
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “บาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง สส. ยอมรับสืบย้อนกลับได้ แต่ยาก ชี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แนะ กกต.ปรับระบบการพิมพ์ – ต้องไม่มีสัญลักษณ์เชื่อมโยงตัวตน-คุมเข้มการจัดเก็บข้อมูล
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569) ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ (ผู้ถูกร้องทั้งสาม) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และ รหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบ และตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัด หรือ แย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง
ผลการพิจารณา ก่อนการพิจารณาคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของนายพลภาขุน เศรษฐญาบดีฉบับลงวันที่ 24 กันยายน 2569 และคำร้องเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ยื่นคัดค้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล และพลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี และศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาแล้ว กรณีไม่เป็นเหตุคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่กรณีที่อาจยกข้อคัดค้านขึ้นอ้างได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 35 จึงมีคำสัง “ยกคำร้องคัดค้าน” ดังกล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า “การใช้รหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิ หรือ เสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยว่า “การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” โดยตุลาการเสียงข้างมาก จำนวน 8 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬห์ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ , นายอุดม รัฐอมฤต , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายสราวุธ ทรงศิวิไล และพลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช
ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า “การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลที่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธธรรมนูญูอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก เห็นว่า “ข้อเท็จจริงในคดีแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้องทั้งสาม เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องทั้งสามควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง หรือ ป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบบบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนน และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทตามคำวินิจฉัยนี้ให้มีมาตรการที่รัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ โดยไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้น 15 วัน นับแต่วันอ่านคำวินิจฉัย”



