‘โลกรวน-อุทกภัยใต้’ กระทบ ‘กุ้งไทย’ 1 พันล้าน สมาคมกุ้งของบ 6.4 พันล้าน เยียวยา-ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย

1 ธันวาคม 2568 สมาคมกุ้งไทย รายงานสถานการณ์ ‘กุ้ง’ ปี 2568 ผลผลิต 2.7 แสนตัน-เกษตรกรกว่า 3 หมื่นราย ชี้ “โรคระบาด-Climate Change-อุทกภัยภาคใต้” กระทบอุตสาหกรรมอย่างรุนแรง – คาดความเสียหายน้ำท่วมภาคใต้กว่า 1,000 ล้านบาทในพื้นที่สงขลา ปัตตานี พัทลุง นครศรีธรรมราช – ชงรัฐบาลเพิ่มงบ 5,400 ล้านให้กรมประมงปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้ง เกษตรกรวอนรัฐช่วยเพิ่มผลผลิต 4 แสนตัน –  เผยส่งออกกุ้งปี’69 พื้นตัวจากอานิสงส์ภาษีทรัมป์ทุบคู่แข่ง

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยสถานการณ์กุ้งไทย โดยเริ่มจากผลผลิตกุ้งในปี 2568 มีปริมาณ 270,000 ตัน เท่ากับปีที่ผ่านมา และมีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประมาณ 30,000 ราย  ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับปัจจัยอุทกภัยใหญ่เดือนพฤศจิกายน 2568 ในกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา พัทลุงและปัตตานี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย

นอกจากมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ยังมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตกุ้งไทยคือ สภาพอากาศที่แปรปรวน’ (climate change) ในช่วงต้นปีและปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องโรคระบาด เช่น โรคขี้ขาว และโรคตัวแดงดวงขาว ฯลฯ ตลอดจนในไตรมาส 3/68 ราคากุ้งปรับตัวลดลง 5-10% ส่งผลให้เกษตรกรจึงจับกุ้งเร็วกว่ากำหนด

ปริมาณผลผลิตกุ้งตามภูมิภาค (หน่วย: ล้านบาท)

ภาค25672568สัดส่วน
ตะวันออก53,00052,30019%
กลาง26,70027,10010%
ใต้ตอนบน99,650100,00037%
ใต้ตอนล่าง-อันดามัน61,80062,00023%
ใต้ตอนล่าง-อ่าวไทย28,85028,60011%
รวม270,000270,000100%

สมาคมกุ้งไทย ประเมินความเสียหายอุทกภัยใต้ 1,000 ล้านบาท

นายเอกพจน์ กล่าวว่า “โลกร้อนเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคำนึงถึง…ผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ อยู่ระหว่างการประเมิน คาดการเบื้องต้นว่ามีความเสียหายจากการสูญเสียกุ้งในบ่อประมาณ1,000 ล้านบาท โดยปริมาณผลผลิตจากพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยคิดเป็น 10% ของผลผลิตทั้งหมด แต่นอกจากความเสียหายต่อผลผลิตกุ้งในบ่อแล้ว ยังมีความเสียหายของเครื่องตีน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ ในฟาร์ม” 

“อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ในการจัดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในการซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ภาคใต้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ทันในครอปหน้า” นายเอกพจน์ กล่าว

นายเอกพจน์ กล่าวต่อว่า สมาคมกุ้งไทยจะเสนอรัฐบาลให้ช่วยชดเชยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ 1,000 ล้านบาท

ส่วนนายปรีชา สุขเกษม อุปนายกสมาคมกุ้งไทย ได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า “สิ่งที่ประสบพบซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี คือ ‘มหาอุทกภัย’ อยากจะบอกว่าปีนี้เป็นตัวชี้วัดภัยพิบัติตัวใหม่ รูปแบบการจัดการฟาร์ม ผลเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้าน…ข่าวไปโฟกัสชีวิตคนมากกว่าอุตสาหกรรมกุ้ง สิ่งที่เสียหายตามมาคือมอเตอร์ปั่นไฟเสียหายหมด เคมีภัณฑ์ในโกดัง-อาหารกุ้งเสียหายหมด มันเสียหายชนิดที่ว่าเริ่มนับหนึ่งกันใหม่”

“พี่น้องเกษตรกรอยากฝากถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่า กรมประมงควรจะมีมาตรการแนะนำว่าในสถานการณ์ภัยพิบัติใหม่นี้จะมีโมเดลแนะนำให้เกษตรกรปรับตัวอย่างไร ระบบเตือนภัยอย่างไร หลายฟาร์มกุ้งใหญ่จับได้ แต่เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทัน มีฟาร์ม 10 บ่อแต่ไม่มีคนจับกุ้ง ถือเป็นโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมกุ้ง…กระทรวงพลังงานควรจะช่วยเหลือเกษตรกรโดยการหามอเตอร์ใหม่ เพราะบางรายถึงกับหมดทุน…กระทรวงการคลังจะช่วยปรับโครงสร้างหนี้อย่างไร” นายปรีชา กล่าว

ส่งออกชะลอ 6% – อานิสงส์ภาษีทรัมป์ทุบประเทศคู่แข่ง

สำหรับภาพรวมการส่งออกกุ้ง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค. 2568 ) มีปริมาณ 106,306 ตัน มูลค่า 32,881 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งปริมาณและมูลค่าจากหลายปัจจัยทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลต่อตลาดคู่ค้าสำคัญทั้งญี่ปุ่น จีน และสหรัฐ 

นายเอกพจน์ ให้ข้อมูลว่า ตลาดหลักอันดับหนึ่งของไทยคือญี่ปุ่น คิดเป็นสัดส่วน 24% ของปริมาณการส่งออกกุ้งทั้งหมด โดยแบ่งเป็นปริมาณ 25,008 ตัน ลดลง 5% และมูลค่า 8,284 ล้านบาท ลดลง 8% 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตลาดในประเทศเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ จากสถานการณ์การบริโภคกุ้งที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนการบริโภคกุ้งในประเทศคิดเป็นประมาณ 15% ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด

“ราคากุ้งปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี ผลจากการบริโภคกุ้งในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ราคากุ้งครึ่งปีแรกสูงขึ้น 10-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นแรงจูงใจในการลงกุ้งเพิ่ม แต่ในปลายไตรมาส 3 ราคากุ้งอ่อนตัวลงเล็กน้อย 5-10% เพราะปริมาณฝนมากขึ้นเกษตรกรจึงเร่งจับกุ้งก่อนกำหนด”

ทั้งนี้ สถานการณ์ผลผลิตกุ้งโลก ปี 2568 คาดว่าจะมีปริมาณ 5.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% โดยประเทศผู้ผลิตหลักเพิ่มขึ้นทุกประเทศ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ ผลิต 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% ตามด้วย จีน ผลิตได้ 1.34 ล้านตันเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตกุ้งไทย ปี 2568 มีปริมาณ 270,000 ตันทรงตัวเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา

นายเอกพจน์กล่าวต่อว่า ปี 2569 จะเป็นจุดพลิกฟื้นอุตสาหกรรม มีปัจจัยที่เอื้อให้กุ้งไทยมีโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะอัตราภาษีตอบโต้ หรือ Reciprocal ในตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐ ที่ปรับขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงมาตรการภาษี AD, CVD ซึ่งทำให้อินเดียซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง แต่ต้องเสียภาษีรวมสูงถึง 50-60% เทียบกับไทยที่มีอัตราภาษีเพียง 19% ซึ่งจะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น

ผลผลิตกุ้งไทยติดหล่ม 2.7 แสนตัน เสนอรัฐบาลเพิ่มงบปรับโครงสร้างใหม่

นายเอกพจน์ กล่าวถึงข้อเสนอของสมาคมฯ ต่อรัฐบาล ดังนี้

  1. เพิ่มผลผลิตกุ้งตามเป้าหมาย 400,000 ตัน เพื่อให้เพียงต่อการส่งออก และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกอีก 60,000 ล้านบาท
  2. พรรคการเมืองต้องนำเสนอนโยบายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมกุ้ง
  3. รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการตลาด ชูจุดเด่นภาพลักษณ์กุ้งไทย สด สะอาด รสชาติดี ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต
  4. แก้ปัญหาอุปสรรคการกีดกันการค้า โดยเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี FTA สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้

“สมาคมฯ ขอเสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันการแก้ปัญหาการผลิตกุ้งให้เป็นวาระแห่งชาติ เพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพให้ได้ตามเป้า 400,000 ตัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ห้องเย็นในการรับออเดอร์ เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับประเทศนำเข้ากุ้ง ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยกระดับการฟาร์มกุ้งให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสากลที่ตลาดต้องการ รวมถึงการดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความยั่งยืนมากขึ้น” นายเอกพจน์ กล่าว

พร้อมย้ำว่า”ฝากไปถึงพรรคการเมืองที่จะเสนอตัวเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า ต้องมีการกำหนดนโยบายภาคการเกษตร โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้ง ให้กลับมามีความเข้มแข็ง และพ้นจากหล่มผลผลิต 270,000 ตัน ให้ได้เพราะที่ผ่านมาไทยติดอยู่กับปัญหาโรคกุ้งจนเสียโอกาสไปมากแล้ว…เรา (กรมประมง) ต้องการงบ 5,400 ล้านบาทจากรัฐบาลมาอุดหนุนอุตสาหกรรมกุ้ง เพื่อปรับโครงสร้างทั้งระบบ”

นายเอกพจน์ ทิ้งท้ายว่า สมาคมกุ้งไทย จะเสนองบให้รัฐบาลช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 6,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 5,400 ล้านบาทสำหรับปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้ง ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาพันธุ์กุ้ง และการป้องกันแก้ไขเรื่องโรคกุ้ง อีก 1,000 ล้านบาทเพื่อเป็นงบฟื้นฟูและเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย