
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/
ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สั่งแบงก์รัฐจัด “พักหนี้ -ไม่คิดดอกเบี้ย 1 ปี” เตรียมวงเงินสินเชื่อฟื้นฟูหลังน้ำลดไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก ด้านกระทรวงพาณิชย์ระดมทุกภาคส่วนจัดสินค้าราคาถูกลดค่าครองชีพ–หนุนอาชีพ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นประธานการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจได้มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
จากการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งได้สำรวจความเสียหายและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด และเป็นระบบ ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการเงิน ภาษี การประกันภัย การประกอบอาชีพ และการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค โดยยึดหลักความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ภายใต้แนวคิด “Quick Big Recovery” มีรายละเอียด ดังนี้
ระยะที่ 1: การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ได้แก่ (1) การจัดหาสิ่งของอุปโภคและบริโภคจำเป็นและขาดแคลน (2) การจัดหาที่พัก/ศูนย์พักพิง (3) การจัดหาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต เป็นต้น (4) การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยการดำเนินมาตรการภาษีสนับสนุนการบริจาค และ (5) การเร่งรัดให้จ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน
ระยะที่ 2 – 3: การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและทรัพย์สิน โดยเมื่อพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการจะเปลี่ยนผ่านสู่การเยียวยา ซึ่งเป็นการประคับประคองและบรรเทาภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่อย่างรอบด้าน ครอบคลุมด้านการลดภาระหนี้ การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า/ส่งเงินให้ถึงมือ การลดภาระค่าใช้จ่าย และมาตรการด้านอื่น ๆ เพื่อให้ภาคประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีการดำเนินการ ดังนี้
1) การลดภาระหนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี) รายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
2) การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า/ส่งเงินให้ถึงมือ โดยการให้สินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ดังนี้
- สินเชื่อเพิ่มเติมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับธนาคาร (ลูกหนี้เดิม) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก
- สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก
- การสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเสียหาย
- ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินชดเชยที่ได้รับ
- ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาที่ประสบอุทกภัยตามจำนวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
- ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินที่รับจากรัฐบาล เพื่อการป้องกันอุทกภัย
- ขยายระยะเวลา/ผ่อนผันระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัย
- การเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
- ขยายเวลากำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ
3) การลดภาระค่าใช้จ่าย
- ยกเว้นอากรศุลกากร สำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อทดแทน หรือ ซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย
- ยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย
- งดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาที่ทำจัดซื้อจัดจ้าง
- ลดค่าน้ำประปาในพื้นที่อุทกภัย
- จัดงานธงฟ้าเยียวยาค่าครองชีพ โดยเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด หลังน้ำลดและอุปโภคบริโภคจำเป็น
- บรรเทาภาระด้านเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการสินค้า GI (Geographical Indication)
- เว้นค่าเช่าและค่าเช่าซื้อ
4) ด้านอื่น ๆ เช่น รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและบริการต่าง ๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถึงในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น พร้อมทั้งได้มีการมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป
“กระทรวงการคลัง คาดว่า การบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้ จะช่วยส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะฉุกเฉิน การเยียวยาด้วยการลดภาระทางการเงินและภาษี ตลอดจนการฟื้นฟูอาชีพและเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถตั้งหลัก และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ประกอบกับการเร่งพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้กลับคืนสู่ความเข้มแข็งและเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.เอกนิติ กล่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การช่วยเหลือเยียวยาในพื้นที่ประสบภัยต้องทำอย่างรวดเร็ว เฟสแรกคือการส่งอาหารสด อาหารแห้ง น้ำดื่ม ไข่ไก่ และสิ่งจำเป็นให้ประชาชนอยู่รอดก่อน จากนั้นจะเข้าสู่การฟื้นฟูบ้านเรือนและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น โดยเราร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้สินค้าถึงมือประชาชนในราคาต่ำที่สุดให้ทุกคนเข้าถึงได้ นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ผลิตสินค้า ห้างโมเดิร์นเทรด และพันธมิตรในหลายจังหวัด ช่วยลดราคาสินค้าจำเป็น โดยจะจัดงานธงฟ้า และได้รับความร่วมมือจากห้างโมเดิร์นเทรดช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้จำเป็นต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดสูงสุดถึง 80% พร้อมขยายการสนับสนุนอาชีพผ่านแฟรนไชส์ในราคาพิเศษ จากความร่วมมือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงการสนับสนุนซอฟต์โลนบางส่วนช่วยประชาชนในพื้นที่เริ่มต้นประกอบอาชีพใหม่ และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถฟื้นฟูกิจการได้ผ่านการทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้อย่างรวดเร็ว และยังได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม ส่งทีมช่างและอุปกรณ์ลงพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ ซึ่งต้องรีบทำ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องใช้ ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานต่างๆในกระทรวงพาณิชย์ เร่งอำนวยความสะดวกด้านเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและใบอนุญาตต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูกิจการได้โดยไม่ติดขัด
สำหรับมาตรการกระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟูผู้ประสบภัยภาคใต้ แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1: ช่วยเหลือเร่งด่วน (ดำเนินการแล้ว) กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนและ มทบ.42 จัดส่งสิ่งของจำเป็นเข้า 6 จังหวัดภาคใต้ ครอบคลุมสงขลา สตูล พัทลุง ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ประกอบด้วย
- มอบเงินบริจาค 1.25 ล้านบาท มอบสภากาชาดไทยเพื่อผลิตถุงยังชีพ
- มอบถุงยังชีพรวม 5,000 ถุง
- ไข่ไก่รวม 3,400 แผง (กว่า 102,000 ฟอง) (เตรียมจัดส่งเพิ่มเติมอีก 2,000 แผง)
- น้ำดื่ม 39,200 ขวด
- ไก่หมักแช่แข็ง 2,000 ตัว
- ถุงขยะ 20,000 ถุง และเพิ่มเติมอีก 200,000 ถุง
- ไม้กวาด เครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าอนามัย หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทำครัว สิ่งของจำเป็น กว่า 15,000 ชุด
- ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำกับดูแลสินค้า และประสานห้างค้าปลีก เพื่อเติมสินค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและติดตามไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า
ระยะที่ 2: การเยียวยา (ธันวาคม 2568 – มกราคม 2569)
1. จัดงาน “เยียวยาลดค่าครองชีพ” และ “สร้างอาชีพ”
- ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง
- เปิดจุดขาย Mobile Unit 3 จุด ครอบคลุมพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
- จัดบูธแฟรนไชส์ พร้อมทุนสนับสนุนจาก สสว. และ SME D Bank และจัดบูธธนาคารให้คำปรึกษาการเข้าถึงสินเชื่อ
2. จัดแคมเปญลดราคาวัสดุก่อสร้างสูงสุด 80% ร่วมกับไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ เมกาโฮม รวม 40 สาขาในภาคใต้ เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อช่วยลดภาระซ่อมแซมบ้านเรือน
ระยะที่ 3: การฟื้นฟูเศรษฐกิจ
- ส่งเสริมอาชีพผ่านแฟรนไชส์ราคาประหยัด
- เปิดจุดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ 20 ครั้ง และจัดงานแสดงสินค้าภาคใต้ 4 ครั้ง ในสงขลา กระบี่ ตรัง พัทลุง พร้อมไลฟ์สด การจับคู่ธุรกิจ และคลินิกสินเชื่อฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ
- จัดงานสินค้าจังหวัดชายแดนใต้ในกรุงเทพฯ
- ฟื้นฟูผู้ประกอบการสินค้า GI ที่ได้รับผลกระทบ
- ประสาน EXIM Bank จัด Mobile Unit ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและช่วยเข้าถึงเงินทุนฟื้นฟูกิจการ
ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ พร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้มาตรการต่างๆ ออกสู่พื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด



