hacklink paykwik al
ThaiPublica > เกาะกระแส > กรุงไทยหนุน รพ.สมุทรปราการ ต้นแบบ “Smart Hospital ” เชื่อมระบบดิจิทัลบริการสุขภาพครบวงจร

กรุงไทยหนุน รพ.สมุทรปราการ ต้นแบบ “Smart Hospital ” เชื่อมระบบดิจิทัลบริการสุขภาพครบวงจร

13 กุมภาพันธ์ 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

(จากซ้าย)แพทย์หญิงฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ และ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมแถลงข่าว โรงพยาบาลสมุทรปราการ Smart Hospital เชื่อมระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับสาธารณสุข โดยธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร พร้อมร่วมพัฒนาระบบ HealthCare System เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ประชาชน และสนับสนุนโรงพยาบาลสมุทรปราการก้าวสู่ Smart Hospital เชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัลเพื่ออนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการผลักดันโรงพยาบาลในสังกัดสู่การเป็น Smart Hospital อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลา ตลอดจนช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาเชื่อมโยงในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ความร่วมมือของโรงพยาบาลสมุทรปราการกับธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และไร้รอยต่อ ตลอดจนส่งเสริมให้การบริหารงานและงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการบูรณาการด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบโรงพยาบาลภาครัฐ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

แพทย์หญิงฤทัย วรรธนวินิจ กล่าวว่า โรงพยาบาลสมุทรปราการเป็นศูนย์กลางในการรักษาของจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดใกล้เคียง รับรองประชากรถึง 2.5 ล้านคน โดยเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 600 เตียง ให้บริการด้านสุขภาพ ทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ แก่ประชาชน โดยมีการบริหารงานที่มุ่งเน้นบรรลุเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขใน 3 ด้าน คือ 1. ประชาชนสุขภาพดี ลดอัตราการรอคอยในการใช้บริการจาก 120 นาที เหลือ 24 นาที 2. คนทำงานมีความสุข ลดขั้นตอนการทำงานลง 70% 3. ระบบสุขภาพยั่งยืน สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นถึง 15 ล้านบาท ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยในการก้าวสู่ Smart Hospital ทำให้บริการทางการแพทย์ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และความปลอดภัย สามารถบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทย ในการนำองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและการเงินมาต่อยอดการบริหารและการให้บริการของโรงพยาบาล เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Hospital

นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ พร้อมสนองนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้านสาธารณสุข ด้วยการเชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัลเพื่ออนาคต ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล อันเป็น 1 ใน 5 Ecosystems หลักของธนาคาร ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างธนาคารและโรงพยาบาลสมุทรปราการในการพัฒนา Smart Hospital อันเป็นการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ และเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์แบบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ

“ธนาคารได้ร่วมกับโรงพยาบาลนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงการให้บริการ โดยการบูรณาการแบบครบวงจร ประกอบด้วย Self Check-in เครื่องตรวจร่างกายอัตโนมัติ AI Chat Bot อัจฉริยะ เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วย โดยใช้ระบบการสั่งงานด้วยเสียง Telemedicine การปรึกษาเพื่อหาแนวทางการดูแลรักษา ในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ผ่านระบบ VDO Conference HIE Blockchain ระบบการบริหารจัดการฐานข้อมูลพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยระหว่างหน่วยงานให้บริการทางการแพทย์ และระบบ Self Payment หรือระบบการชำระเงินด้วยตนเอง ที่สามารถตรวจสอบสิทธิ์การรักษาพยาบาลก่อนชำระเงินได้แบบเรียลไทม์ ทั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สิทธิ์หลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) สิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์สวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ อีกทั้งสามารถเลือกชำระค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินสด บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT และธนาคารอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดความเสี่ยงและความยุ่งยากในการบริหารจัดการเงินสดให้กับโรงพยาบาล”

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารยังได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ไทยแลนด์ 4.0 ในหลายโครงการ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการชิมช้อปใช้ โครงการยกระดับการให้บริการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลังด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และโครงการบริหารจัดการสวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการ และครอบครัวจำนวนกว่า 4.5 ล้านราย และธนาคารมีความพร้อมร่วมสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการนำเทคโนโลยีการตรวจสอบตัวตนที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อนำการบริการทางการแพทย์เข้าถึงประชาชนได้ตรงกลุ่ม และมีประสิทธิภาพผ่านการให้บริการสิทธิ์รักษาพยาบาลต่าง ๆ นายผยง ศรีวณิช กล่าวปิดท้าย