
เรื่องราวแต่ละคดีจะจบลงภายใน 2 อีพีของแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอีพี 7-8 เป็นคดีที่เริ่มต้นมาจากนักร้องไอดอลหญิงชื่อดัง เอลียาห์ มาขอให้ทีมทนายอาสาช่วยในคดีที่ค่ายของเธอถูกซาแซงฟ้อง ก่อนที่เรื่องจะขยายผลไปว่าแม่ผู้เป็นเจ้าของค่ายอยู่เบื้องหลังในหลาย ๆ เหตุการณ์อื้อฉาวที่ผ่านมา เพื่อจะกดขี่ให้เธอทำงานหนัก ทั้งแม่และพี่ชายของเธอนำเงินรายได้ที่ไอดอลสาวหามาอย่างเหนื่อยยากไปปรณเปรอชีวิตหรูหราของตัวเอง อันเป็นช่องทางที่ทีมโปรโบโนขยายให้คดีนี้ไม่ใช่คดีส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็นคดีสาธารณะที่มีผู้คนหลากหลายชนชั้นในสังคมถูกกดขี่ทำร้ายปอกลอกจากคนในครอบครัว ทว่าด้วยกฎหมายอาญาเกาหลี มาตรา 328 วรรค 1 ได้ระบุว่าห้ามฟ้องเอาผิดคดียักยอกทรัพย์(และบางคดีความผิดทางอาญา)กับคนในครอบครัว ส่งผลให้ทีมทนายแย้งว่ากฎหมายนี้คร่ำครึและสมควรจะปรับตัวเปลี่ยนแปลง ไปสู่จุดจบที่ศาลประกาศว่า “บทบัญญัติข้อนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”
อีพีนี้จงใจที่จะออนแอร์ในช่วงสิ้นปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกฎหมายนี้คือ มันเป็นกฎหมายที่กำลังรอวันยกเลิก หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้เวลาแก้ไขภายในกรอบเวลา 31 ธันวาคม 2025 หากสภาเกาหลีไม่แก้ไขกฎหมายนี้ภายในเส้นตายนี้ บทบัญญัตินี้จะหมดอายุและไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างห้ามฟ้องหรือห้ามลงโทษได้อีก
เว็บ Blue Roof รวมบทวิเคราะห์เจาะลึกด้านกฎหมายและการเมืองเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2024 ระบุว่า ‘คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2024 ว่า บทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 328, วรรค 1) ที่ให้ สมาชิกในครอบครัวโดยตรงหรือคนที่อยู่ด้วยกันในครอบครัวขยาย (เช่น ลูก, หลาน, เขย, สะใภ้ ลุง ในรั้วบ้านเดียวกัน) ปลอดจากการถูกฟ้องดำเนินคดีในความผิดทางเศรษฐกิจ เช่น ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ นั้น ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกต่อไป’
กฎหมายเดิมนี้เรียกว่า “Familial immunity (친족상도례 ชิน-จก-ซัง-โด-รเย)” เคยมีตั้งแต่ปี 1953 (เมื่อระบบอาญาในเกาหลีสมัยใหม่เริ่มใช้) เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงของรัฐมากเกินไปในเรื่องครอบครัว แต่ในหลายประเทศตอนนี้ไม่มีมาตรานี้แล้ว
The Blue Roof สรุปต่อไปว่า ‘ศาลเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวสร้าง “ช่องโหว่ใหญ่” ให้คนที่ฉ้อฉลเงินในครอบครัวหลุดพ้นจากการถูกลงโทษ แม้จะเป็นเงินจำนวนมากก็ตาม ตอนนี้รัฐสภาเกาหลีใต้ (National Assembly) มีเวลา **จนถึง 31 ธันวาคม 2025 เพื่อแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาล ถ้ารัฐสภาไม่แก้กฎหมายตามที่ศาลแนะนำ — มาตรานั้นจะ “ยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ”
เว็บไซต์นี้ยังระบุเพิ่มอีกว่าเมื่อปี 2021 มีคดีเด่นที่ดาราตลกชื่อดังของเกาหลี พัคซูฮง (พิธีกรรายการ Marriage Vacation, What About My Age, Law of the Jungle in Ulleungdo & Dokdo และ Lovers of Joseon) ซึ่งถูกพี่ชายและพี่สะใภ้ยักยอกเงินที่มีมูลค่าความเสียหายมากถึงหนึ่งหมื่นล้านวอน (ประมาณ 217.5 ล้านบาท) ผ่านระบบการบริหารค่ายเอเจนซี่ Rael และ Mediaboom ที่พี่ชายและพี่สะใภ้เป็นผู้บริหาร แต่ทนายฝ่ายพี่ชายใช้ช่องโหว่กฎหมายนี้อ้างจนเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ซ้ำยังฟ้องกลับซูฮงว่าข่มขู่คนในครอบครัวขัดต่อกฎหมายข้อนี้ แต่สุดท้ายคดียืดเยื้อมาจนปี 2025 และกลายเป็นคดีที่ทำให้ศาลมีมติว่ากฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ล่าสุดในชั้นอุทธรณ์ ศาลสูงโซลได้พิพากษาให้พี่ชายของเขาถูกจำคุก 3 ปี 6 เดือน และนำตัวเข้าคุกทันที ส่วนภรรยาของพี่ชายที่ในชั้นศาลแรกถูกยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือนและบริการสังคมอีก 120 ชั่วโมง อีกทั้งมีการฟ้องคดีแพ่งที่พัคซูฮงเรียกร้องค่าเสียหาย 198 ล้านวอน (ราว 4 ล้านบาท) แต่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีว่าสุดท้ายพวกเขาต้องชดใช้คืนเท่าไหร่แน่
อย่างไรก็ตามต้องทำความเข้าใจอีกด้วยว่าในทางปฏิบัติมาอย่างยาวนาน แทบไม่ค่อยมีคดีไหนที่ยกฟ้องเพราะข้ออ้างกฎหมายอาญาข้อนี้ เนื่องจากในทางปฏิบัติแล้วกฎหมายนี้จะถูกใช้ตั้งแต่ในขั้นตอนตำรวจหรืออัยการแล้ว กล่าวคือคดีเหล่านี้จะถูกปัดตกกลายเป็นคดีหยุมหยิมที่ตำรวจและอัยการไม่รับฟ้องไปตั้งแต่ต้น เมื่อคดีพวกนี้ถูกปฏิเสธในการตั้งข้อหาทำให้แทบจะไม่เคยมีคดีไหนไปสู่ชั้นศาล จนกระทั่งกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเกิดขึ้นกับคนดังและด้วยมูลค่าความเสียหายที่มากขนาดนี้ แต่จากนี้ไปในทุกกรณีจะสามารถทำให้กลายเป็นคดีและนำขึ้นสู่ชั้นศาลได้แล้วนับตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นมา
ล่าสุดจากบทความของหนังสือพิมพ์ Maeil Business ฉบับเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ได้ระบุเพิ่มด้วยว่า การยกเลิกกฎหมายในครั้งนี้จะมีผลย้อนหลังไปยังกฎหมายที่ตัดสินในช่วงปี 2024 และคดีที่ยังค้างคาอยู่ และนับแต่นี้เป็นต้นไปทุกคนสามารถฟ้องเอาผิดกรณียักยอกทรัพย์กับคนในครอบครัวได้แล้ว
ล่าสุดคิมดาเย ภรรยาของพัคซูฮง ได้โพสต์ไอจีฉลองปีใหม่ความว่า “นี่ไม่ใช่แค่คดีเฉพาะบุคคล แต่เป็นคดีที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกฎหมายอาญาของสาธารณรัฐเกาหลี…ซูฮงผู้เปลี่ยนแปลงประเทศ!”
หมายเหตุ: มองในมุมกลับกันจากการรับรู้ของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อซีรีส์เรื่องนี้ออนแอร์ทางช่องเน็ตฟลิกซ์ที่เปิดให้บริการมากกว่า 190 ประเทศ อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงข้อเท็จจริงนี้ เพราะในความเป็นจริง กฎหมายนี้ที่สุดท้ายถูกยกเลิกไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผ่านคดีของดาวตลกและพิธีกรชื่อดัง พัคซูฮง โดยทนายความนามว่า “โนจองออน (Noh Jong-eon)” ไม่ใช่ฝีมือของทนายอาสา Pro Bono ดังเนื้อหาในซีรีส์


