นายกฯเคาะ “โซลาร์ชุมชน – เครื่องสูบน้ำเกษตร – ลดหย่อนภาษีค่าติดตั้ง” ชง ครม.ไฟเขียว 28 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 2/2568 หรือ “ครม.เศรษฐกิจ” ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/

นายกฯเคาะ “โซลาร์ชุมชน – เครื่องสูบน้ำเพื่อการเกษตร – ลดหย่อนภาษีค่าติดตั้ง Solar Rooftop” ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ชง ครม. ไฟเขียว 28 ต.ค.นี้ เริ่มดำเนินการทันที

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 2/2568 หรือ “ครม.เศรษฐกิจ” ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อาทิ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ,นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง , เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน , ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้าร่วมประชุมด้วยเข้าร่วมด้วย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจได้รับทราบแผนงาน/โครงการด้านเศรษฐกิจภายใต้ “นโยบาย Quick Big Win” ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะนำไปสู่การลดค่าครองชีพให้กับประชาชน การสร้างรายได้ให้ชุมชน และยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะมาลงทุนในประเทศไทย สอดรับกับนโยบายของ ดร.เอกนิติ ได้ร่วมกับ BOI เร่งรัดให้บริษัทต่างประเทศที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน มาตั้งโรงงาน ซึ่งจะต้องมีพลังงานไฟฟ้าอย่างเพียงพอ

“วันนี้นายกรัฐมนตรีจึงได้ให้เชิญผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้ามาร่วมรับฟังด้วย เพื่อจะได้รับนโยบายไปช่วยกันขับเคลื่อนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ทันที” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณามาตรการด้านพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานขอเสนอมาตรการด้านพลังงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโนบาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ผ่านโครงการ Quick Big Win ด้านพลังงาน 3 มาตรการ 9 แผนงาน/โครงการ อาทิ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร การส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี โครงการโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อน (FPV) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการมาตรการด้านพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการด้านพลังงาน ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล และให้ดำเนินเป็นตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำที่ประชุมว่าให้ดำเนินโครงการที่สามารถดำเนินการได้ก่อน และเป็นประโยชน์กับประชาชน เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน , โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร และการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านที่อยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี ซึ่งทั้ง 3 โครงการสามารถดำเนินการได้ทันทีภายในปี 2568 โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ซึ่งจะช่วยเหลือประชาชนได้จริงโดยเฉพาะการลดรายจ่าย สร้างรายได้ รวมไปถึงมาตรการคาร์บอนเครดิต ในการส่งเสริมการลดโลกร้อนตามนโยบายรัฐบาลและสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ถามว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจมีการพิจารณาเรื่องค่าบริการสายส่งหรือไม่ นายสิริพงศ์ ตอบว่า มี โดยมีการยกตัวอย่างโครงการโซลาร์ชุมชนจะต้องมีการพิจารณาเป็นรายพื้นที่ ซึ่งตามแนวคิดของกระทรวงพลังงานอยากให้มีการกระจายตัว และจะต้องพิจารณาเรื่องการบริการสายส่งด้วย โดยจะต้องไม่เป็นภาระของประชาชน และจะต้องไม่มีการผูกขาดให้กับภาคเอกชนรายใดรายหนึ่ง รวมทั้งมีการพิจารณาโครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง หรือ “Direct PPA” ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาค่าบริการสายส่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี  ขอให้ทุกกระทรวงพิจารณาถึงโครงการหรือกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ที่ไม่ใช่งาน Routine และดำเนินการได้ภายในเวลา 3 เดือนที่เหลือ และส่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อรวบรวมอยู่ใน Dashboard และนำมารายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจในการประชุมทุกครั้ง

ทั้งนี้ ข้อมูลโครงการที่ส่งมาเข้า Dashboard ขอให้มีการทำ cost-benefit analysis และให้ระบุถึงต้นทุน งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะเกิดจากการดำเนินโครงการให้ชัดเจน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ทุกโครงการและกิจกรรมที่รัฐบาลจะดำเนินการจะต้องมีความโปร่งใส ยึดหลักวินัยการเงินการคลัง ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือของประเทศไทยต่อนักลงทุนและ Rating Agency รวมทั้งให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามแผนงานที่นำเสนอ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายระเบียบ และ มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงานอย่างเต็มที่ด้วย

“โดยในการประชุมครั้งต่อไป คาดว่าจะเป็นการคุยกันเรื่องมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ การค้า การส่งออกรวมถึงการดูแลค่าครองชีพประชาชน” นายสิริพงศ์กล่าว