ปักธง “Cluster Tourism” : ทรู-ภาครัฐ-มหา’ลัย ถอดรหัส mobility data ออกแบบ ‘เมืองน่าเที่ยว’ ข้ามจังหวัด

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล และ (รักษาการ) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

ต่อยอด True Mobility Data จากพฤติกรรมจริงของนักเดินทาง – ภาคีภาครัฐ วิชาการ เอกชน ระดมสมองปั้นไอเดียส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ (cluster) จุดประกาย 6 เส้นทางศักยภาพ Routes to Roots สำรวจรากวัฒนธรรมไทย นำร่องการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการส่งเสริม Supply ในเชิงโครงสร้างจากภาครัฐ

23 กรกฎาคม 2568 ภาคีภาครัฐ วิชาการและเอกชน ร่วมกันจัดงาน “Routes to Roots Forum” โดยมีภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น และ คลาวด์แอนด์กราวด์

สืบเนื่องจากโครงการ Data Playground ของทรู พบข้อมูลการเดินทาง (mobility data) ของนักเดินทางระหว่างปี 2566 – 2567 คิดเป็นจำนวนกว่า 500 ล้านทริป และรูปแบบการเดินทางที่สำคัญที่สามารถต่อยอดเป็น “เมืองน่าเที่ยว” นำไปสู่ความร่วมมือในการจัดงาน ไอเดียการท่องเที่ยว และข้อเสนอต่างๆ 

Big data สะท้อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวถึงแนวทางการวิจัยและการพัฒนาประเทศไทยว่า สกสว.เชื่อมั่นว่างานวิจัยและนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงระบบ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

“งานวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกจากงาน Routes to Roots ชี้ให้เห็นว่า การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบสามารถนำไปสู่มุมมองใหม่ในการกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ความยั่งยืน และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ศ.ดร. คมกฤต กล่าว

ศ.ดร. คมกฤต กล่าวต่อว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘SRI for All’ ขับเคลื่อนฉากทัศน์ใหม่ของ สกสว. เพื่อพลิกโฉมประเทศสู่อนาคต ทำให้ สกสว.มุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนการวิจัยเชิงพื้นที่ ที่สร้างผลกระทบในระดับชุมชนและประเทศ พัฒนานโยบายที่เข้าถึงทุกภาคส่วน และทำให้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นเรื่องของทุกคนอย่างแท้จริง

ขณะที่ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล และ (รักษาการ) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Mobility Data เป็นกุญแจสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก้าวข้ามความท้าทายที่เผชิญอยู่ พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งภาคการท่องเที่ยวและพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

นายเอกราช กล่าวต่อว่า ข้อมูลนี้เปิดโอกาสให้เรายกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวได้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคล่องตัวในการเดินทาง การบริหารจัดการความหนาแน่นของผู้คนในสถานที่ท่องเที่ยว หรือการเตรียมตัวรับมือเหตุฉุกเฉิน ทั้งยังช่วยในการนำเสนอประสบการณ์ เส้นทาง แคมเปญการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สะท้อนเรื่องราวจากวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องที่ นำไปสู่การสร้างโอกาส กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก

Cluster Tourism กลยุทธ์สร้างซัพพลาย ‘เมืองน่าเที่ยว’

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย รองผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม และผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉายภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในฐานะ “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยพุ่งทะยานถึงระดับเกือบ 40 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้ให้กับประเทศราว 19% รั้งอันดับ 4 ของโลกที่มูลค่า 60.5 พันล้านบาท จนเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ภูมิทัศน์ทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นำโดยญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่าเท่าตัวที่ 112% ตามด้วยเวียดนามที่ 68% และไทย 47%

เมื่อเทียบกับยุคก่อนโควิด-19 อัตราการฟื้นตัวของไทยยังคงติดลบ 12% ทำให้สัดส่วนรายได้ต่อจีดีพีลดลงมาที่ 14%

ปัจจัยลบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งประเทศคู่แข่งต่างใช้วิธีการใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น

  • เวียดนาม – กลยุทธ์ด้านราคาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่
  • อินโดนีเซีย – เอกลักษณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ความหรูหราสะดวกสบายในราคาที่เข้าถึงได้ 
  • สิงคโปร์ – เน้นลงทุนแหล่งท่องเที่ยวสร้างใหม่ (Man-Made) ที่หรูหรา สะดวก และปลอดภัย
  • ญี่ปุ่น – โหมโรงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความสวยงามผ่านเมืองท่องเที่ยว พร้อมด้วยความสะดวก ปลอดภัยในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ใช้กลยุทธ์การท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ หรือกลุ่มจังหวัด โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในพื้นที่เกษตรกรรมและหมู่บ้านประมง อีกทั้งอนุญาตให้โรงแรมและที่พักได้รับการรับรองทำหน้าที่ตัวแทนจำหน่ายทัวร์ ส่วนภาคเอกชนสามารถให้บริการการเดินทางโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตเต็มรูปแบบ และท้องถิ่นก็สามารถจัดทำตั๋วขนส่งสาธารณะแบบเหมาร่วมได้ (Common Ticket) 

“จากบริบทใหม่ด้านการแข่งขัน การปั้นซัพพลาย (supply) ใหม่จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวไทย เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน พร้อมกับกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่ศักยภาพใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า ‘เมืองน่าเที่ยว’” 

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย รองผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม และผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปักหมุดจังหวัดน่าเที่ยว โอกาสเศรษฐกิจไทย

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ เสริมว่า การพัฒนาเมืองน่าเที่ยวเป็นกลไกการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยจากข้อมูลปี 2567 พบว่า รายได้จากการท่องเที่ยวไทย 33.79% กระจุกตัวในกรุงเทพฯ คิดเป็นรายได้ 940,406 ล้านบาท และอีก 40.55% กระจุกตัวใน 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี  

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า กลยุทธ์การท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ (Cluster Tourism) ช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งนักนโยบาย นักการตลาด นักธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย เห็นภาพอุตสาหกรรมด้วยมุมมองใหม่ๆ เห็นโอกาสใหม่ๆ กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ รูปแบบการเดินทางใหม่ๆ ที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตโดยอยู่บนพื้นฐานแห่งความยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่คุณค่า ความหมาย และประสบการณ์ที่แท้จริง คือ ความต้องการของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน

จากการวิเคราะห์เครือข่ายการเดินทางผ่าน mobility data พบว่า ประเทศไทยมีเส้นทางศักยภาพถึง 21 เส้นทางที่สามารถพัฒนาสู่การท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ ดังนี้

กลุ่มคลัสเตอร์ที่มีเมืองน่าเที่ยวคู่จังหวัดการท่องเที่ยวที่มีเมืองน่าเที่ยว
ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-สมุทรปราการกรุงเทพฯ-นนทบุรี
เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-สมุทรสาคร-สมุทรสงครามนครราชสีมา-สระบุรี
นครปฐม-ราชบุรี-กาญจนบุรีกระบี่-พังงา
สุรินทร์บุรีรัมย์ศรีสะเกษขอนแก่น-ชัยภูมิ
เชียงใหม่-ลำปาง-ลำพูนพระนครศรีอยุธยา-ลพบุรี
มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์หนองคาย-อุดรธานี
นครสวรค์-สิงห์บุรี-อ่างทองนครศรีธรรมราชพัทลุง
ชัยนาทสุพรรณบุรีอุทัยธานีปราจีนบุรี-สระแก้ว
กำแพงเพชร-ตาก-สุโขทัยจันทบุรีตราด
อุบลราชธานี-ยโสธร-อำนาจเจริญเชียงราย-พะเยา
 มุกดาหาร-นครพนม
 เลย-หนองบัวลำภู
 เพชรบูรณ์-พิจิตร
 บึงกาฬ-สกลนคร
 ปัตตานี-ยะลา

ทั้งนี้ กลุ่มคลัสเตอร์จะมีศักยภาพในการพัฒนาสู่เส้นทางท่องเที่ยวได้นั้น จำต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่ 

  1. มีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการกำหนดอัตลักษณ์ของแต่ละคลัสเตอร์ 
  2. มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น ซึ่งช่วยให้เห็นลักษณะและพื้นที่กระจุดตัวของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เกิดการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ 
  3. เห็นบทบาทของแต่ละจังหวัดในแต่ละคลัสเตอร์ โดยพบว่าแต่ละเส้นทางจะประกอบด้วยเมืองศูนย์กลาง เมืองบริวาร และเมืองส่งเสริมพิเศษ 
  4. จำต้องคำนึงถึงการรับมือผลกระทบทางการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันสภาวะ overtourism และส่งเสริมให้สอดคล้องกับความสามารถในการรองรับ (carrying capacity)
  5. มีความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสด้านการท่องเที่ยวสู่พื้นที่ใหม่ๆ ด้วยการกระจายนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่เป้าหมาย 

บุคลิกนักท่องเที่ยว จาก mobility data

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ ให้ข้อมูลว่า ลักษณะนักท่องเที่ยวในแต่ละคลัสเตอร์ยังมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

ภาคเหนือ: เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง ส่วนใหญ่เป็นเพศชายอายุมากกว่า 61 ปี อาศัยอยู่ในภาคเหนือ สนใจศิลปวัฒนธรรมและการจับจ่ายใช้สอย พื้นที่สำคัญคือ ย่านนิมมานเหมินทร์

ภาคอีสาน: บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ นักท่องเที่ยวอายุไม่เกิน 40 ปี สนใจกีฬา เกมส์และอาหาร พื้นที่สำคัญคือสนามฟุตบอลช้างอารีนาและพื้นที่โดยรอบ

ภาคใต้: นครศรีธรรมราช-พัทลุง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อาศัยอยู่ในภาคใต้ สนใจศิลปวัฒนธรรม พื้นที่สำคัญคือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราชและพื้นที่โดยรอบ

ภาคตะวันออก: นักท่องเที่ยวสนใจศิลปวัฒนธรรมและอาหาร พื้นที่สำคัญคือ ชุมชนริมน้ำจันทบุรีและพื้นที่โดยรอบ

ภาคกลาง: ชัยนาท-สุพรรณบุรี-อุทัยธานี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุมากกว่า 41 ปี อาศัยอยู่นอกพื้นที่ภาคกลาง สนใจการจับจ่ายใช้สอย พื้นที่สำคัญคือ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และพื้นที่โดยรอบ

ภาคตะวันตก: เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวอายุตั้งแต่ 41-60 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สนใจศิลปวัฒนธรรมและการจับจ่ายใช้สอย พื้นที่สำคัญคือ หาดหัวหินและพื้นที่โดยรอบ

ดังนั้น การใช้ข้อมูล mobility data จะช่วยดึงจุดแข็งของพื้นที่นั้นๆ รวมถึงการพัฒนา-ต่อยอด ออกแบบทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร ภูมิประเทศ วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น

The Cloud ออกแบบทริป Routes to Roots

นอกจากนี้ The Cloud ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาผสานกับความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดผลการศึกษา ยกระดับการท่องเที่ยวไทยผ่าน 6 คลัสเตอร์นำร่องเมืองน่าเที่ยวในแต่ละภูมิภาค จนออกมาเป็น Routes to Roots: 6 ทริป 6 เส้นทางสำรวจรากวัฒนธรรมไทย เส้นทางท่องเที่ยวแบบกลุ่มจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกันด้านพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยว ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ให้รู้จักวัฒนธรรมร่วมของพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย ได้แก่ 

  1. Food Route เส้นทางกินเพื่อรู้จักวัฒนธรรมอาหารภาคตะวันออกที่จันทบุรีและตราด พื้นที่ที่อุดมด้วยวัตถุดิบที่มีเพียงหนึ่งเดียว หาไม่ได้ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะสมุนไพร เครื่องเทศ อย่าง เร่ว กระทือ ไพล กระต่ายจาม ขิงแก่ที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมของอาหารพื้นบ้านหลายชนิด เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง เส้นจันท์ผัดปู และข้าวมันไก่น้ำพริกเผา
  2. Volcano Route เส้นทางสำรวจวัฒนธรรมตามเส้นทางภูเขาไฟที่ดับสนิทของ 3 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ซึ่งรวบรวมความเป็น “ที่สุด” เอาไว้ ทั้งมีภูเขาไฟมากที่สุด มีปราสาทหินเยอะที่สุด มีแหล่งทอผ้าไหมใหญ่ที่สุด มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลายมากที่สุด 
  3. Flavor Route สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ออกเดินทางเพื่อค้นหาแหล่งวัตถุดิบสำคัญของอาหารในประเทศไทย เช่น อาหารทะเล เกลือ น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด มะนาว พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาและวิธีการใช้วัตถุดิบ ชิมอาหารพื้นบ้านจากร้านอาหารที่ไม่ควรพลาด ลงมือทำอาหารเพื่อเข้าใจกระบวนการและที่มาของรสชาติ
  4. Lanna Culture Route เส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนา ผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และอาหารของเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง รากฐานแห่งวัฒนธรรมและอารยธรรมกว่าพันปีที่เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เบ่งบานบนผืนดินถิ่นเหนือและดินแดนล้านนา ศูนย์กลางเศรษฐกิจทางน้ำแหล่งธุรกิจการค้าของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ 
  5. Nature Route เส้นทางที่จะพาไปรู้จัก และสัมผัสธรรมชาติของนครศรีธรรมราชและพัทลุง
  6. River Route เส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับสายน้ำของสุพรรณบุรี อุทัยธานี และชัยนาท