ThaiPublica > คนในข่าว > อดีตประธานประเทศสปป.ลาว “พลเอกคำไต สีพันดอน” ถึงแก่อสัญกรรม

อดีตประธานประเทศสปป.ลาว “พลเอกคำไต สีพันดอน” ถึงแก่อสัญกรรม

3 เมษายน 2025


อดีตประธานประเทศ สปป.ลาว พลเอกคำไต สี
พันดอน ที่มาภาพ: https://laotiantimes.com/2025/04/02/former-president-khamtai-siphandone-passes-away-at-101/

อดีตประธานคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และอดีตประธานประเทศ สปป.ลาว พลเอกคำไต สีพันดอน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) ในวัย 102 ปี จากการรายงานของ สำนักข่าวสารปะเทดลาวสื่อทางการของรัฐบาล สปป.ลาว

อดีตผู้นำเสียชีวิตเมื่อเวลา 10.30 น. จากโรคชรา ตามประกาศที่ออกร่วมกันโดยคณะกรรมการกลางพรรค สภาแห่งชาติ รัฐบาล แนวร่วมลาวเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ และตระกูลสีพันดอน

คณะกรรมการกลางพรรค รัฐสภา รัฐบาล สปป.ลาว และแนวร่วมพัฒนาชาติลาว ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 7 เมษายน 2568 โดยให้งดเว้นกิจกรรมของพรรค การแข่งขันศิลปะและกีฬา และงานบันเทิงใดๆ ทั้งสิ้น ในช่วงเวลาดังกล่าว รวมทั้งลดธงชาติและธงประจำพรรลงครึ่งเสาที่สำนักงานของพรรค องค์กรของรัฐ และองค์กรมวลชน และสำนักงานบริหารทุกระดับ รวมถึงคณะผู้แทนทางการทูตลาวในต่างประเทศด้วย และพิธีรำลึกอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ เวียงจันทน์

พิธีศพจะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 7 เมษายน เริ่มเวลา 13.00 น. ที่วัดพระธาตุหลวง ตามประกาศของคณะกรรมการแห่งชาติที่รับผิดชอบรัฐพิธีครั้งล่าสุด

ในเวียงจันทน์ จะมีการจัดพิธีเคารพศพพลเอกคำไตเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 6 เมษายน

กระทรวง หน่วยงานกลาง นครหลวงเวียงจันทน์และจังหวัดต่างๆ องค์กรสังคม หน่วยงานภาคประชาชน ตลอดจนญาติพี่น้องและประชาชนจากใกล้และไกล สามารถรวมตัวเป็นคณะเพื่อเข้าเคารพศพได้ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 12.00 น. ในตอนเช้า และตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ในตอนบ่าย

พลเอกคำไต ซึ่งเป็นบิดาของนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาวคนปัจจุบัน เป็นนักปฏิวัติอาวุโสและเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นแรกของพรรคที่นำพาประชาชนลาวในการต่อสู้ปฏิวัติเพื่อปลดแอกชาติ

ในช่วงหลังการปฏิวัติ ประธานคำไตเป็นหนึ่งในผู้นำหลักของคณะกรรมการกลางพรรคที่นำประชาชนลาวในการปฏิบัติภารกิจปกป้องประเทศและการพัฒนา

“ตลอดชีวิตของเขา เขาอุทิศภูมิปัญญาและพลังให้กับภารกิจปฏิวัติของพรรคของเรา เพื่อการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนลาวหลายเชื้อชาติ” คณะกรรมการกลางพรรค สภาแห่งชาติ รัฐบาล แนวร่วมลาวเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ และตระกูลสีพันดอนระบุในแถลงการณ์ร่วม

“การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของสหายเอกคำไต สีพันดอน ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของพรรค รัฐ และประชาชนลาวหลายเชื้อชาติ”

อดีตประธานประเทศ พลเอกคำไตเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2467 ที่บ้านหัวโขงพะใหย่ เมืองโขง (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของแขวงจำปาสัก) โดยมาจากครอบครัวเกษตรกรรายได้น้อย บิดาชื่อ นายนี นีละไซ มารดาชื่อนางสายบัว นีละไซ เขามีพี่น้องรวม 6 คน

เนื่องจากไม่มีโรงเรียนในหมู่บ้าน กว่าพลเอกคำไตจะ เริ่มเรียนหนังสือก็อายุได้ 7 ขวบแล้ว ในปี 2474 เจ้าหน้าที่ของกรมกิจการศาสนาในเวียงจันทน์ได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านของเขาและคัดเลือกเด็กที่มีพรสวรรค์ไปเรียนที่เวียงจันทน์ พลเอกคำไตได้รับการคัดเลือกและเริ่มการศึกษาระดับประถมศึกษา ต่อมาเขาสอบผ่านเข้าเรียนในโรงเรียน ปาวี(Pavie College) (ปัจจุบันคือโรงเรียนมัธยมศึกษาเวียงจันทน์) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งเดียวในลาวในสมัยนั้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2484 เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงดูคำไตเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ครอบครัวของคำไตก็ประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนและเริ่มทำงานเป็นพนักงานส่งจดหมาย และถือเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพการงานของเขา เปลี่ยนจากการเป็นนักเรียนและก้าวสู่การเป็นข้าราชการ

ต่อมาเขาย้ายไปไซง่อน (ปัจจุบันคือนครโฮจิมินห์) เพื่อเรียนหลักสูตรเฉพาะทาง และเมื่อกลับมาลาวในปี 2487 เขาก็มาทำงานเป็นพนักงานโทรเลขในแขวงพงสาลี

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านไปหลายปี คำไตได้เข้าร่วมขบวนการเรียกร้องเอกราชของลาวจากการปกครองของฝรั่งเศส

ในปี 2489 เขายึดเงินของแขวงในปากเซก่อนที่ฝรั่งเศสจะกลับเข้ามาควบคุมอีกครั้ง ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมของลาว และเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนในฐานะสมาชิกในปี 2496

ในปี 2493 เขาเข้าร่วมกับพรรคปะเทดลาว(Pathet Lao) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดมินห์ เขาเข้าเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนในปี 2497 และหนึ่งปีต่อมา ได้เข้าร่วมพรรคประชาชนลาว

ในปี 2515 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกรมการเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ในการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 2 และได้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังประชาชนลาวปลดแอก(the Lao People’s Liberation Army)

หลังจากที่ประเทศได้รับเอกราชในปี 2518 พลเอกคำไตได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังประชาชนลาวปลดแอก

ในปี 2534 พลเอกคำไตได้เป็นนายกรัฐมนตรีของ สปป.ลาว ต่อจากนายไกสอน พมวิหาน หนึ่งปีต่อมา ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการกลางพรรคในขณะที่ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในปี 2541 พลเอกคำไตได้รับเลือกเป็นประธานประเทศ สปป.ลาว และดำรงตำแหน่งประธานประเทศจนถึงปี 2549 จึงเกษียณจากตำแหน่งผู้นำพรรคและรัฐ โดยมีนายจูมมะลี ไซยาสอนเข้ามารับตำแหน่งต่อ

ปัจจุบัน ครอบครัวของพลเอกคำไตได้สืบทอดสิ่งที่ได้ทำไว้ โดยบุตรชาย นายสอนไซ สีพันดอน ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของลาวในปี 2565 และบุตรสาวเวียงทอง เป็นเลขาธิกาสำนักงาการตรวจเงินแผ่นดิน นายคำเพ็ง ไซสมเพ็ง บุตรเขย เป็นผู้ว่าราชการแขวงหัวพันในปัจจุบัน

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พลเอกคำไตฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปี โดยได้รับข้อความแสดงความยินดีจากผู้นำเวียดนาม รวมถึงของขวัญที่เอกอัครราชทูตเวียดนามมอบให้

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของเขา เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์ไกสอน พมวิหาน ได้จัดนิทรรศการพิเศษเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นเกียรติแก่ชีวิตและผลงานปฏิวัติของพลเอกคำไต นิทรรศการดังกล่าวจัดแสดงภาพถ่าย 275 ภาพ เอกสาร 30 ฉบับ และสิ่งประดิษฐ์ 20 ชิ้น ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถชื่นชมผลงานที่เขาสร้างไว้ให้