CP AXTRA ชูบทบาทผู้นำค้าปลีก ขับเคลื่อน Climate Action สร้าง Circular Economy เปลี่ยน ‘Waste’ สู่ ‘Wealth’ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร CP AXTRA

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง“แม็คโคร” และค้าปลีก “โลตัส” ตอกย้ำบทบาทภาคค้าปลีกในฐานะ“ศูนย์กลางของระบบ”ที่สามารถเชื่อมโยงพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดย นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร CP AXTRA ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวที GCNT Forum 2026 ในหัวข้อ “The Power of Retail to Drive Climate Actions: From Waste to Wealth พลังค้าปลีก เพื่อโลกที่ยั่งยืน” ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจค้าปลีกในการเป็นแรงขับเคลื่อน Climate Action ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ไกลกว่าขอบเขตขององค์กร และขยายผลไปตลอดทั้ง Value Chain

นางศิริพร กล่าวว่า “ค้าปลีกอาจไม่ใช่ภาคธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด แต่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้กว้างที่สุด” เนื่องจากอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิต เกษตรกร คู่ค้า ผู้บริโภค และชุมชนทำให้ทุกการตัดสินใจของภาคค้าปลีกสามารถส่งต่อไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศได้เป็นวงกว้าง ดังนั้น Climate Action ของ CP AXTRA จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร แต่เป็นการ “ใช้พลังของ Ecosystem” เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงผ่านการทำงานร่วมกับคู่ค้า พันธมิตร เกษตรกร ผู้บริโภค และชุมชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรการขยายการใช้พลังงานสะอาดการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการลดการสูญเสียและขยะอาหารไปจนถึงการนำบรรจุภัณฑ์และทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่สะท้อนทิศทางการขับเคลื่อนของ CP AXTRA คือ “From Waste to Wealth” ซึ่งไม่ได้มองการจัดการของเสียเป็นเพียงปลายทางของกระบวนการ แต่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การป้องกันการเกิดของเสียการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การส่งต่ออาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์ไปจนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และสร้างมูลค่าผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจัดการขยะให้ดีขึ้นแต่คือการทำให้ขยะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก และเมื่อของเหลือเกิดขึ้น เราต้องเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง เพราะ ‘ของเหลือ’ไม่จำเป็นต้องกลายเป็น ‘ขยะ’” นางศิริพรกล่าว

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการยกระดับบทบาทของ CP AXTRA จากการเป็นเพียงผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก สู่การเป็น “Change Agent” ที่ใช้เครือข่ายค้าปลีกเป็นกลไกสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบโดยนำศักยภาพของแม็คโครและโลตัส ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจ คู่ค้า เกษตรกรผู้ประกอบการ และชุมชนจำนวนมาก มาร่วมขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย และสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ระบบ

ขณะเดียวกัน CP AXTRA ยังเดินหน้าขับเคลื่อน Climate Action ผ่านหลากหลายโครงการและนวัตกรรมที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งการลด Food Waste และการส่งต่ออาหารส่วนเกิน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดการพัฒนาโซลูชันด้านโลจิสติกส์ การลดและจัดการบรรจุภัณฑ์รวมถึงการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม

CP AXTRA มองว่า “พลังค้าปลีก” ไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขาหรือขนาดของธุรกิจเท่านั้นแต่คือความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คนและทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันหากทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าในทิศทางเดียวกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับองค์กรจะสามารถขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมและระดับประเทศได้

จากมุมมองดังกล่าว Climate Action จึงไม่ใช่เพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโอกาสในการสร้าง “Shared Value” ที่เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมเข้าด้วยกัน โดย CP AXTRA มุ่งใช้ศักยภาพของธุรกิจค้าปลีกสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเติบโตที่ยั่งยืนพร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ขยายออกไปจากองค์กร สู่คู่ค้า ชุมชน ผู้บริโภคและสังคมในวงกว้างอย่างยั่งยืน