สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เผยทิศทางปี 2569 ลดแก้วใช้ครั้งเดียวกว่า 41 ล้านใบ หนุนเกษตรกรปรับตัวรับโลกรวน

ข่าวประชาสัมพันธ์

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย

15 กรกฎาคม 2569 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าสร้างการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ การลดการใช้ทรัพยากร การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดกาแฟไทยมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์มากกว่าที่เคย กลยุทธ์ของเราจึงผสานทั้งความเข้าใจผู้บริโภคไทยและความแข็งแกร่งในระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างการเติบโตที่ส่งต่อคุณค่าให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมกาแฟของไทย”

ด้านผลิตภัณฑ์ สตาร์บัคส์เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มแรงบันดาลใจจากทุเรียนในปีนี้ ต่อยอดความสำเร็จจากซีรีส์น้ำตาลโตนด พร้อมเปิดตัวเมนูราคาเข้าถึงง่ายขึ้นอย่าง Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate นอกจากนี้ยังเปิดตัวเครื่องดื่ม Starbucks® Aerocano ในไทยเป็นครั้งแรกที่งาน World of Coffee Bangkok 2026 และเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันลิมิเต็ด Starbucks® x POP MART MOLLY

ในด้านดิจิทัล โปรแกรม Starbucks® Rewards ยังเป็นแกนหลัก โดยจำนวนสมาชิกและปริมาณธุรกรรมเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายช่องทาง Mobile Order & Pay และความร่วมมือกับ Grab และ LINE MAN ทำให้ยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เนตรนภา กล่าวถึงการเติบโตที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนว่า ความสำเร็จของสตาร์บัคส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเท่านั้น แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่สร้างให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีสาขาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านการลดการใช้พลังงาน น้ำ และการจัดการของเสีย โดยดำเนินงานตามมาตรฐานภายในที่พัฒนาร่วมกับ World Wildlife Fund (WWF) และ SCS Global Services เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จากความมุ่งมั่นในการลดขยะอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าในประเทศไทยได้นำแก้วส่วนตัวมาใช้มากกว่า 36 ล้านครั้ง นับตั้งแต่บริษัทเริ่มติดตามข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินงานในประเทศไทย และเมื่อรวมกับการใช้แก้ว For Here ภายในร้าน สามารถช่วยลดการใช้แก้วแบบใช้ครั้งเดียวได้แล้วมากกว่า 41 ล้านใบ

เนตรนภา กล่าวต่อว่า สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนผ่านโครงการ FoodShare ร่วมกับมูลนิธิ สโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Foundation) โดยตั้งแต่ปี 2565 โครงการได้ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วกว่า 315,000 มื้อ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ด้วยเงินบริจาครวมกว่า 10 ล้านบาท ณ เดือนพฤษภาคม 2569

นอกจากนี้  มูลนิธิสตาร์บัคส์ ยังสนับสนุนการดำเนินงานของ SOS Foundation เพื่อขยายการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เยาวชนและชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ผ่านการขยายเครือข่าย Rescue Kitchen และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน อาทิ โครงการฝึกอบรม “Cooking Hero” สำหรับอาสาสมัครในชุมชน

เนตรนภา กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี ของความร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) สตาร์บัคส์ได้สนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 25 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โดยกว่า 9.9 ล้านบาท มาจากรายได้ของร้าน Community Store ทั้ง 3 แห่งในประเทศไทย

ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ได้ประกาศความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี กับ ITDF ผ่านโครงการ Coffee Farm Exchange Program เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรจากศูนย์สนับสนุนชาวไร่กาแฟของสตาร์บัคส์ (Starbucks Farmer Support Center) เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาแปลงเกษตรต้นแบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต เสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานกาแฟของประเทศไทยในระยะยาว