ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ทีเอ็มบี เปิดตัว “Business ONE” ธนาคารดิจิทัลเพื่อธุรกิจเต็มรูปแบบ

ทีเอ็มบี เปิดตัว “Business ONE” ธนาคารดิจิทัลเพื่อธุรกิจเต็มรูปแบบ

15 ธันวาคม 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)(ซ้าย) และ นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร นวัตกรรมทางดิจิทัล (ลูกค้าธุรกิจ) ทีเอ็มบี (ขวา)

ทีเอ็มบี พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ “Business ONE” ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ ให้ลูกค้าธุรกิจทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เชื่อมต่อทั้งเรื่อง financial และ non-financial ควบคุมธุรกิจได้จากที่เดียว ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าธุรกิจทุกขนาด ใช้งานง่ายและช่วยลดต้นทุน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล โซลูชัน ที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการเติบโตของธุรกรรมออนไลน์ในประเทศไทยเติบโตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คนไทยซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 21% และทำธุรกรรมการเงินออนไลน์สูงขึ้นถึง 93% ลูกค้าธุรกิจก็เช่นเดียวกัน โดยลูกค้าธุรกิจของธนาคารเอง ทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ของทีเอ็มบีเพิ่มขึ้น 50% และลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มขึ้นถึง 100% ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ลูกค้าจะมีการปรับตัวมาทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งสำหรับลูกค้าธุรกิจของธนาคารส่วนใหญ่ยังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหลายระบบเมื่อต้องการทำธุรกรรมหลายประเภท ได้แก่การจ่ายเงินหรือโอนเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเบิกวงเงินสินเชื่อ ล้วนต้องเข้าระบบที่แตกต่างกัน การเข้าใช้งานแต่ละบริการมีหลายขั้นตอน แบบฟอร์มในระบบดิจิทัลใช้ยาก ใช้เวลานานในการอัปโหลดไฟล์ หรือแม้ว่าจะทำธุรกรรมบนดิจิทัลแล้ว แต่ยังต้องรับ-ส่งเอกสารที่ยังเป็นกระดาษกับคู่ค้าและหน่วยงานภาครัฐ ทีเอ็มบีจึงอยากแก้ปัญหาเหล่านี้

“Business ONE” ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ พร้อมเป็นผู้ช่วยทางการเงินและการบริหารธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือเอสเอ็มอี โดย “Business ONE” ไม่ได้เป็นเพียงอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งที่เป็นเครื่องมือทำธุรกรรมการเงินเท่านั้น แต่เป็น “Digital Business Management Platform” ที่เชื่อมโยงส่วนของ financial และ non-financial เข้าด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าสามารถบริหารธุรกิจได้จากที่เดียว ใช้งานง่าย และช่วยธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีลดต้นทุนในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ นายเสนธิป กล่าว

นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร นวัตกรรมทางดิจิทัล (ลูกค้าธุรกิจ) ทีเอ็มบี กล่าวเสริมว่า “Business ONE” ถือเป็นนวัตกรรมดิจิทัลที่แตกต่างจากอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งอื่น ๆ เพราะ

  • ONE Platform – “Business ONE” ให้ลูกค้าธุรกิจทำทุกธุรกรรมได้ครบจบในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินหรือโอนเงินให้คู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเบิกวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ลดปัญหาไม่ต้องจำรหัสเข้าใช้งานหลายระบบ และยังสามารถใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเข้าผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน โดยได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกัน
  • ONE to Control – “Business ONE” ให้ลูกค้าธุรกิจควบคุมธุรกิจได้ในระบบเดียว ใช้งานง่าย สามารถเลือกออกแบบหน้าจอการใช้งานได้ตามกลุ่มผู้ใช้งาน ทำรายการพร้อมกันได้หลายรายการในครั้งเดียว มีระบบช่วยแนะนำวิธีการโอนหรือจ่ายเงินที่สะดวก รวมถึงการหาข้อมูลทางบัญชีที่รวดเร็ว และหากมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ระบบจะสามารถประมวลข้อมูลได้เอง และแสดงข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ เป็นการช่วยวางแผนการเงินในอนาคตได้
  • ONE to Command – “Business ONE” เป็นระบบเดียวที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง financial solution ของธนาคาร และ non-financial solutions อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน HR Management ที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเชื่อมต่อเรื่องการบริหารพนักงานและการจ่ายเงินเดือนเข้าด้วยกัน

ธนาคารต้องการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้ใช้งานจริง โดยใช้ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง นำปัญหาที่ลูกค้าประสบจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของเราเองหรือจากที่อื่นมาแก้หรือปรับปรุง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “Business ONE” จะเป็นผู้ช่วยหลักในการบริหารงานของผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศอย่างแท้จริง แก้ปัญหาการใช้งานแบบเดิม ๆ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล โซลูชันเพื่อลูกค้าธุรกิจ โดยธนาคารจะทยอยโอนย้ายลูกค้าปัจจุบันขึ้นระบบใหม่นี้ ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป และคาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะมีลูกค้าธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลของทั้งทีเอ็มบีและธนชาต มาใช้งานกว่า 100,000 บริษัท นายรัชกร กล่าวสรุป

ลูกค้าธุรกิจปัจจุบันของธนาคารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการดูแลความสัมพันธ์ของบริษัทท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ โทร. 02-643-7000 แต่หากบริษัทยังไม่เคยมีบัญชีธุรกิจของธนาคาร สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ โทร. 02-643-7000 เพื่อแนะนำการสมัครใช้ได้เช่นกัน