
สำนักข่าวไทยพับลิก้าได้นำเสนอ แนวทางของโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ศึกษาตัวอย่างจากญี่ปุ่นที่ใช้นโยบายปฏิรูปธรรมาภิบาลและให้บริษัทตั้งเป้าหมายชัดเจน ไปแล้วในตอนแรก
ในตอนนี้เป็นการนำเสนอการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับมูลค่ากิจการของตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ที่ยังดำเนินโครงการอยู่ ซึ่งได้ศึกษาจากตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นเช่นกัน
แก้ปัญหา “Korea Discount”
เกาหลีใต้เปิดตัว Corporate Value-up Program ในปี 2567 เพื่อแก้ไขปัญหา “Korea Discount” ซึ่งเป็น ภาวะที่บริษัทจดทะเบียนของเกาหลีใต้ถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าบริษัทในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โครงการนี้สนับสนุนให้บริษัทเปิดเผยแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพเงินทุน ธรรมาภิบาล และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของแคมเปญยกระดับมูลค่าบริษัท ด้วยการปฏิรูปของตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในญี่ปุ่น เนื่องจากปัญหาด้านประสิทธิภาพการใช้เงินทุนในเกาหลีมีลักษณะคล้ายคลึงกับญี่ปุ่น
การที่บริษัทเกาหลีถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง (Korea Discount) ส่วนใหญ่เกิดจาก ประสิทธิภาพการใช้เงินทุนที่ต่ำ และ โครงสร้างธรรมาภิบาลที่ไม่เพียงพอ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการครอบงำของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความโปร่งใสต่ำ หรือที่เรียกว่า แชโบล (chaebols) แม้เศรษฐกิจเกาหลีจะมีความแข็งแกร่งก็ตาม
ตามข้อมูลของคณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลี (FSC) ณ ปี 2566 มูลค่าตลาด (market capitalization) ของตลาดหุ้นเกาหลีอยู่ที่ 2,558 ล้านล้านวอน เป็นอันดับที่ 13 ของโลก จำนวนบริษัทจดทะเบียนมี 2,558 บริษัท มากเป็นอันดับ 7 ของโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นเกาหลีจะอยู่ในอันดับ ท็อป 10–15 ทั่วโลกในเชิงขนาดเชิงปริมาณ ดัชนีสะท้อนคุณภาพตลาด เช่น ค่า PER ธรรมาภิบาล และอัตราผลตอบแทน (ROE) อัตราการจ่ายเงินปันผล (DPR) ของบริษัทเกาหลีใต้ก็ยังต่ำกว่าบริษัทในเศรษฐกิจหลักระดับโลกเช่นกัน
อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBR) ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักในประเทศอื่น
จากสถิติ ณ สิ้นปี 2566 บริษัทเกาหลีใต้ที่มี PBR ต่ำกว่า 1 เท่า มีสัดส่วนดังนี้:
- KOSPI (ที่ประกอบด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่) คิดเป็น 65.8%
- KOSDAQ (ที่ประกอบด้วยบริษัทขนาดกลางและเล็ก) คิดเป็น 33.8%
รายงาน “Support for Corporate Value-UP” ของ FSC ระบุว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ค่า PBR, PER และ ROE เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนเกาหลี ยังคงต่ำกว่าในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง โดย ค่า PBR เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนเกาหลีอยู่ที่เพียง 1.04 และยังต่ำกว่าหลายประเทศเศรษฐกิจสำคัญ สหรัฐอเมริกา: 3.64 ญี่ปุ่น: 1.4 ไต้หวัน: 2.07
ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้โดยรวมถูกประเมินมูลค่าต่ำ (undervalued) เมื่อเทียบกับศักยภาพและตลาดต่างประเทศ
เมื่อเทียบกับสินทรัพย์สุทธิและกำไร บริษัทเกาหลีก็มีมูลค่าต่ำ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 และ Nikkei 225 เติบโต 179.4% และ 155.5% ตามลำดับ ขณะที่ KOSPI เติบโตเพียง 35.0% ซึ่งยังต่ำกว่าตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ เช่น อินเดีย: 255.4% บราซิล: 167.3% ไต้หวัน: 117.7% จีน: 36.4%
ท่ามกลางแรงกดดันจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้แก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลเกาหลีใต้จึงเริ่มดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และทำให้ตลาดทุนของประเทศสอดคล้องมากขึ้นกับมาตรฐานธรรมาภิบาลสากล

การเปิดตัวและเป้าหมายของโครงการ
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Services Commission: FSC) เปิดตัว Corporate Value-Up Program ซึ่งมีต้นแบบมาจากมาตรการ “การบริหารจัดการโดยตระหนักถึงต้นทุนเงินทุนและราคาหุ้น” ที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) เปิดตัวในปี 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเกาหลีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน พร้อมเปิดเผยแผนการยกระดับมูลค่ากิจการโดยสมัครใจ
จุดมุ่งหมายของโครงการนี้คือ
- ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ เปิดเผย และดำเนินการตามแผน Corporate Value-up ของตน,
- สนับสนุนให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนโดยอ้างอิงข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยได้อย่างโปร่งใส
เพื่อผลักดัน การเติบโตที่แข็งแรงของตลาดทุน และเพิ่มมูลค่ากิจการในระยะยาว
ต่อมาตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) หลังจากรวบรวมความคิดเห็นจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ (เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน), บริษัทจดทะเบียน และที่ปรึกษาด้าน Corporate Value-up ได้ออก แนวทางปฏิบัติสำหรับการปรับปรุงมูลค่าองค์กร “Guidelines for Corporate Value-up Plan” มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ให้บริษัทจดทะเบียนจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้:
- วิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เปิดเผยเหล่านี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของ แผนเพิ่มมูลค่าองค์กรระยะสามปี (Corporate Value-up Plan) ซึ่งควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนผ่านการลงทุนทางธุรกิจ, การจำหน่ายหุ้นทุนที่บริษัทซื้อคืน, และมาตรการอื่น ๆ บริษัทคาดว่าจะต้องเปิดเผยแผนนี้อย่างน้อยปีละครั้ง และรายงานความคืบหน้าเริ่มตั้งแต่ปีที่สอง
- มีส่วนร่วมกับนักลงทุนอย่างแข็งขัน และเปิดเผยผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมเหล่านี้ สำหรับบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 500 พันล้านวอน ซึ่งต้องเปิดเผยรายงานธรรมาภิบาลองค์กรภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ปี 2567 รายงานธรรมาภิบาลองค์กรดังกล่าวจะต้องยืนยันว่าได้มีการนำเสนอแผนเพิ่มมูลค่าองค์กรหรือไม่
พร้อมเปิดตัว เว็บไซต์ Corporate Value-up เพื่อสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างแข็งขัน และเพื่อช่วยนักลงทุนในการตัดสินใจลงทุนอย่างมีข้อมูลรองรับ
โครงการนี้ครอบคลุม ทุกบริษัทจดทะเบียน ไม่ใช่เฉพาะบริษัทที่มี P/B ต่ำ เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการปรับโครงสร้างแบบฉาบฉวยในระยะสั้น
โครงการนี้เน้น การเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจ ผ่านแพลตฟอร์ม KIND ที่ KRX พัฒนาขึ้นเฉพาะ ซึ่งอาจสร้างความท้าทายให้กับบริษัทเกาหลีที่ไม่คุ้นชินกับการเปิดเผยข้อมูลเชิงอิสระและไม่จำกัดกรอบ เพราะที่ผ่านมาเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน
โครงสร้าง 3 เสาหลัก
เสาหลักที่หนึ่ง: แนวทางสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้เปิดเผยแผน Corporate Value-up โดยสมัครใจ พร้อมแรงจูงใจจากรัฐ
เสาหลักแรกประกอบด้วย การจัดทำชุดแนวปฏิบัติ (guidelines) เพื่อช่วยเหลือบริษัทจดทะเบียนในการเปิดเผยแผน Corporate Value-up ของตนโดยสมัครใจ และ การมอบแรงจูงใจ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทเข้าร่วมโครงการอย่างเต็มใจ
แนวปฏิบัตินี้ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ลักษณะหลักของโครงการ Corporate Value-up เนื้อหาที่บริษัทต้องจัดทำในแผน วิธีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม
โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บริษัท จัดทำแผนของตนเอง ดำเนินการตามแผน และสื่อสารแผนดังกล่าวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาครัฐยังจะพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” นโยบายภาษีที่มีพัฒนาการต่อเนื่องในช่วงปี 2567–2568 ได้แก่
ข้อเสนอปรับนโยบายภาษีเงินปันผล ร่างกฎหมายปรับปรุงภาษีที่เตรียมการมาตั้งปี 2567 หรือเรียกว่า 2025 Tax Revision Bill ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการการวางแผนและการคลัง (National Assembly’s Planning and Finance Committee) ของรัฐสภาในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 คาดว่าจะได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากสภาแห่งชาติในเดือนธันวาคม 2568 โดยการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะมีผลบังคับใช้สำหรับปีงบประมาณที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2569
ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผลักดันแนวคิดการจัดเก็บภาษีเงินปันผลแบบแยกออกจากฐานภาษีเงินได้รวมทั่วไปซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 14%–45% เพื่อจูงใจให้บริษัทเพิ่มการจ่ายเงินปันผล โดยอัตราภาษีสำหรับเงินปันผลจะอยู่ระหว่าง 14%-30% ขึ้นอยู่กับเงินปันผลที่จะได้รับ
เป้าหมายนโยบายหลักของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการเสริมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น พัฒนาวัฒนธรรมการจ่ายเงินปันผลในตลาดทุนเกาหลีใต้ และจูงใจให้บริษัทให้ความสำคัญกับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากกว่าการสะสมกำไรไว้ภายในกิจการ
เสาหลักที่สอง สนับสนุนนักลงทุนให้ประเมินความพยายามของบริษัทในการเพิ่มมูลค่ากิจการได้อย่างมีข้อมูล
เสาหลักที่สองมุ่งเน้นการช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าบริษัทพยายามยกระดับมูลค่ากิจการอย่างไร และมีประสิทธิผลเพียงใด เพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใส
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) จัดทำ “Korea Value-up Index” ซึ่งรวบรวมบริษัทที่ถือเป็นต้นแบบ (best-practice companies) เพื่อให้นักลงทุนสถาบัน รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญ ใช้เป็นดัชนีอ้างอิงในการลงทุนได้
นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะออก กองทุน ETF ที่อิง Korea Value-up Index เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
Due Diligence Governance Code สำหรับนักลงทุนสถาบัน จะแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่านักลงทุนสถาบันนำปัจจัยด้านการเพิ่มมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินการลงทุนด้วย
KRX ยังจะรวบรวมข้อมูลจากระบบข้อมูลตลาด และเผยแพร่ตัวชี้วัดสำคัญของบริษัทจดทะเบียน แยกตามตลาดและอุตสาหกรรม ได้แก่:
- อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBR)
- อัตราส่วนราคาต่อกำไร (PER)
- ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)
- อัตราการกระจายกำไร (earnings distribution ratio)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (yield)
เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำหรับการเปรียบเทียบบริษัทต่าง ๆ ของนักลงทุน
เสาหลักที่สาม การสร้างระบบสนับสนุนเฉพาะทางเพื่อผลักดันการดำเนินโครงการในระยะกลางถึงยาว
เสาหลักที่สามระบุว่า จะมีการจัดตั้ง ระบบสนับสนุนเฉพาะทาง เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของ Corporate Value-up Program เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในระยะกลางถึงยาว
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) จะดำเนินการดังนี้:
- จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ และ คณะกรรมการที่ปรึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ปรับปรุง และอัปเดตเนื้อหาของ Corporate Value-up Program
- เปิดตัว หน้าเว็บเฉพาะกิจ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของโครงการได้ง่าย เช่น สถานะการเปิดเผยแผน Corporate Value-up ของแต่ละบริษัท ข้อมูลเชิงสรุปและสถิติต่าง ๆ
KRX ยังจะจัดเตรียม โปรแกรมสนับสนุนหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทเข้าร่วมอย่างแข็งขัน ได้แก่
- การฝึกอบรมด้านการเปิดเผยข้อมูลสำหรับบริษัทจดทะเบียน
- บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ
- บริการแปลภาษาอังกฤษสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก
- การจัดการงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ร่วมกัน
- และบริการรณรงค์ออนไลน์ (online advocacy)
ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อ ผลักดันให้โครงการ Corporate Value-up Program เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) จะมอบ Corporate Value-up Award ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี พร้อมทั้งประกาศมาตรการจูงใจที่เกี่ยวข้องในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ 2 เมษายน ของแต่ละปี เพื่อดึงดูดให้บริษัทเข้าร่วมโครงการนี้มากขึ้น
มาตรการให้รางวัลสำหรับบริษัทที่ได้รับเลือกมีดังนี้:
ด้านภาษีและการบัญชี
- ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายประเภท เช่น การได้รับการคัดเลือกเป็นผู้เสียภาษีตัวอย่างก่อนลำดับการให้บริการยื่นภาษีแบบเร่งด่วน การให้คำปรึกษาการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล, และบริการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีนิติบุคคล) การให้คำปรึกษาด้านการส่งต่อธุรกิจครอบครัว (family business inheritance consultation)
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาว่าจะให้ การยกเว้น ในขั้นตอนการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีภายนอกประจำปีสำหรับบริษัทจดทะเบียนหรือไม่ เพื่อลดภาระของบริษัท
มี การลดโทษ สำหรับการกระทำผิดบางกรณีในระดับที่เหมาะสม
ด้านการจดทะเบียนและการเปิดเผยข้อมูล
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ของตลาดหลักทรัพย์
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเพิ่มทุนหรือการเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน
- ลดหรือเลื่อนการบังคับใช้บทลงโทษของ KRX ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลเท็จ
การขยายโอกาสด้านการลงทุน
- ให้ สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพบปะนักลงทุนต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์เป็นลำดับแรก เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุน
- ให้ สิทธิ์ได้รับการพิจารณาเข้าดัชนี Korea Value-up Index ก่อน บริษัทอื่น
ผลลัพธ์ที่ได้
ด้านบริษัทจดทะเบียน
โครงการนี้ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการบริหารจัดการเงินทุนของบริษัทเกาหลี โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (แชโบล) หลังการประกาศเปิดตัวโครงการ บริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้หลายแห่ง ตอบรับการปฏิรูป รวมถึง POSCO Holdings Inc. และ Doosan Bobcat Inc. ได้เปิดเผยมาตรการต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น และเมื่อถึงปลายปี 258 จำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เผยแพร่แผนการเพิ่มมูลค่ามีหลายร้อยแห่ง โดยมุ่งเน้นที่เป้าหมายผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงขึ้น เงินปันผล และการซื้อหุ้นคืน
ผลลัพธ์ในระยะแรกแสดงให้เห็นถึง สัญญาณที่บ่งชี้ว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยการจ่ายเงินปันผลรวมของบริษัทที่เป็นสมาชิกดัชนี Kospi เพิ่มขึ้น 12% ในปี 2567 เป็น 44 ล้านล้านวอน และ บริษัทที่เข้าโครงการกลุ่มแรกๆ เช่น กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ รายงานการเติบโตของเงินปันผล 20-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี

การซื้อหุ้นคืน (Share buybacks) เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า เป็น 18.7 ล้านล้านวอน ในปี 2567 หลังบริษัทอย่าง Samsung Electronics และกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ได้ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Samsung Electronics ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น และได้ปิดโครงการไปในกลายเดือนกันยายน 2568 ด้วยการซื้อคืนล็อตสุดท้าย 40 พันล้านวอน
บริษัท KB Financial Group Inc. ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ประกาศจะใช้เงินลงทุนเกือบ 1.8 ล้านล้านวอน (1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)ในโครงการซื้อหุ้นคืน ขณะที่ LG Uplus ประกาศว่าจะเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืน 80,000 ล้านวอน ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 การซื้อหุ้นคืนจะดำเนินการเป็นระยะๆ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568

SK Square และ Korea Zinc ก็ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเช่นกัน
โครงการนี้ยังช่วยผลักดันให้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ยกระดับการสื่อสารนักลงทุน (IR) และการรายงานธรรมาภิบาลสำหรับบริษัทที่มีสินทรัพย์มากกว่า 500 พันล้านวอน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ Shinhan Financial Group Co. ซึ่งเข้าร่วมโครงการ Corporate Value-Up มาตั้งแต่ปี 2567 และประกาศแผนเพิ่มมูลค่าฉบับที่ 2 ในปี 2568 ได้หันมาเน้นการสื่อสารกับนักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะกับนักลงทุนระดับโลก
Yoon Jae-won ประธานกรรมการบริหารของ Shinhan Financial Group Co. ได้พบปะนักลงทุนสถาบันในฮ่องกงและสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2568 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประธานกรรมการบริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ได้พบปะนักลงทุนในต่างประเทศด้วยตนเอง โดยได้ชี้แจงเป้าหมายการทำผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและการปฏิรูปการกำกับดูแลกิจการของบริษัท
ก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ 18-23 พฤษภาคม Jin Ok-dong ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ได้เดินทางไปพบปะกับนักลงทุนในยุโรป ที่ลอนดอน แฟรงก์เฟิร์ต และวอร์ซอว์

ผลต่อตลาดโดยรวม
ผู้จัดการกองทุนระดับโลกหลายรายกลับมาสนใจเกาหลีใต้ รวมถึง Aberdeen Investments, Pictet Wealth Management, และ Franklin Templeton ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม หรือปรับมุมมองต่อหุ้นเกาหลีใต้ดีขึ้น
และนักลงทุนต่างชาติกำลังกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น ช่วยผลักดันให้ดัชนีชี้วัด Kospi Index เข้าสู่ตลาดกระทิง (bull market) และเหนือระดับ 4,000 จุดในปัจจุบัน
นักลงทุนต่างชาติได้กลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมีการอัดเงินทุนกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่มีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 9 เดือน
ในไตรมาส 3 ปี 2568 ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ส่วนหนึ่งมาจากความคึกคักของหุ้นธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรภายใต้ Corporate Value-Up Program
กลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ ธนาคาร ประกันภัย และยานยนต์ ซึ่งโดยปกติแล้วมีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBR) ต่ำ มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ปรับรับโครงการ Corporate Value-Up เร็วที่สุด
โดยรวมสัดส่วนของบริษัทที่มีอัตราส่วน PBR ต่ำกว่า 1.0 เท่า ในปี 2568 เริ่มลดลงอย่างช้าๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี วัน 23 กันยายน 2568 ครบรอบ 1 ปีแห่งการเปิดตัว ดัชนี Korea Value-up Index (ประกอบด้วย 100 บริษัท เป็น 67 บริษัทจาก KOSPI และ 33 บริษัทจาก KOSDAQ) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,419.71 จุด โดยเพิ่มขึ้น 47.3% ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของ KOSPI ซึ่งแตะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,486.19 จุด หรือเพิ่มขึ้น 42.7%
ในเดือนกันยายนมี 5 บริษัทเปิดเผยแผนการเพิ่มมูลค่าองค์กร ทำให้จำนวนบริษัทที่เปิดเผยแผนทั้งหมดเป็น 166 บริษัท (128 บริษัทจากตลาด KOSPI และ 38 บริษัทจากตลาด KOSDAQ)
ผลข้างเคียงเชิงนโยบาย
ภายใต้โครงการนี้ เกาหลีใต้ได้เปิดตัว “Korea Value-up Index” ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นดัชนีใหม่ที่ออกแบบมา โดยใช้ เกณฑ์คัดเลือก 5 ประการ ได้แก่
- มูลค่าตลาดอยู่ใน 400 อันดับแรก
- มีความสามารถในการทำกำไร โดย ไม่ขาดทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
- ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ (เงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน)
- อยู่ใน 50% แรกของตลาดตามค่า PBR
- มี ROE สูง ตามเกณฑ์ที่กำหนด
จากเกณฑ์เหล่านี้ ได้มีการคัดเลือกบริษัทจำนวน 67 แห่งใน KOSPI และ 33 แห่งใน KOSDAQ เข้าสู่ดัชนี Korea Value-up Index
ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ครบรอบ 1 ปีของโครงการเพิ่มมูลค่าองค์กร ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีได้ประกาศ
ให้บริษัท HD Hyundai Electric, KB Financial Group, Meritz Financial Group, Samyang Foods, และ KT&G เป็น บริษัทที่เป็นแบบอย่าง ในการดำเนินการตามแผนงานเพิ่มมูลค่าองค์กร (Value-up program) ในช่วงปีแรกของการดำเนินงาน
ตลาดหลักทรัพย์ได้ยกย่องบริษัทที่โดดเด่น 10 แห่ง ที่ได้มุ่งมั่นยกระดับมูลค่าองค์กรตลอดปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้จัดพิมพ์และแจกจ่าย “สมุดปกขาวโครงการเพิ่มมูลค่าองค์กร” (Corporate Value-up Program White Paper) ซึ่งรวบรวมสถานะการดำเนินการของโครงการและตัวอย่างการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเลิศ
ในบรรดาบริษัทดีเด่นทั้ง 10 แห่ง
- HD Hyundai Electric และ KB Financial Group ได้รับ รางวัลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง (Deputy Prime Minister and Minister of Economy and Finance Award)
- Meritz Financial Group, Samyang Foods, และ KT&G ได้รับ รางวัลประธานคณะกรรมการบริการทางการเงิน (Financial Services Commission Chairman’s Award)
- Samsung Fire & Marine Insurance, Shinhan Financial Group, Hyundai Glovis, KT, และ SK Hynix ได้รับ รางวัลประธานตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange Chairman’s Award)
เกาหลีใต้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง แต่ทิศทางนั้นชัดเจน โอกาสมีมากมาย จากความพยายามร่วมกันจากทั้งภาครัฐและบริษัทในประเทศ จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนของเกาหลีใต้ และสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น
ผู้จัดการกองทุนระดับโลกหลายแห่งคาดการณ์ว่าการวางแผนระยะกลางในอนาคตจะนำไปสู่แผนงานเพิ่มมูลค่าองค์กรที่ละเอียดขึ้น เพราะเกาหลีเพิ่งจะอยู่ในปีที่สองของการดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าองค์กรเท่านั้น บางกองทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเกาหลี อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยความหวังว่าภูมิทัศน์ของตลาดจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่ Korea Discount หรือช่องว่าง ระหว่างมูลค่าหุ้นของเกาหลีกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะแคบลง
อ้างอิง
- https://www.twse.com.tw/market_insights/en/detail/8a8216d6913637e40191d4af667a0349
- https://www.wellington.com/en-ch/institutional/insights/south-koreas-corporate-value-up-program
- https://www.glasslewis.com/article/navigating-south-koreas-corporate-value-up-program
- https://www.fsc.go.kr/eng/pr010101/82213
- https://www.wellington.com/en-se/institutional/insights/south-koreas-corporate-value-up-program
- https://www.fsc.go.kr/eng/pr010101/81778
- https://www.reuters.com/markets/asia/south-korea-unveils-guidelines-corporate-value-up-programme-2024-05-02/
- https://www.reuters.com/markets/asia/south-korea-unveils-guidelines-corporate-value-up-programme-2024-05-02/
- https://www.spglobal.com/market-intelligence/en/news-insights/research/south-koreas-corporate-valueup-program-what-is-overlooked
- https://asiafundmanagers.com/value-up-more-details-about-south-koreas-corporate-governance-push/
- https://www.cnbc.com/2024/02/26/south-korea-unveils-measures-to-boost-stock-markets-tackle-korea-discount.html
- https://asia.nikkei.com/economy/south-korea-unveils-guidelines-for-corporate-value-up-program
- https://www.kedglobal.com/shareholder-value/newsView/ked202502210007
- https://www.kedglobal.com/regulations/newsView/ked202508250005
- https://www.businesskorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=243280
- https://rankiapro.com/en/insights/investing-in-south-korea-value-and-governance-opportunities/
- https://www.businesstimes.com.sg/wealth/wealth-investing/global-funds-bet-south-korean-stocks-big-break-reform-tailwinds?ref=pulse
- https://www.kedglobal.com/kiw-2025/newsView/ked202509170009
- https://www.jipyong.com/en/board/jipyongNews_post.php?seq=7284
- https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/politics/20251128/rival-parties-reach-agreement-on-tax-reform-plan-for-dividend-income
- https://www.chosun.com/english/national-en/2025/11/29/GE3D5EANNFFZZKQ7HSI2NDJ2DA/
- https://www.pwc.com/kr/ko/insights/samil-commentary/samilcommenatry_dec2025_en.pdf
- https://english.moef.go.kr/pc/selectTbPressCenterDtl.do?boardCd=N0001&seq=5924
- https://www.fsc.go.kr/eng/pr010101/82213?utm_source=chatgpt.com
- https://insights.issgovernance.com/posts/korea-proxy-season-review-examining-the-value-up-transition/
- https://www.glasslewis.com/article/navigating-south-koreas-corporate-value-up-program
- https://ns-partners.cclgroup.com/insight/nsp-value-up-trade-revived-in-south-korea-as-president-lee-takes-power/
- https://finance.yahoo.com/news/samsung-plans-massive-7-2b-131822576.html
- https://www.koreaherald.com/article/10585902
- https://www.kedglobal.com/banking-finance/newsView/ked202502060002
- https://www.koreatimes.co.kr/business/tech-science/20250722/lg-uplus-to-initiate-value-up-plan-by-retiring-shares
- https://www.kedglobal.com/shareholder-value/newsView/ked202506010003
- https://www.businesskorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=253806
- https://www.kimchang.com/en/insights/detail.kc?sch_section=4&idx=29708



