พิเศษ เสตเสถียร
ปัจจุบันการศึกษาด้านกฎหมายในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลการสำรวจในปี 2024 ระบุว่า คณะนิติศาสตร์กว่า 55% มีการเปิดสอนวิชาที่เน้นเรื่อง AI โดยเฉพาะ และกว่า 83% เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือ AI ผ่านหลักสูตรและคลินิกกฎหมาย
สถานการณ์และแนวทางการห้ามใช้ AI
คณะนิติศาสตร์หลายแห่งโดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ (Top-tier) ได้ออกนโยบายที่เข้มงวดเพื่อปกป้องทักษะทางปัญญาพื้นฐานและป้องกันการผิดจรรยาบรรณทางวิชาการ
กรณีที่ถูกห้ามโดยเด็ดขาด: คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย UC Berkeley ได้กำหนดนโยบาย (มีผลฤดูร้อนปี 2026) ห้ามใช้ AI ในกระบวนการคิดวิเคราะห์ (Conceptualizing), การวางโครงร่าง (Outlining), การร่างเนื้อหา (Drafting), การแก้ไข (Editing) หรือการแปลภาษา สำหรับงานที่ส่งเพื่อรับคะแนน
การสอบ: เกือบทุกสถาบันสั่งห้ามใช้ AI ในสถานการณ์การสอบโดยเด็ดขาด
การนำเข้าข้อมูล: ห้ามนักศึกษาอัปโหลดสื่อการสอน เช่น คำสั่งงาน, บทอ่าน, หรือบันทึกการสอนเข้าไปในระบบ Generative AI
บทลงโทษ: ที่คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Columbia การใช้ AI โดยไม่ได้รับอนุญาตจะจัดเป็นการทุจริตทางวิชาการและการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) โดยมองว่างานที่สร้างโดย AI คือผลงานของผู้อื่น
กรณีที่อนุญาตให้ใช้และบูรณาการในการเรียนการสอน
ในขณะที่มีข้อห้ามเคร่งครัด แต่หลายมหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับโลกการทำงานจริงที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาท
การสืบค้นข้อมูล: อนุญาตให้ใช้ AI ในวงจำกัดเพื่อการวิจัย เช่น การระบุแหล่งที่มาของคดีหรือตัวบทกฎหมาย แต่ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลเอง
การฝึกฝนทักษะเฉพาะ: บางแห่งเช่นที่คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Georgetown อนุญาตให้ใช้ AI ช่วยในการระดมสมอง (Brainstorming) หรือตรวจสอบไวยากรณ์ ตราบเท่าที่ไม่ได้ให้ AI เป็นผู้เขียนเนื้อหาหลัก
หลักสูตรเฉพาะทางและคลินิกกฎหมาย: คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Vanderbilt และมหาวิทยาลัย Stanford มีการจัดตั้ง “AI Law Lab” และโครงการริเริ่มด้าน AI เพื่อสอนให้นักศึกษาเป็น “ผู้ใช้ที่มีความตั้งใจ” (Intentional Users) และเข้าใจจริยธรรมรวมถึงการกำกับดูแล AI
การได้รับความยินยอมจากอาจารย์: นโยบายส่วนใหญ่เปิดช่องให้อาจารย์ผู้สอนมีอำนาจตัดสินใจ (Instructor Discretion) ในการอนุญาตให้ใช้ AI ในแต่ละรายวิชาตามความเหมาะสมทางสถาบัน
ผลของการอนุญาตและห้ามใช้
นโยบายที่ผสมผสานระหว่างการ “ห้าม” และ “อนุญาต” นี้มีเป้าหมายหลักในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะดังนี้:
รักษาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Cognitive Skills): การห้ามใช้ AI ในการร่างงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่าบัณฑิตจะมีความสามารถในการทำความเข้าใจตัวบทกฎหมายต้นฉบับ และใช้เหตุผลทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาได้อย่างอิสระ
มีความเท่าทันเทคโนโลยี (AI Literacy): การเปิดหลักสูตร AI มุ่งหวังให้บัณฑิตเข้าใจทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของมัน เช่น ปัญหาการสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง (Hallucinations) และความผิดพลาดของแหล่งอ้างอิง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีความรับผิดชอบในวิชาชีพ
ความพร้อมต่อตลาดแรงงาน: เนื่องจากการสำรวจพบว่าสำนักงานกฎหมายกว่า 30% เริ่มใช้ AI แล้ว คณะนิติศาสตร์จึงต้องการผลิตบัณฑิตที่สามารถออกแบบกระบวนการทำงานกฎหมายที่นำเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพ (Workflow Design) ได้ โดยไม่เสียความเป็นมืออาชีพ
ยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพ: บัณฑิตต้องเข้าใจถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการลงนามในเอกสารทางกฎหมาย แม้จะมีส่วนที่ใช้ AI ช่วยเหลือก็ตาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกลงโทษโดยศาล
AI จะเข้ามามีผลต่อการประกอบวิชาชีพกฎหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ คณะนิติศาสตร์หลายแห่งจึงต้องนำ AI เข้ามาบรรจุในหลักสูตรและการเรียนการสอนกฎหมายอย่างปฏิเสธไม่ได้ การผลิตนิติศาสตรบัณฑิตที่ “คิดเป็น” และ “ใช้ AI เป็น” (อย่างมีจริยธรรม) จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพกฎหมายในอนาคต


