
EGCO Group กางแผนธุรกิจรับปี 2569 ชูกลยุทธ์ “POWER4” – ‘เพิ่มขีดความสามารถ-เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน-บริหารพอร์ตการลงทุน-ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี’ เปิดเป้าหมายองค์กรคาร์บอนต่ำ มุ่งศึกษาไฮโดรเจนและ CCUS ทุ่มงบ 30,000 ล้าน ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง สร้างการเติบโตระยะยาวและความมั่นคงทางพลังงาน
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กล่าวว่า ปัจจุบัน EGCO Group มีโรงไฟฟ้าและโครงการต่าง ๆ ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้า มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,836 เมกะวัตต์ โดยมีสัดส่วนธุรกิจไฟฟ้าในประเทศ คิดเป็น 42% หรือ 2,926 เมกะวัตต์ ซึ่งเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ทั้งหมดแล้ว และธุรกิจไฟฟ้าต่างประเทศ คิดเป็น 58% หรือ 3,910 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 3,798 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 112 เมกะวัตต์)
โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,538 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 22% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ครอบคลุมธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค และธุรกิจ Customer Solution และ Startup
“POWER4” กลยุทธ์สร้างความสมดุล-ขยายธุรกิจต่อเนื่อง
นายธวัชชัย มองว่าท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ EGCO Group ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนทุกมิติ จึงใช้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “POWER4” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการบรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ
กลยุทธ์ “POWER4” ประกอบด้วยภารกิจ 4 ด้าน ดังนี้
1.Profitability and Performance Energizing
โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Profitability) พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อดูแลอัตราส่วนหนี้สินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท (Financial Stability) ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ (Shareholder Return)
2.Power and Energy-related Focus
กลยุทธ์เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีบทบาทสำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะเดียวกันยังต่อยอดการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค เช่น ซัพพลายเชนไฮโดรเจน Solar Private PPA และการให้บริการไฟฟ้าและพลังงานแก่ธุรกิจ Data Center เป็นต้น และต่อยอดการลงทุนในประเทศที่มีฐานอยู่แล้ว 7 ประเทศ ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions – M&A) และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield)
3.Portfolio Optimization
การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน (Operational Excellence) ผนึกพลังร่วมเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจและบริษัทในกลุ่มเอ็กโก (Strategic Synergy) รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนโยบายการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) และนำเงินที่ได้จากการขายไปลงทุนใหม่ รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในตลาดพลังงานสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว (Portfolio Management)
4.Proactive Organization Excellence
สร้างองค์กรแห่งความเป็นเลิศเชิงรุก โดยมุ่งเน้นปรับโครงสร้างองค์กร และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งด้านความรู้และทักษะ นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาบูรณาการในการขับเคลื่อนองค์กร (HR Foundation) พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานในทุกมิติ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในกระบวนการทำงาน (Optimize Business Processes)
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโกได้ติดตามและประเมินศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
เปิดแผนมุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำระยะสั้น-กลาง-ยาว
นายธวัชชัยกล่าวถึงแผนการขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น กลาง และยาวดังนี้
แผนระยะสั้น ปี 2030 บรรลุการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% และลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emissions Intensity) ลง 10% โดยมีแผนจะศึกษาและนำไฮโดรเจนและแอมโมเนียมาเป็นเชื้อเพลิงผสมในโรงไฟฟ้า (Hydrogen and Ammonia co-firing) ประกอบกับศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ในโรงไฟฟ้า 3 แห่งที่ EGCO Group เข้าไปลงทุน ตลอดจนร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อศึกษาและแสวงหาโอกาสการลงทุนในเทคโนโลยีไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และแสวงหาโอกาสการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดต่าง ๆ
แผนระยะกลางปี 2040 บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย EGCO Group มีแผนการลงทุนในพลังงานสีเขียวและพลังงานสะอาด โดยเฉพาะไฮโดรเจน และขยายการประยุกต์ใช้ CCUS ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องอยู่ในปัจจุบัน
แผนระยะยาวปี 2050 บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดย EGCO Group จะปรับปรุงพอร์ตฟอลิโอทั้งหมดให้เป็นพลังงานสะอาด 100% ตลอดจนติดตั้ง CCUS ในโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการทุกแห่ง และขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ทุ่มงบ 3 หมื่นล้าน รับปี 69

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ในปี 2569 EGCO Group ได้เตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบ M&A และ Greenfield โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group ที่ได้เข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และในอินโดนีเซีย โดยขยายการลงทุนผ่าน CDI Group
ทั้งนี้ CDI Group เป็นบริษัทให้บริการครบวงจรด้านโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย ที่ EGCO Group ถือหุ้น 30% และมีธุรกิจหลักครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้า ธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำครบวงจร ธุรกิจคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมีและท่าเทียบเรือ และธุรกิจโลจิสติกส์
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 EGCO Group มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ทั้งจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการในต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ อาทิ ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll กำลังผลิตรวม 251 เมกะวัตต์ การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการที่มากขึ้นของธุรกิจ Data Center และ AI ในขณะที่ราคาซื้อขายไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี นอกจากนี้ ในฟิลิปปินส์ EGCO Group จะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์



