วรากรณ์ สามโกเศศ
ฝรั่งและไทยจำนวนหนึ่งสังเกตมานานว่าคนที่มีอักษรแรกของชื่ออยู่ในลำดับต้น ๆ ของพยัญชนะมักได้เปรียบกว่าคนอื่น การประกาศอย่างเป็นทางการเเละการเรียกชื่อในกิจกรรมต่าง ๆ มักเป็นไปตามลำดับอักษร ดังนั้นคน “ชื่อดี” จึงได้อยู่ในลำดับต้นเสมอในงานประสาทปริญญาของเกือบทุกมหาวิทยาลัยในบ้านเราและต่างประเทศ หลังจากผู้รับเกียรตินิยมอยู่ลำดับต้นเเล้ว การรับต่อไปก็จะเป็นไปตามลำดับอักษรเเรกของชื่อถึงแม้ว่าคนบางส่วนอาจคิดว่าลำดับเป็นไปตามคะแนนที่เรียนจบ ก็ตาม นอกจากนี้ในการประเทศทางการ ชื่อก็เป็นไปตามลำดับอักษร เมื่อเป็นเช่นนี้ ‘ชื่อดี’ จึงมีความสำคัญยิ่งขึ้น (คงไม่ถึงกับต้องรีบไปเปลี่ยนชื่อเป็น “ กกขจี” หรือ “กกเกียรติ” นะครับ)
นักจิตวิทยาบอกว่ามนุษย์จะจำข้อมูลหรือสิ่งที่อยู่ในลำดับต้นและท้ายได้ดีกว่าตรงกลางโดยเฉพาะถ้ามีการพูดถึงหลายสิ่ง ดังนั้นถ้าต้องการให้คนสามารถจำสิ่งที่ได้ยินทั้งหมดจึงไม่ควรให้เกิน 5 สิ่ง และดีที่สุดไม่ควรเกิน 3 และจำนวน 3 นี้เราจะเห็นในหลายเรื่องในหลายวัฒนธรรม เช่น สวดมนต์ 3 จบ ไชโย หรือบันไซ หรือกัมไปก็ 3 อันดับผู้ชนะการแข่งขันก็ 3 เสื้อกางเกงก็มี 3 ขนาด เช้า-กลางวัน-เย็น ก็ 3 ฯลฯ
เรื่องที่กล่าวถึงในวันนี้อาจทำให้เราตาสว่างขึ้น หลุดพ้นจากการถูก “หลอก” มานานก็เป็นได้ ในทางจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ บ่อยครั้งที่มนุษย์มักคิดว่าสิ่งที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งตรงกลางเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เป็นที่นิยมมากที่สุดของผู้คนและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุผลสนับสนุนความเชื่อนั้นก็ตาม Center-Stage Effect (CSE—ผลของการอยู่ตรงกลาง) คือชื่อของการสังเกตเห็นนี้ สมมุติว่ามีของที่เหมือนกันทุกประการอยู่ 5 ชิ้น วางเรียงกันเป็น A – B – C – D – E สิ่งที่พบก็คือคนจำนวนมากอย่างผิดสังเกตจะเลือก C ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง
มนุษย์ในหลากหลายวัฒนธรรมสังเกตเห็นการเลือกที่เอนเอียงจากการที่มันอยู่ตำแหน่งตรงกลางนี้มานานนับพันปี โดยเชื่อว่ามันโยงใยกับ “ความเป็นตรงกลาง” เพราะ “กลาง” หมายถึงค่าเฉลี่ย ความสมดุล ความสำคัญ การมีอำนาจ ฯลฯ คำสอนเกี่ยวกับ “ทางสายกลาง” ปรากฏอยู่ในกรีกโบราณและพระพุทธศาสนา แต่ที่ปรากฏเป็นเรื่องราวขึ้นก็เมื่อมีการศึกษาวิจัยด้านจิตวิทยาประมาณปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ในเรื่องการให้ความสนใจ การเคลื่อนไหวของลูกตา การรับรู้รับทราบทางสายตา ฯลฯ
งานศึกษาชิ้นที่สำคัญพบว่ามนุษย์มักให้ความสนใจทางสายตาแก่พื้นที่ซึ่งเห็นด้วยสายตาในตำแหน่งที่อยู่ตรงกลาง เมื่อเข้าใจเรื่อง CSE กันมากขึ้นก็มีคนนำไปใช้เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการโฆษณาสินค้า การจัดทำเมนูอาหาร การวางสินค้าบนชั้นขายของในร้าน หรือแม้แต่การเลือกเบอร์ผู้สมัครในการเลือกตั้ง (หากมีผู้สมัคร 5 คนหมายเลขสมัครรับเลือกตั้งที่พึงประสงค์คือ 3)
คำถามที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือ เหตุใดตำแหน่งตรงกลางจึงได้รับการเลือกมากกว่า คำอธิบายมีดังต่อไปนี้ (1) “ดีที่สุดอยู่ตรงกลาง” บ่อยครั้งที่จิตใต้สำนึกของมนุษย์ผูกพันการ “อยู่ตรงกลาง” ซึ่งมีนัยยะของความสำคัญ เสถียรภาพ ความเป็นปกติ หรือการสมดุล ตัวอย่างเช่นที่นั่งตรงกลางของโต๊ะมักเป็นที่ของ VIP ในหลายวัฒนธรรมตำแหน่งตรงกลางมีความหมายไปในทางความสำคัญ (“คุณอยู่กลางใจของผม” ไม่เคยบอกว่าอยู่ริม) คนสำคัญในภาพถ่ายจะอยู่ตำแหน่งตรงกลางเสมอ (2) “หลีกเลี่ยงความสุดโต่ง” มนุษย์ชอบทางเลือกที่เป็นกลาง ๆ มากกว่าอะไรที่สุดโต่งเพราะดูอันตรายน้อยกว่า สังเกตได้ว่าในวงสนทนาหรือการสังคม คน “สุดโต่ง” ในความคิด หรือการกระทำนั้น ผู้คนจะมีความสัมพันธ์ด้วยความระมัดระวังและ ”ความเกร็ง” ในทางการเมืองนั้นเป็นที่ทราบกันมานานว่า คนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองชนิด “ไม่สุดโต่ง” กล่าวคือไม่ขวาหรือซ้ายตกขอบ มีโอกาสในการได้รับเลือกมากกว่าเสมอ
(3) อิทธิพลของ “สายกลาง” อะไรที่ไม่มากเกิน หรือน้อยเกินไป หากพอดี ๆ จะได้รับการยอมรับมากกว่า ความคิดนี้ได้รับจากทั้งอิทธิพลทางศาสนาหากไม่แน่ใจว่า “การสุดโต่ง” นั้นหมายถึงอะไรและมีผลกระทบกว้างไกลเพียงใด มนุษย์มักจะเลือก “กลาง ๆ” ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
ตัวอย่างของการหาประโยชน์จาก CSE มีในหลายเรื่องดังต่อไปนี้ (1) การจัดสินค้าบนชั้นมีผลอย่างมากต่อการขาย สินค้าที่วางอยู่ตรงกลาง ๆ ของชั้นจะขายดีกว่ายี่ห้ออื่นที่วางอยู่ริม ๆ ของชั้น ดังนั้นในหลายซุปเปอร์มาร์เก็ตจึงมีการจัดวางตำแหน่งของหลากหลายยี่ห้อของสินค้าบนชั้นที่เปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ (2) การเลือกตำแหน่งร้านค้าจากที่เรียงกันเป็นแถวก็คือประมาณตรงกลาง ไม่อยู่ริมสุดที่ไกลออกไป และถ้าเลือกได้อย่าเลือกลำดับที่มีเลข 4 ปน (เลข 8 เป็นเลขมงคล) เพราะสำคัญหากเกี่ยวพันกับผู้อยู่ใน “วัฒนธรรมตะเกียบ” (3) หากตกระกำลำบากต้องไปเข้าแถวให้ “ผู้เสียหาย” ชี้ว่าใครเป็น “ผู้ก่อเหตุ” ก็จงอย่ายืนตรง กลาง ๆ เพราะจะได้รับความสนใจมากกว่าตรงริม ๆ (4) ถ้าต้องการให้ผู้คนสังเกตเห็นในรูปภาพ ไม่ว่าในหนังสือพิมพ์ หรือสื่อใดก็ตาม ตำแหน่งตรงกลางจะได้รับความสนใจมากกว่าตำแหน่งอื่นเพราะสายตาจะโฟกัสไปที่บริเวณตรงกลางมากกว่าส่วนอื่น
ความสำคัญของตำแหน่งตรงกลางนั้นลามไปถึงเรื่องการศึกษาด้วย นักเรียนที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องเรียนโดยเฉพาะแถวหน้ามักได้รับความสนใจจากครูมากกว่านักเรียนที่นั่งในตำแหน่งอื่น นอกจากนี้ยังนำไปสู่การตีความอีกด้วย ลองพิจารณารูปถ่ายที่คนในภาพยืนเรียงกันเป็นแถวเหมือนลูกชิ้นปิ้งดูซิครับ คนใดดูมีความสำคัญที่สุดในภาพ คำตอบก็คือคนที่อยู่ตรงกลาง นี่คือคำอธิบายว่าเหตุใดคนในภาคการเมืองนอกจากต้องการยืนเป็นวอลเปเปอร์ข้างหลังนักการเมืองคนสำคัญแล้ว การปรากฏในภาพที่ตนเองอยู่ตรงกลางเป็นสิ่งน่าพึงปรารถนา
การที่เรารู้ว่าใจมนุษย์เอนเอียงให้กับตำแหน่งตรงกลางจึงช่วยให้เราเข้าใจตนเอง ระมัดระวังการเลือกและความชอบของตัวเราได้ดียิ่งขึ้น บทเรียนจาก CSE ก็คือตำแหน่งของสิ่งที่วางสามารถมีอิทธิพลต่อการประเมินคุณค่า
หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 16 มิ.ย. 2569



