ThaiPublica > เกาะกระแส > บสย. เตรียมค้ำประกันสินเชื่อ SMEs รอรัฐบาลอนุมัติ 2 โครงการใหม่ วงเงินรวม 1.75 แสนล้าน

บสย. เตรียมค้ำประกันสินเชื่อ SMEs รอรัฐบาลอนุมัติ 2 โครงการใหม่ วงเงินรวม 1.75 แสนล้าน

30 พฤศจิกายน 2020


ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมการดำเนินแผนงาน รองรับการอนุมัติโครงการค้ำประกันสินเชื่อใหม่จำนวน 2 โครงการ คือ

1) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS9 วงเงิน 150,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้สถาบันเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงช่วยเหลือลูกค้า SMEs ที่มีปัญหา ภายใต้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างไทย เฟส 2

2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro Entrepreneur ระยะที่ 4 วงเงิน 25,000 ล้านบาท ซึ่งมีวงเงินเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการ SMEs ฐานราก กลุ่มอาชีพอิสระ โดยให้ บสย. พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์เยียวยาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ทั้ง 2 โครงการกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลจะอนุมัติโครงการนี้ในเร็วๆ นี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกอบการ SMEs

สำหรับแผนการดำเนินงาน บสย. ในปี 2564 จะมุ่งเน้น 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับองค์กรสู่ new business model ได้แก่
1. การผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยการเป็น credit accelerator
2. การสร้างองค์ความรู้และโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs และรายย่อยด้วยการเป็นเพื่อนคู่คิด (SMEs growth companion)
3. การเป็นตัวกลางเชื่อมโยง SMEs และรายย่อยสู่แหล่งทุนที่หลากหลาย (funding gateway)
4. การให้สินเชื่อแบบเฉพาะกลุ่ม ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ (finance the unfinanced)
5. จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูล เพื่อสร้างฐานข้อมูล SMEs (SMEs data bank) โดยความร่วมมือกับพันธมิตรในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน

ทั้งนี้ในส่วนของยุทธศาสตร์สนับสนุน ได้แก่ การปรับแนวทางการลงทุนเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการสร้างรายได้ การปรับปรุงกฎหมายรองรับการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ การปรับบทบาทในการสร้างรายได้ของสำนักงานสาขา และการ re-branding ภายใต้แผน transformation

นอกจากนี้ บสย. ยังเดินหน้าแผน transformation มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรเพื่อลดระดับการพึ่งพาภาครัฐ โดยปรับรูปแบบธุรกิจสร้างสมดุลด้านการบริหารรายได้ และค่าใช้จ่ายและการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการสร้างรายได้และการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและบุคคลกร การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อ ที่ตอบโจทย์ความต้องการ สร้างรายได้จากการทำธุรกรรมค้ำประกัน (fee-based income) และธุรกรรมที่ต่อเนื่องกับการค้ำประกัน เช่น การเก็บหนี้ค่าประกันชดเชย การบริหารสภาพคล่อง และการสร้างรายได้จากการปรับรูปแบบการดำเนินงานของสำนักงานสาขาให้เป็นศูนย์กำไร(profit center)

เป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ภายใต้แผนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่หลากหลาย ตอบโจทย์ SMEs ทุกกลุ่ม ภายใต้กลยุทธ์การทำตลาดแบบแบ่งส่วน(segmentation) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุน รวมถึงการขยายช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ช่องทางธนาคาร(non bank) เพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงิน

สำหรับผลดำเนินงาน บสย. ปี 2563 ตั้งแต่ มกราคมถึง พฤศจิกายน (11 เดือน) มียอดค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 140,000 ล้านบาท และช่วยผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่ 130,000 ราย ซึ่งเป็นการช่วยผู้ประกอบการ SMEs ครั้งสำคัญในรอบ 29 ปี ด้วยผลดำเนินงานการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งด้านยอดการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ จำนวนลูกค้าใหม่ และจำนวนการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) ของ บสย. ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ผลดำเนินงาน 2563 เปรียบเทียบกับปี 2562 (ระหว่าง มกราคม.-ตุลาคม 2562-2563) ประกอบด้วย

1) ยอดการอนุมัติค้ำการค้ำประกันสินเชื่อ ปี 63 เพิ่มขึ้น 122% จาก 61,392 ล้านบาทเป็น 135,984 ล้านบาท
2) ช่วยผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่เข้าถึงสินเชื่อ เพิ่มขึ้น 167% จาก 47,626 รายเป็น 127,054 ราย
3) จำนวนการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) เพิ่มขึ้น 174% จาก 61,979 LG เป็น 169,959 LG

โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ประสบความสำเร็จ ที่ช่วยแก้วิกฤติผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ธนาคารเดินหน้าปล่อยสินเชื่อ ได้แก่

1) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีค่า(PGS8)ปกติ วงเงิน 100,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการย่อย ได้แก่ พลิกฟื้นท่องเที่ยว ดีแน่นอน บัญชีเดียว ชีวิตใหม่ บรรลุเป้าหมาย 99% วงเงินอนุมัติ 99,000 ล้านบาท จำนวน 28,970 ราย
2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS8 บสย. SMEs สร้างไทย วงเงิน 50,000 ล้านบาท มาตรการของรัฐบาลที่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2563 ช่วยผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ ค้ำประกันเต็มวงเงิน 100% โดยช่วยค้ำประกันผู้ประกอบการ SMEs ได้จำนวน 20,729 ราย
3) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro Entrepreneur ระยะ 3 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ฐานรากและอาชีพอิสระ ค้ำประกันเต็มวงเงิน 100% โดยช่วยค้ำประกันผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 184,767 ราย

นอกจากนี้ บสย. ยังมีบทบาทสำคัญ เป็นกลไกช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเชื่อมโยงการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการสินเชื่อ ซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อเนื่อง ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อซอฟต์โลนพลัส (Soft Loan+) วงเงิน 57,000 ล้านบาท รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารออมสิน ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการสินเชื่อซอฟต์โลนวงเงิน 10,000 บาท

บสย.ยังได้จัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F. A. Center) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 อาคารธนาคาร SME D Bank มีจุดเริ่มจากแนวคิดที่ต้องการยกระดับการให้บริการผู้ประกอบการ SMEs มากกว่าบทบาท การค้ำประกันสินเชื่อ “จากนายประกันสู่ที่ปรึกษาทางการเงิน” กำหนดเป้าหมายให้ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs เป็น F. A. ภาครัฐ ช่วยเหลือ SMEs ไทย เป็นเพื่อน SMEs ทั้งให้คำปรึกษาทางการเงิน การเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน เป็นเพื่อนแท้ยามวิกฤต ผลตอบรับหลังการจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F. A. Center) โดยมีจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ที่ขอคำปรึกษาจาก บสย. มากกว่า 6,000 เคส ที่ปิดเคสได้แล้ว 2,000 เคส หรือราว 34%