
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเซบู ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ จะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ อาร์. มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ ยืนยัน
ประธานาธิบดีมาร์กอสให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวที่เมืองซีลัง จังหวัดคาวีเต เมื่อวันศุกร์(27 มีนาคม 2569) ว่าการตัดสินใจเดินหน้าต่อนี้เกิดขึ้นภายหลังการหารือกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากรายงานของ Philippines News Agency
“เราได้ปรึกษากับประเทศสมาชิกอีก 10 ประเทศ โดยผมตั้งคำถามที่เรียบง่ายมากว่า ‘ในเมื่อทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับวิกฤตการณ์น้ำมันและสงครามในตะวันออกกลาง ต้องการให้เลื่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนออกไปหรือไม่?’” ประธานาธิบดีมาร์กอสกล่าว “ซึ่งข้อสรุปที่เราได้รับคือ ในสถานการณ์เช่นนี้เองที่เรายิ่งต้องร่วมมือกัน ดังนั้นเราจะเดินหน้าจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนต่อไป”
ประธานาธิบดีมาร์กอสระบุว่า การประชุมสุดยอดครั้งที่ 48 นี้จะเป็นแบบ “เน้นเฉพาะเนื้อหาสาระสำคัญ” (Very bare bones) โดยจะมุ่งเน้นไปที่ 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ น้ำมัน, อาหาร และแรงงานข้ามชาติ ประธานาธิบดีมาร์กอสยังเน้นย้ำว่าการประชุมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้นำอาเซียนกำหนดทิศทางว่า “เราจะทำอย่างไรในอนาคต จะรับมืออย่างไรในช่วงที่เหลือของปี เราจะช่วยเหลือกันได้อย่างไร และจุดยืนของอาเซียนต่อวิกฤตการณ์ (Shocks) ต่างๆ ที่กำลังถาโถมเข้ามาคืออะไร”
สำหรับการประชุมสุดยอดครั้งที่ 49 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2569 ที่เมืองปาไซ จะยังคง “พยายาม” เดินหน้าต่อตามแผนเดิม เนื่องจากเป็นการประชุมสำคัญที่มีผู้นำจากทั่วโลกเข้าร่วม ทั้งนี้ ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 ฟิลิปปินส์มีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสรวมกว่า 650 รายการ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำวุฒิสภาบางส่วนได้แสดงท่าทีสนับสนุนให้เลื่อนการเป็นเจ้าภาพในปีนี้ออกไป เนื่องจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยมองว่าจะช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 1.7 หมื่นล้านเปโซ และเสนอให้โยกงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางแทน
ในวันเดียวกันทําเนียบรัฐบาลฟิลิปปินส์ ประกาศว่า การประชุมเตรียมความพร้อมทั้งหมดสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 และ 49 รวมถึงการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง จะถูกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์
Philippines News Agency รายงานว่า การดำเนินการนี้เป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ที่ให้ปรับแผนการเป็นเจ้าภาพจัดงานอาเซียนปี 2569 ของฟิลิปปินส์ใหม่ โดยให้ลดขนาดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นของกลุ่มลง “เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นไปยังส่วนที่สำคัญที่สุด” นายราล์ฟ เรคโต เลขาธิการบริหารกล่าว
ในแถลงการณ์ นายเรคโตระบุว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจำนวน 650 การประชุม ซึ่งเดิมทีฟิลิปปินส์ต้องเป็นเจ้าภาพนั้น จะเปลี่ยนไปดำเนินการผ่านระบบออนไลน์แทน
นายเรคโต ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาจัดงานระดับชาติ (National Organizing Council :NOC) สำหรับอาเซียนปี 2569 ด้วยนั้น กล่าวว่าประเทศฟิลิปปินส์ยังคงเชื่อมั่นว่าจะเกิด “การหารือที่เข้มข้นและผลลัพธ์ที่งอกเงย” แม้จะมีการปรับเปลี่ยนล่าสุดอันเนื่องมาจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางก็ตาม
นายเรคโตได้ออกบันทึกข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี โดยสั่งการให้ NOC ของอาเซียนปี 2569 และหน่วยงานเจ้าภาพทั้งหมด แจ้งไปยังหน่วยงานคู่ขนานว่า การประชุมเตรียมความพร้อมทุกระดับ ตั้งแต่ระดับคณะทำงาน (Working Group) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials) ไปจนถึงระดับรัฐมนตรี (Ministerial) จะเปลี่ยนมาจัดในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual) ทั้งหมด
“แม้ว่ากิจกรรมของอาเซียนจะถูกลดขนาดลง แต่เราจะยังคงสามารถบรรลุเป้าหมายในการเสริมสร้างความสามัคคีในภูมิภาค และสร้างแนวทางร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายระดับโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นได้” นายเรคโตกล่าว
ภายใต้บันทึกข้อความฉบับนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับมอบหมายให้จัดการบรรยายสรุปทางการทูต เพื่อบรรจุข้อความและการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมลงในเอกสารผลลัพธ์หรือเป้าหมายที่คาดหวัง
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานเจ้าภาพในองค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียน เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนที่ต้องดำเนินการหรือสื่อสารออกไปให้ชัดเจนด้วยเช่นกัน
นายเรคโตกล่าวว่า การลดขนาดกิจกรรมลงคาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณได้อย่างมหาศาล พร้อมระบุว่าประธานาธิบดีมาร์กอสต้องการนำงบประมาณส่วนนี้ไปจัดสรรใหม่ให้กับโครงการต่างๆ ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันโลกที่มีต่อประชาชนกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
“ในฐานะเจ้าภาพ เรายังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่จะทำให้อาเซียนไม่ได้เป็นเพียงเวทีสำหรับการหารือเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังในการดำเนินงานที่สอดประสานกันและแสดงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในยามเกิดวิกฤต” นายเรคโตกล่าว
“ในฐานะประธานอาเซียน ฟิลิปปินส์จะต้องเป็นผู้นำในการสร้างความร่วมมือที่ตอบสนองต่อความต้องการของชาวฟิลิปปินส์และประชาคมอาเซียนในวงกว้างด้วย” นายเรคโตกล่าวเสริม


