ข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องราวของ เจ้าของปั๊ม PTT Station ทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาสถานีบริการและความตั้งใจของเจ้าของปั๊ม ที่ไม่ได้พุ่งเป้าเพียงผลกำไร แต่มองไปถึงการทำธุรกิจที่คำนึงถึงชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างสังคมแห่งการให้ ภายใต้แนวคิดหลัก “โออาร์เติมเต็มโอกาส ดีดีดี” ในด้านชุมชนดี ของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
PTT Station ทุ่งสมอ จ.กาญจนบุรี: พื้นที่ชีวิตของชุมชน พนักงาน และควาย
“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ประโยคที่คนไทยคุ้นเคย แต่ที่ทุ่งสมอ จังหวัดกาญจนบุรี มีคนเอามาเล่นคำใหม่ว่า “ในปั๊มมีป่า ในปั๊มมีควาย” และคนพื้นที่รู้กันในนาม PTT Station ทุ่งสมอ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
จุดเริ่มต้นจากคุณมนัส แก้วศรีงาม วัย 68 ปี ทำโรงสีมากว่า 30 ปี ก่อนตัดสินใจเปิดสถานีบริการแห่งแรก “แก้วมณีกาญจน์” เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “อยากมีธุรกิจใหม่ๆ ไว้เพื่ออนาคตของลูก” จนวันนี้ธุรกิจเติบโตเป็น PTT Station 4 แห่งในกาญจนบุรี ดูแลโดยสองพ่อลูก คือคุณมนัส (พ่อ) และ คุณแม็กซ์ นิธิส แก้วศรีงาม
PTT Station ทุ่งสมอ เปิดมาได้ราว 1 ปีกว่า แต่เป็นที่พูดถึงในโซเชียลแล้ว เพราะที่นี่มี “ป่าเล็กๆ ในปั๊ม” ซึ่งเดิมเป็นสวนยางที่คุณมนัสปลูกไว้ เมื่อมาทำสถานี เขาเลือกเก็บป่านั้นไว้ แล้วจัดภูมิทัศน์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้ได้ ทั้งนักเดินทางที่แวะพักและคนในชุมชนที่มาวิ่งเล่น ปิกนิก หรือนั่งหลบร้อน และจุดที่ทำให้คนจดจำคือ มีควายให้ชม ซึ่งการเลี้ยงควายไว้ด้านหลังปั๊มของ PTT Station ทุ่งสมอ นี้ ถือเป็นเสน่ห์ที่สมัยนี้อาจไม่ได้พบเห็นกันง่ายๆในปัจจุบัน

ปรัชญาของ PTT Station ทุ่งสมอคือ อย่าคิดถึงกำไรเป็นอันดับแรก ให้กล้าสร้างความแตกต่าง และคิดถึงความพึงพอใจของลูกค้า เขาเชื่อว่าถ้าคิดแต่ว่าลงทุนแล้วจะคืนทุนเมื่อไร ธุรกิจก็จะหยุดนิ่ง และสิ่งที่เขาได้กลับมาจากการให้พื้นที่นี้คือความสุข
คุณนิธิสเล่าว่า ในช่วงเปิดปั๊มแห่งแรก เขาใส่ชุดพนักงานลงไปเติมน้ำมันให้ลูกค้าเอง ยกมือไหว้ทักทายทุกคน แม้แต่เด็ก เพื่อให้เข้าใจชีวิตหน้าลานจริงๆ และเห็นปัญหาที่ต้องแก้ ตลอดจนความเข้าอกเข้าใจพนักงานอีก 35 ชีวิต
พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนใกล้เคียง โดย PTT Station ทุ่งสมอ มีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำ ส่วนปั๊มน้ำมันอื่นๆ ของคุณมนัสก็จัดบ้านพักให้พนักงานอยู่ฟรี เพราะมองว่าที่ทำงานไม่ต่างจากบ้าน ถ้าให้พนักงานอยู่ฟรี พนักงานก็จะดูแลบ้านให้
การซื้อใจพนักงานลักษณะนี้ ทำให้พนักงานทำงานด้วยใจรัก เห็นได้จากเหตุการณ์ที่ลูกค้าโบรกเกอร์หลักทรัพย์ลืมกระเป๋าที่มีเงินสดและบัตรเครดิตไว้ในห้องน้ำ แต่แม่บ้านของสถานีเป็นคนพบ และติดต่อจนส่งคืนให้ลูกค้าได้ครบ
ด้านชุมชน ปั๊มน้ำมันรับซื้อสินค้าเกษตรที่ล้นตลาด เช่น หอมและกระเทียม ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วนำมาแจกเป็นโปรโมชันให้ลูกค้าที่เติมน้ำมัน และเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรมาขายของโดยตรงเป็นครั้งคราว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
เมื่อพนักงานรู้สึกผูกพันกับสถานีบริการ ลูกค้าก็ประทับใจในการบริการ ทำให้ PTT Station ทุ่งสมอเป็นพื้นที่ที่ครองใจคนในชุมชนอย่างแท้จริง
PTT Station รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม จ.ฉะเชิงเทรา: ส่งต่อแนวคิดเพื่อสังคมจากพ่อสู่ลูก
ถัดมา PTT Station รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม จังหวัดฉะเชิงเทรา กับแนวคิดปั๊มน้ำมันรุ่นที่ 2 ที่ยังคงเอกลักษณ์การช่วยเหลือชุมชนและสังคม
คุณเกด กฤติยา จันธรรมาพิทักษ์ และ คุณแก้ว กรณิการ์ จันธรรมาพิทักษ์ เติบโตมากับปั๊มตั้งแต่เด็ก เคยจับหัวจ่ายเติมน้ำมันเล่นๆ ตั้งแต่อนุบาล แม้จะเคยอยากไปทำงานที่อื่น แต่สุดท้ายทั้งสองเลือกกลับมารับช่วงต่อด้วยความผูกพันและความรับผิดชอบ

คุณเกดและคุณแก้ว นำเทคโนโลยีระบบ POS ออนไลน์เข้ามาใช้ดูยอดขายและสต็อกได้แม้ไม่อยู่ที่ปั๊ม และการนำระบบดังกล่าวมาปรับใช้ทั้งในร้านและโรงบรรจุก๊าซ ตลอดจนการปรับแนวทางการบริหารให้ร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำกฎเกณฑ์ระเบียบใหม่ เช่น การลา ใบรับรองแพทย์ การหักเบี้ยขยันกรณีมาสาย ระบบตักเตือน มีการสุ่มตรวจกล้องวงจรปิด
อีกจุดเด่นของปั๊มน้ำมันแห่งนี้คือเจตนารมณ์ของคุณพ่อที่ว่า “เห็นลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะเห็นเรา” จากที่คุณพ่อส่วนสร้างโรงเรียน วัด โรงพยาบาล รวมถึงศาลาและเมรุ จนคนในพื้นที่รู้จักและผูกพันกับครอบครัวนี้ ส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นสองที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจเพื่อชุมชนและสังคมไปด้วย
ปัจจุบัน PTT Station รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม ทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งวันเด็ก งานกาชาด และการบริจาคเลือด และมีโครงการที่เห็นผลชัดเจนคือ จัดพื้นที่ให้กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ จากศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนฯ มาขายผักผลไม้ ทุกวันศุกร์ถึงอาทิตย์ช่วงเช้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 10 ราย สินค้าผ่านการอบรมและตรวจสอบจากโครงการ ทั้งลูกค้าในพื้นที่และผู้เดินทางต่างให้การตอบรับดี
นอกจากนี้ ทั้งคุณเกดและคุณแก้ว ยังดูแลพนักงานเหมือนครอบครัว หลายคนทำงานมานาน 20–25 ปี ตั้งแต่ยังเด็ก จนถึงวันนี้ ปั๊มมีเบี้ยขยัน โบนัสประจำปี ระบบกู้ยืมและผ่อนคืนยามเจ็บป่วย และจัดเตรียมเงินเกษียณสำหรับพนักงานเก่า
ทั้งหมดนี้คือ PTT Station รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม ที่ทำให้เห็นว่า การทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากกลับมาใช้บริการอีกซ้ำๆ
PTT Station ศรีนาวา จ.นครนายก: เชื่อมพื้นที่ คน และชุมชน
ขยับมาที่จังหวัดนครนายก ณ ปั๊มน้ำมันที่ขึ้นชื่อเรื่องจุดพักผ่อนหย่อนใจ และห้องน้ำที่สะอาดจนต้องแวะเวียนทุกครั้ง
นี่คือ PTT Station ศรีนาวา จังหวัดนครนายก ปั๊มน้ำมันที่เป็น Community Space ให้ชุมชนและนักเดินทาง
“ความจริงใจทำให้ปั๊มนี้ไม่ใช่แค่ที่เติมน้ำมัน แต่เป็นที่ที่คนอยากมาใช้บริการ” แนวคิดการพัฒนาสถานีบริการของ คุณยุ้ย สุปัญนี ปลั่งกมล ผู้บริหารรุ่นใหม่ของ PTT Station ศรีนาวา ที่เลือกทำ PTT Station เพราะเชื่อในแบรนด์ที่ “มั่นคงและส่งต่อได้” ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 6 ปี ภายใต้ความเชื่อว่า การให้ก่อนจะได้กลับคืนมาเสมอ คุณยุ้ยได้หยิบเอา TikTok เข้ามาเป็นกระบอกเสียงตัวแทนผู้ประกอบการเจ้าของปั๊มน้ำมัน ทลายกำแพงความไม่เชื่อมั่น ผ่านคอนเทนต์ในช่อง มาเฟีย แฟรนไชส์ ที่ออกมาบอกเล่าเรื่องราวแง่มุมต่างๆ ของปั๊ม และให้ความรู้เรื่องน้ำมันอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เกิด Brand Trust และดึงดูดผู้คนให้อยากมาใช้บริการ

นอกจากนั้นยังมี Café Amazon สองชั้นที่เปิดมุมชมทุ่งนาและมีโซนพักผ่อน ตลาดนัดวันศุกร์ถึงอาทิตย์ที่ให้ชาวบ้านมาขายสินค้าเกษตร โดยเก็บค่าไฟเพียง 50 บาทที่มอบให้แม่บ้านหรือพ่อบ้านผู้ดูแล และบริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาหาคนรู้จัก ทั้งจำชื่อลูกค้าประจำและเช็ดกระจกให้
พนักงานราว 15 คนได้ประกันสังคม อินเซนทีฟ และการเลี้ยงในช่วงเทศกาลที่ลูกค้าเยอะ โดยคุณยุ้ยพูดติดตลกว่า “เด็กปั๊มพี่ได้อ้วนทุกคน” เพราะดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี และเชื่อว่า พนักงานมีความสุข ลูกค้าก็จะได้รับความสุข
เมื่อเกิดปัญหา คุณยุ้ยและพนักงานออกหน้ารับผิดชอบเต็มที่ เห็นได้จากกรณีพนักงานเติมน้ำมันผิด คุณยุ้ยเรียกรถสไลด์ ล้างเครื่องยนต์ และดูแลลูกค้าจนมั่นใจ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพราะลูกค้าไม่ได้จำแค่บริการ แต่จำความรู้สึกตอนใช้บริการ
ด้านชุมชนมีหลักคิดว่า การทำเพื่อชุมชนไม่ใช่แค่ CSR แต่ภาพลักษณ์ แต่ทุกโครงการต้องอยู่กับชุมชนจริง โดยมีตัวอย่างเช่น
- จ้างงานผู้สูงอายุ ในตำแหน่งแม่บ้านและพ่อบ้าน เพื่อสร้างอาชีพและโอกาสในการทำงาน
- แจกมะพร้าวและผลไม้ที่ล้นตลาดให้ลูกค้า เป็นการหนุนเกษตรกรท้องถิ่น
- ร่วมโครงการ “แยกแลกยิ้ม” แยกขยะรีไซเคิลกับ OR
กรณี PTT Station ศรีนาวา สะท้อนให้เห็นว่า ปั๊มน้ำมันสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับชุมชน โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อถือและเชื่อใจ
บทบาทของการเป็น ‘ผู้ให้’ ทำให้ปั๊มน้ำมันไม่ใช่แค่จุดเติมเชื้อเพลิง หรือการทำเพื่อตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น หากเป็นเรื่องของความไว้วางใจที่ลูกค้าและชุมชนมีต่อ PTT Station และอยากกลับมาอุดหนุนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
