
ธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับระดับเวียดนามและฟิลิปปินส์ จากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ ขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ในการจัดอันดับกลุ่มรายได้ของประเทศต่าง ๆ ครั้งล่าสุด ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ธนาคารโลก ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1987 เป็นต้นมา ภาพรวมการจัดอันดับรายได้ทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยสัดส่วนของระบบเศรษฐกิจที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำลดลงจากร้อยละ 30 เหลือเพียงร้อยละ 11 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากบางประเทศสามารถขยับข้ามกลุ่มรายได้ได้เร็วกว่าประเทศอื่น ๆ มาก
การอัปเดตข้อมูลการจัดอันดับกลุ่มรายได้ประเทศของกลุ่มธนาคารโลกในปีนี้แสดงให้เห็นว่า มี 6 ประเทศที่ได้เลื่อนขึ้นสู่กลุ่มรายได้ที่สูงขึ้น แต่ละประเทศต่างมีเรื่องราวเบื้องหลังที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ, ประเทศมหาอำนาจด้านการส่งออกที่เติบโตแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน หรือระบบเศรษฐกิจที่กลายเป็นว่ามีขนาดใหญ่กว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ถึงร้อยละ 10
ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ฝ่ายข้อมูลเพื่อการพัฒนา (Development Data Group) ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านการพัฒนาของกลุ่มธนาคารโลก จะทำการอัปเดตข้อมูลการจัดอันดับตามประมาณการรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) จากปีปฏิทินก่อนหน้า โดยจัดแบ่งระบบเศรษฐกิจที่ได้รับการประเมินออกเป็น 4 กลุ่มรายได้ ได้แก่ รายได้ต่ำ, รายได้ปานกลางระดับต่ำ, รายได้ปานกลางระดับสูง และรายได้สูง สำหรับการจัดอันดับในปีนี้ครอบคลุมทั้งหมด 218 ประเทศ และผลลัพธ์นี้จะถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงระดับโลกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2027
การอัปเดตข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากกลุ่มประเภทรายได้นี้จะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าประเทศใดสามารถเข้าถึงเงินกู้แบบผ่อนปรนและความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาได้ อีกทั้งยังช่วยให้รัฐบาล นักวิจัย และองค์กรระหว่างประเทศจำนวนมากสามารถติดตามความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทั่วโลกได้
ทั้งนี้ รายได้ประชาชาติต่อหัวจะวัดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้วย”วิธีแอตลาส” (Atlas methodology) และปรับลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้น ส่วนเกณฑ์ที่กำหนดกลุ่มรายได้แต่ละกลุ่มจะได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นประจำทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจและจำนวนประชากร การเปลี่ยนแปลงในบัญชีประชาชาติ รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลพื้นฐาน ก็สามารถส่งผลต่อการจัดกลุ่มรายได้ได้เช่นกัน
สำหรับเกณฑ์ที่กำหนดกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในปัจจุบันถูกตั้งไว้ที่ 4,496 ถึง 13,935 ดอลลาร์สหรัฐ และจะขยับเป็น 4,636 ถึง 14,375 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2027
ในปีนี้ ไม่มีประเทศใดในกลุ่มที่ได้รับการประเมินถูกปรับลดระดับลงเลย โดยมี 5 ประเทศที่ย้ายจากกลุ่มรายได้ปานกลางระดับต่ำขึ้นสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง ได้แก่ เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ศรีลังกา จอร์แดน และ ไมโครนีเซีย ส่วนอีก 1 ประเทศขยับจากกลุ่มรายได้ต่ำขึ้นสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับต่ำ คือ โตโก ซึ่งทั้งหมดขยับขึ้นมาถึงเกณฑ์เดียวกันผ่านเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ของเวียดนามพุ่งสูงถึง 4,970 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 4,516 ดอลลาร์สหรัฐที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ เพื่อก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (upper middle-income group)
การประเมินดังกล่าวพิจารณาจากรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI) ของแต่ละประเทศในปีที่ผ่านมา โดยรายได้ของเวียดนามเพิ่มขึ้นจาก 4,490 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 มาอยู่ที่ 4,970 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับประเทศที่จะก้าวเข้าสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูงที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ในปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 4,516 ดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารโลกระบุว่า เวียดนาม สะท้อนเรื่องราวของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขับเคลื่อนจากโมเดลเศรษฐกิจที่ “เน้นการส่งออกเป็นหลัก” ส่งผลให้ยอดการส่งออกของเวียดนามพุ่งทะยานขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 ทั้งในปี 2024 และ 2025 โดยมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ร้อยละ 7 และร้อยละ 8 ตามลำดับ
ขณะที่ GNI ขยายตัวเฉลี่ยถึงร้อยละ 10 ต่อปี ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 ซึ่งถือเป็น “หนึ่งในแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องและแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค”
เวียดนามเป็น 1 ใน 6 ประเทศจากทั้งหมด 218 ประเทศที่ได้รับการประเมิน ที่สามารถเลื่อนฐานะไปสู่กลุ่มรายได้ที่สูงขึ้นได้ในปีนี้

ฟิลิปปินส์ เลื่อนระดับจากการขยายตัวในวงกว้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.8 ต่อปีตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ไม่ใช่การบูมแค่ในภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่เป็นการยกระดับขึ้นทั้งระบบเศรษฐกิจ
การจัดอันดับกลุ่มรายได้ประเทศครั้งล่าสุดของธนาคารโลก แสดงให้เห็นว่าฟิลิปปินส์สามารถทำสถิติรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,850 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่ารายได้ประชาชาติต่อหัวของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 4,470 ดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เกือบที่จะผ่านเกณฑ์กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง แต่พลาดเป้าไปอย่างฉิวเฉียดเพียง 26 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
สำหรับรายได้ต่อหัวของประเทศอาเซียนอื่นๆ กัมพูชาอยู่ที่ 2,520 ดอลลาร์สหรัฐ, สปป.ลาว 2,150 ดอลลาร์สหรัฐ และเมียนมา 1,320 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประเทศเหล่านี้ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ ที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) อยู่ระหว่าง 1,176 ถึง 4,635 ดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะเดียวกัน มาเลเซีย 12,380 ดอลลาร์สหรัฐ, ไทย 7,690 ดอลลาร์สหรัฐ และอินโดนีเซีย 5,120 ดอลลาร์สหรัฐ ยังคงรักษาสถานะในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงไว้ได้
ส่วนสิงคโปร์ 81,760 ดอลลาร์สหรัฐ และบรูไน 34,790 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงเช่นเดิม
ศรีลังกา สะท้อนเรื่องราวของการฟื้นตัว เพียงสามปีหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรงที่ทำให้ประเทศเกือบเผชิญภาวะล่มสลายในปี 2022 ตัวเลข GDP ที่แท้จริง (Real GDP) ของศรีลังกากลับมาเติบโตร้อยละ 5 ในปี 2025 โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการเติบโตในภาคบริการทางการเงินและการท่องเที่ยว การเลื่อนระดับในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องหมายแห่งความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว แม้ว่าตัวเลขรายได้ของประเทศจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมาได้อย่างฉิวเฉียดก็ตาม
ไมโครนีเซีย บรรลุการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ มั่นคง หลังจากผ่านช่วงเวลาการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ที่ยาวนาน ไมโครนีเซียเติบโตขึ้นโดยมีภาคการก่อสร้างและภาคเกษตรกรรมเป็นฟันเฟืองหลัก ทว่าการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ปฐมภูมิสุทธิ (net primary income) ได้ส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตไม่ได้หวือหวานัก
จอร์แดน ได้รับการจัดอันดับใหม่เนื่องจากการปรับปรุงบัญชีประชาชาติขนานใหญ่ เมื่อสำนักงานสถิติของจอร์แดนเสร็จสิ้นกระบวนการปรับปีฐาน (rebasing exercise) ก็พบว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้เกือบคร้อยละ 10 ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายขอบเขตการเก็บสถิติให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นผ่านการสำรวจที่ทันสมัย แหล่งข้อมูลใหม่ ๆ และระเบียบวิธีที่พัฒนาขึ้นในการจัดทำบัญชีประชาชาติ เมื่อประกอบกับการเติบโตอย่างมั่นคงที่ร้อยละ 2.8 ในปี 2025 ข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่นี้จึงส่งผลให้จอร์แดนก้าวข้ามเกณฑ์แบ่งกลุ่มได้อย่างชัดเจน
โตโก ขยับจากกลุ่มรายได้ต่ำสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับต่ำ แต่เรื่องราวของที่นี่เกิดจากการปรับปรุงข้อมูลประชากร หลังจากการเปิดเผยผลลัพธ์โดยละเอียดจากการสำมะโนประชากรปี 2022 พบว่าประมาณการจำนวนประชากรของประเทศลดลงไปร้อยละ 11.7 และเนื่องจากรายได้นั้นวัดเกณฑ์ “ต่อหัวประชากร” จำนวนประชากรที่ลดลงจึงทำให้ตัวเลขรายได้ต่อหัวสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ว่ารายได้รวมทั้งหมดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ตาม ถึงกระนั้น GDP ของโตโกก็เติบโตร้อยละ 5.9 ในปี 2025 และการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนก็มีส่วนด้วยเช่นกัน แต่ปัจจัยตัดสินหลักคือการปรับปรุงข้อมูลประชากรนั่นเอง
วิธีที่ใช้ในการจัดอันดับกลุ่มรายได้ประเทศนั้นมีความเข้มงวดและรัดกุม ในแต่ละรอบจะมีการนำข้อมูลล่าสุดเท่าที่มีอยู่มาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดกลุ่มสะท้อนภาพความจริงที่แม่นยำที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่มีมาตรวัดเดี่ยวใด ๆ ที่จะสามารถสะท้อนความซับซ้อนในการพัฒนาของประเทศหนึ่งได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ข้อมูลนับพันชุดได้รับการวิเคราะห์ในทุก ๆ ปีเพื่อนำมาใช้จัดทำเกณฑ์นี้ และจำนวนระบบเศรษฐกิจที่ได้รับการประเมินก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี 1987 มีเพียง 163 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อ แต่ในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 218 ประเทศ สิ่งนี้ทำให้การจัดอันดับกลุ่มรายได้ประเทศ (Country Income Classifications) กลายเป็นเครื่องมือที่น่าเชื่อถือในการช่วยให้มองเห็นบริบทของเศรษฐกิจโลก ช่วยให้เข้าใจอดีตของแต่ละประเทศ และในระดับหนึ่ง… ช่วยให้มองเห็นทิศทางที่ประเทศเหล่านี้กำลังจะมุ่งหน้าไปในอนาคต



