ThaiPublica > เกาะกระแส > ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ > ประเด็นฮอตประจำปี พ.ศ. 2562 : “โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ พ้นตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์-ยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา” และ “เพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดาม”

ประเด็นฮอตประจำปี พ.ศ. 2562 : “โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ พ้นตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์-ยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา” และ “เพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดาม”

4 มกราคม 2020


ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำปี พ.ศ. 2562

  • โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ พ้นตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์-ยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา
  • พระราชโองการ การนำเชื้อพระวงศ์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง “มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”
  • รวมสถานการณ์ร้อน “เลือกตั้ง 62”
  • ไล่เรียงไทม์ไลน์ ที่ดินปารีณา
  • เพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดาม

โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ พ้นตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์-ยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา

วันที่ 21 ตุลาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี พ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์ และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ โดยมีใจความดังต่อไปนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์ และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ประพฤติตนต่อต้านงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี หลังจากที่ได้ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 โดยได้แสดงตนต่อต้านและกดดันทุกวิถีทาง เพื่อจะไม่ให้มีการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขึ้นทรงดำรงตำแหน่ง แต่จะให้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตนเองขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ตามที่ได้ตั้งความหวังไว้ แต่การณ์ไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวัง หลังจากพระราชพิธีผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยความทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง จึงได้พยายามหาหนทางในการดำเนินการด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการสถาปนาตำแหน่งของตนเอง นอกจากนี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ ฯ ยังได้ล่วงละเมิดพระราชอำนาจ สั่งการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ด้วยเหตุนี้ เพื่อเป็นการลดปัญหา หรือการกระทำใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม อันมีผลกระทบ ต่อสถาบันและส่วนรวมของประเทศชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาให้ขึ้นเป็นเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ด้วยทรงหวัง พระราชหฤทัยว่า จะลดแรงกดดัน และปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อสถาบัน

หลังจากนั้น ได้ทรงเฝ้าติดตามความประพฤติและการปฏิบัติของเจ้าคุณพระสินีนาฏ ฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทรงทราบว่า เจ้าคุณพระสินีนาฏ ฯ มิได้มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และประพฤติตน ให้เหมาะสมกับตำแหน่ง อีกทั้งยังไม่พอใจในตำแหน่งที่ได้รับพระราชทาน ยังกระทำการทุกประการ ที่จะเทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไม่มีความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ของราชสำนัก แสดงความกระด้างกระเดื่อง ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ตลอดจนใช้ประโยชน์จากตำแหน่งในการดำเนินการสั่งการ แอบอ้างพระราชกระแส ไปกระทำการ หรือสั่งการให้บุคคลต่าง ๆ ปฏิบัติตามคำสั่งของตนเองโดยตนเองไม่ต้องรับผิดชอบ อ้างว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการแทนพระองค์ ทำให้ประชาชน เกิดความเข้าใจผิดในฐานะตำแหน่งของตนเอง ถือได้ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการเอื้อประโยชน์ ส่วนตนโดยตรง ให้เกิดความนิยมชมชอบ อันนำไปสู่สิ่งที่ตนคาดหวังไว้ มิใช่เพื่อส่วนรวมโดยแท้จริง เพราะมุ่งหวังที่จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสถาปนาตนเองให้สูงขึ้น เทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

การกระทำของเจ้าคุณพระสินีนาฏ ฯ ดังกล่าวถือได้ว่าไม่ถวายพระเกียรติ ขาดความกตัญญู ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชบริพาร ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ในหมู่ประชาชน ถือเป็นการบ่อนทำลายประเทศชาติและสถาบัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี พ้นจากตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 มาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี พ้นจากตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2562
ประกาศ ณ วันที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน


พระราชโองการ การนำเชื้อพระวงศ์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง “มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

ช่วงกลางคืนของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยพระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชน ทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุข และดูแลปกป้องประชาชนด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์เสมือนด้วยบิดา จึงทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาล โดยได้กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นที่รักใคร่ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่เคารพยกย่องของพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์และประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยในการดำรงพระองค์และการประกอบพระกรณียกิจต่าง ๆ นั้น ทรงปฏิบัติด้วยการถวายงานของข้าราชการในพระองค์ และหน่วยราชการต่าง ๆ ของหน่วยราชการในพระองค์ตลอดมา การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

อนึ่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่เหนือการเมืองและทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุมถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ ดังที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับพระองค์หรือแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ ดังนั้นพระราชินี พระรัชทายาท และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมืองและความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

“พระราชองค์การในหลวงรัชกาลที่10”

รวมสถานการณ์ร้อน “เลือกตั้ง 62”

ที่มาภาพ: เว็บไซต์ VOTE62 (https://vote62.com/)

วันที่ 28 มีนาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการจากการนับคะแนนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ หลังจากที่มีการเลือกตั้งไปในวันที่ 24 มี.ค. 2562 และได้มีการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการของการนับคะแนน 94 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศไปเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2562

ผลจากการนับคะแนนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ ปรากฏข้อมูลดังนี้

    • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,239,638 คน
    • ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน หรือคิดเป็น 74.69 เปอร์เซ็นต์
    • ผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 12,971,263 คน หรือคิดเป็น 25.31 เปอร์เซ็นต์
    • บัตรดี 35,532,645 ใบ หรือคิดเป็น 92.85 เปอร์เซ็นต์
    • บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็น 5.57 เปอร์เซ็นต์
    • บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน (โหวตโน) 605,093 ใบ หรือคิดเป็น 1.58 เปอร์เซ็นต์

ส่วนคะแนนดิบจากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนเป็นดังนี้

ชื่ือพรรค คะแนนที่ได้ จำนวน ส.ส.เขต จำนวนปาร์ตี้ลิสต์ รวมว่าที่ ส.ส.
1 เพื่อไทย 7,920,630 137 0 137
2 พลังประชารัฐ 8,433,137 97 21 118
3 อนาคตใหม่ 6,265,950 30 57 87
4 ประชาธิปัตย์ 3,947,726 33 21 54
5 ภูมิใจไทย 3,732,883 39 13 52
6 เสรีรวมไทย 826,530 0 11 11
7 ชาติไทยพัฒนา 782,031 6 5 11
8 เศรษฐกิจใหม่ 485,664 0 6 6
9 ประชาชาติ 485,436 6 0 6
10 เพื่อชาติ 419,393  0 5 5
11 รวมพลังประชาชาติไทย 416,324  1 4 5
12 ชาติพัฒนา 252,044  1 2 3
13 พลังท้องถิ่นไทย 213,129  0 2 2
14 รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 136,597  0 1 1
15 พลังปวงชนไทย 81,733  0 1 1
16 พลังชาติไทย 73,871 0 1 1

(หมายเหตุ: จำนวน ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ นำข้อมูลมาจากเว็บไซต์ https://vote62.com/ ทั้งนี้ ยกมาเฉพาะรายชื่อพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงมากพอจะมี ส.ส. หากอยากดูคะแนนของพรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดคะแนนของแต่ละพรรคตามเขต กรุณาดูได้ที่เว็บไซต์ กกต. http://bit.ly/2WwpAy6)

อ่านข่าวการแถลงผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ได้ที่นี่

อนึ่ง จำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคได้นี้ ใกล้เคียงจนแทบไม่แตกต่างจากการคำนวณของสื่อต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในช่วงเลือกตั้งรวมถึงจากการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการของการนับคะแนน 94 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2562 ซึ่งหลังจากการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ ก็มีความเคลื่อนไหวต่างๆ ทางการเมืองที่น่าสนใจดังนี้

“มาร์ค” ลาตำแหน่งหัวหน้า ปชป. แสดงความรับผิดชอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มาภาพ : http://www.siamrath.co.th
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มาภาพ : http://www.siamrath.co.th

หลังมีการประกาศผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 24 มี.ค. 2562 เว็บไซต์ PPTVHD36 รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงข่าวหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า

“ขอเรียนพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าก่อนอื่นของขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และขอขอบคุณผู้ที่ไปมอบคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ แม้ผลการนับคะแนนไม่ยุติ แต่ก็แน่ชัดว่าผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นอันดับ หรือจำนวน  ตนต้องขอโทษผู้สนับสนุนทุกคนที่ไม่สามารถผลักดันแนวคิดให้สำเร็จได้ และต้องขออภัยเพื่อนๆร่วมอุดมการณ์ที่เป็นผู้ตั้งใจมุ่งมั่นจะเป็นนักการเมืองคุณภาพ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมต้องแสดงความรับผิดชอบ ฉะนั้นผมขอลาออกตั้งแต่บัดนี้”

บัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์มาไม่ทันนับคะแนน – การบินไทยแจง มาถึงทันเวลา แต่ไม่มีใครมารับ

หนึ่งในกรณีที่เป็นที่พูดถึงกันมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็คือกรณีที่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของคนไทยในนิวซีแลนด์ประมาณ 1,500 ใบมาถึงไม่ทันกำหนดการคัดแยกและจัดส่งไปยังที่นับคะแนน และด้วยเหตุดังกล่าว เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า กกต. จึงมีมติวินิจฉัยให้บัตรดังกล่าวเป็นบัตรที่นำมานับคะแนนไม่ได้ เพราะเวลานับคะแนนปิดไปแล้ว ทั้งนี้ในการประชุม กกต. ไม่ได้นำมาตรา 114 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาประกอบการพิจารณา

มาตรา 114 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ระบุว่า กรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง หรือการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักรที่ใด มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือมีการส่งบัตรเลือกตั้งมาถึงสถานที่นับคะแนนของเขตเลือกตั้งใดหลังจากเริ่มนับคะแนนแล้ว หรือหีบห่อที่ส่งบัตรเลือกตั้งมีลักษณะถูกเปิดมาก่อน โดยมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าเกิดจากการกระทําที่ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือมีบัตรเลือกตั้งจากที่ใดสูญหาย ให้ กกต. มีอำนาจสั่งมิให้นับคะแนนนั้น โดยให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

อนึ่ง เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานด้วยเช่นกันว่า ทางการบินไทย ได้ชี้แจงเรื่องการมาถึงไม่ทันของบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของคนไทยในนิวซีแลนด์ โดยระบุว่า สาเหตุล่าช้าเบื้องต้นทราบว่าเป็นการขนส่งโดยสายการบิน 3 สายการบิน ต้องต่อเครื่องและมีปัญหาเครื่องบินดีเลย์ โดยบัตรถูกจัดส่งออกมาพร้อมกับประเทศอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2562 และเดินทางมาถึงคลังสินค้าการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 20.50 น. วันที่ 23 มี.ค. 2562 ซึ่งทางการบินไทยได้แจ้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันดังกล่าวว่าบัตรจะมาถึงในเวลาดังกล่าว สามารถมารับได้ในเวลา 22.00-22.30 น. แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สะดวกมารับ จะมารับเช้าวันที่ 24 มี.ค. 2562 ทว่า ก็มีการมารับไปจริงในเวลา 19.30 น. ของวันที่ 24 มี.ค. 2562

6 พรรคการเมืองลงสัตยาบันร่วมหยุดยั้งอำนาจ คสช. – “ธนาธร” หนุน “สุดารัตน์” นั่งนายกฯ

วันที่ 27 มีนาคม 2562 แกนนำ 6 พรรคการเมืองแถลงข่าวลงสัตยาบันหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์
ที่มาภาพ: พรรคเพื่อไทย

เว็บไซต์ WORKPOINT NEWS รายงานว่า วันที่ 27 มี.ค. 2562 ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย รวม 6 พรรค ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลพร้อมแสดงจุดยืนของพรรคการเมืองที่เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยได้มีการแถลงสัตยาบันร่วมกัน ดังนี้

การลงสัตยาบันเพื่อลงนามการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. วันที่ 27 มีนาคม 2562

ตามที่ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และได้รับทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วนั้น บัดนี้ พรรคการเมือง ตามรายชื่อท้ายแถลงการณ์นี้ ซึ่งได้ยืนยันว่ารวมรวบเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกิน 255 เสียง ได้ลงสัตยาบันร่วมกันในการหยุดยั้งการการสืบทอดอำนาจของ คสช.

จึงขอแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ลงชื่อ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

สามารถอ่านรายละเอียดการร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลและการร่วมแสดงจุดยืนยับยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ได้ที่นี่

อนึ่ง ภายในการแถลงดังกล่าวนี้ เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวยืนยันว่านายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นอันดับ 1 ซึ่งพรรคอนาคตใหม่จะสนับสนุนให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี และเว็บไซต์ไทยรัฐก็รายงานด้วยว่า นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ในรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ทางช่องไทยรัฐทีวี ต่อกรณีที่เคยประกาศไว้ว่าจะไม่สนับสนุนคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายธนาธรบอกว่า ตนให้น้ำหนักกับเรื่องการสืบทอดอำนาจของ คสช. เป็นภารกิจอันดับที่หนึ่ง ถึงแม้คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ได้แสดงเจตจำนงที่ชัดเจน รวมถึงได้แสดงความจริงจังในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ด้วยวิธีการคิดคะแนนเลือกตั้งทำให้ไม่ได้รับเลือกตั้ง

พปชร. มั่นใจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 28 มี.ค. 2563 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า ที่พรรคพลังประชารัฐ ภายหลังจากที่ทาง กกต. ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตอย่างไม่เป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ทราบแล้วว่าได้คะแนนแบบแบ่งเขตเท่าใด แต่ความชัดเจนในเรื่องของปาร์ตี้ลิสต์นั้น ยังไม่ได้มีการสรุปออกมา หากไปดูจำนวนของปาร์ตี้ลิสต์จากตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่แต่ละสื่อเอาไปคำนวนกันเอง จะทราบถึงจำนวนปาร์ตี้ลิสต์โดยการประมาณการจากสื่อ ซึ่งเมื่อ กกต. ได้แถลงออกมาชัดเจนในเรื่องของเขตแล้ว ตนก็คิดว่าจะสามารถคำนวนในเรื่องจำนวนของปาร์ตี้ลิสต์ได้ เพราะเห็นตัวเลขที่สามารถประเมินได้แล้วในลำดับที่ 1 ว่าได้ประมาณเท่านี้ ซึ่งพรรคก็กำลังดำเนินการหลังจากที่ทราบผลจากทาง กกต. อย่างเป็นทางการอยู่

นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ยังระบุด้วยว่า ยังมีความมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้คิดว่าจะเป็นการแข่งขันจัดตั้งแต่อย่างใด แต่คิดว่าจากการประเมินตัวเลขที่เห็นอยู่ และตัวเลขที่ออกมาชัดเจนในวันนี้แล้ว ก็ยังมีความมั่นใจอยู่ว่าเราจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป พรรคพลังประชารัฐนั้นได้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ได้เร่งรีบ เพราะว่ายังมีเวลาในการดำเนินการ โดยเราจะนำเอาตัวเลขทั้งหมดมาประเมิน เราให้ความเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐนั้นยังอยู่ในกระบวนการ และให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรวบรวมเสียงจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ 

ไล่เรียงไทม์ไลน์ ที่ดินปารีณา

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/Pareenakraikupt/photos/
  • เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2562 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้พาชาวบ้าน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ยื่นหนังสือต่อ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอที่ดิน 500 ไร่คืนจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเอกสารสิทธิที่ถือครองไม่ใช่ น.ส.3 ก หรือ น.ส.3 เป็นที่ดินที่เข้าลักษณะป่าชุมชน แต่นางสมพรกลับเข้าไปครอบครองใช้ประโยชน์
  • แม้การทวงคืนครั้งนั้นจะจบลงที่นางสมพรชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างดำเนินการคืนพื้นที่ให้ชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การทวงคืนพื้นที่ครั้งนี้กลับย้อนศรมาหาน.ส.ปารีณาเอง เพราะเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2562 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ส่งเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบกรณีบัญชีทรัพย์สินที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยื่นแจ้งต่อ ป.ป.ช.เมื่อปี พ.ศ. 2562 มีที่ดิน ภ.บ.ท. 5 อยู่ในครอบครอง 58 รายการ เนื้อที่ 1,706 ไร่ ที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกันกับที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่น.ส.ปารีณาพาชาวบ้านไปทวงคืนจากนางสมพรนั่นเอง
  • น.ส.ปารีณาเปิดเผยว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของกรมป่าไม้ ตนเพียงเข้าไปใช้ประโยชน์แต่ไม่ได้รับการจัดสรรมาให้ครอบครองแต่อย่างใด และเสียภาษีในการเข้าใช้ประโยชน์มาตลอด (ภ.บ.ท. 5) ส่วนที่การยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี พ.ศ. 2557 ไม่มีรายการที่ดินนี้แต่กลับมีในปี พ.ศ. 2562 ไม่ใช่เพราะได้รับการจัดสรรมาให้ครอบครอง แต่ ป.ป.ช.ขอความร่วมมือว่าถ้ามีการเข้าไปทำกินในที่ดินของกรมป่าไม้ให้แจ้งไปด้วย
  • ในทีแรก ร.อ. ธรรมนัส เปิดเผยว่า น.ส.ปารีณาไม่ได้บุกรุกเพราะครอบครองมาก่อน แต่ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว โดยให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นผู้ตรวจสอบ
  • วันที่ 20 พ.ย. 2562 ร.อ. ธรรมนัส ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี เข้าไปยังที่ดินของน.ส.ปารีณาเพื่อติดป้ายแสดงสิทธิในที่ดินของ ส.ป.ก. โดยห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า และให้ดำเนินการทางกฎหมาย ยึดคืนพื้นที่ รวมทั้งต้องหยุดกิจการด้วย
  • เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวที่ไปสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปรีณาพบว่า ทาง ส.ป.ก.ราชบุรีได้นำป้ายประกาศว่า “ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตามมาตรา 26 ทวิแห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518” มีนายสุรินทร์ หาญมนัสเวทย์ ปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี ลงชื่อกำกับ มาติดตั้งไว้บริเวณด้านหน้าทางเข้าฟาร์มไก่ แต่ต่อมาวันที่ 22 พ.ย. 2562 ป้ายดังกล่าวได้ถูกถอดออกไปแล้วโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ถอดป้ายออกไป ส่วนฟาร์มไก่ยังคงเปิดทำการตามปกติยังไม่มีการหยุดกิจการใดๆ
  • วันที่ 23 พ.ย. 2562 เมื่อนักข่าวถาม น.ส.ปารีณาว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินร่วมกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ น.ส.ปารีณาเก็บไมค์ลงแล้วตอบปากเปล่าว่า “ได้ทำเอ็มโอยูไว้กับนักข่าวแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ ไปลองถามเพื่อนๆ ดู” ผู้สื่อข่าวจึงถามกันเองว่า น.ส.ปารีณาได้ทำเอ็มโอยูกับใคร นักข่าวคนไหน แต่ก็ไม่มีนักข่าวคนใดตอบ เพราะไม่รู้เรื่องเอ็มโอยูที่ น.ส.ปารีณาอ้าง ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า หากมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจ สอบจะไปหรือไม่ น.ส.ปารีณาตอบเพียงว่า “ดิฉันได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวไว้แล้ว ทุกคนก็น่าจะรู้ อันนี้ก็ต้องขอความเห็นใจนะคะ” ทำให้ผู้สื่อข่าวพากันรุมถามจี้ว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และเมื่อคุณพยายามตรวจสอบพรรคฝ่ายค้าน แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองกลับไม่ตอบหรือ น.ส.ปารีณาตอบว่า เรื่องนี้ก็ต้องขอความเห็นใจ ดิฉันทำเอ็มโอยูกับพี่ๆ นักข่าวไว้แล้ว กระทั่งนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ พยายามพูดแทรกว่า เป็นความลับ เป็นเรื่องของคดี ขอปิดเอาไว้ก่อน น.ส.ปารีณาไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการพยายามปกปิดเรื่องของตัวเองใช่หรือไม่ น.ส.ปารีณาตอบว่า “ดิฉันขอความเห็นใจเถอะค่ะ” พร้อมยกมือไหว้
  • เอกสารข่าวที่ น.ส.ปารีณาแจกในเวลาต่อมา
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสด (http://bit.ly/34w5DvN)
  • วันที่ 24 พ.ย. 2562 เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ของ น.ส.ปารีณา และพบว่ามีพื้นที่ประกอบกิจการของ “เขาสนฟาร์ม 1” ซึ่งมีอยู่ 690 ไร่นั้นเป็นพื้นที่ สป.ก. ส่วนบริเวณที่เป็นฟาร์มไก่ใน “เขาสนฟาร์ม 2” ซึ่งมีพื้นที่ 46 ไร่นั้นอยู่ในเขตพื้นป่าสงวนแห่งชาติ
  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 น.ส.ปารีณาได้เดินทางเข้าพบนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบที่ดินของตนใหม่
  • วันที่ 28 พ.ย. 2562 กรมป่าไม้และ สปก.ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อรังวัดที่ดินของ น.ส.ปารีณา แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานนั้นใช้แผนที่กันคนละฉบับ แต่ ส.ป.ก.ยืนยันว่าพื้นที่ส่วนที่เป็นฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณานั้นแม้จะอยู่นอกเขตพื้นที่ ส.ป.ก.แต่ล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติจริง ทั้งนี้ ต้องทำการนังวัดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนที่ล้ำเข้าไปนั้นมีกี่ไร่
  • วันที่ 2 ธ.ค. 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ นำแถลงข่าวดำเนินคดีฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกที่ป่า 46 ไร่เศษ โดยเป็นพื้นที่ป่าสงวนป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และอยู่ในเขตป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา โดยยืนยันว่ายืนยันว่ามีข้อมูลเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผู้ครอบครองเขาสนฟาร์ม ทำให้ต้องมีแจ้งกล่าวหา
  • ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อมีดังต่อไปนี้
    1. ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 คือ
(มาตรา 72 ตรี) ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 54 ตองระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าได้กระทำเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท
    2. ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรืออาศัยอยู่ในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ต้องระวางโทษตามมาตรา 31 พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2559 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท
    3. เข้าไปยึดถือ ครอบครองก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐ โดยไม่มีสิทธิ์ครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97
    4. การกระทำผิด หรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย

  • วันที่ 6 ธ.ค. 2562 น.ส.ปารีณาทำหนังสือถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. ขอส่งคืนเนื้อที่ทั้งหมดที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน
  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณาว่า เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. ปัญหาอยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นเป็นที่ดิน ส.ป.ก.หรือไม่ ถ้าใช่ ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งเหมือนสมัยก่อนที่ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้คืนไปแล้วก็จบ

เพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร์-ดาม

ที่มาภาพ :https://www.
10tv.com/article/1-billion-raised-rebuild-paris-notre-dame-after-fire-2019-apr

วันที่ 15 เม.ย. 2562 เกิดเหตุเพลิงไหม้อาสนวิหารน็อทร-ดาม ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยไฟได้โหมไหม้ตรงด้านบนของอาสนวิหาร เป็นเหตุให้บริเวณยอดแหลมของอาสนวิหารได้พังลง กระจกสีเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเยซูและคริสต์ประวัติได้รับความเสียหาย งานศิลปะบางส่วนก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน เหลือทิ้งไว้เพียงโครงเหล็ก และคาดการณ์ว่าไฟอาจจะลามมายังอาสนวิหารทางฝั่งตะวันตกได้

วันที่ 16 เมษายน 2562 หลังจากการระดมกำลังร่วมกันดับไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในอาสนวิหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็สามารถควบคุมเพลิงโดยสามารถรักษาโครงสร้างหลักของอาสนวิหารเอาไว้ได้ ในขณะที่กางเขนและแท่นมิซซาที่อยู่ภายในไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

วันที่ 19 เม.ย. 2562 เว็บไซต์ WORKPOINT NEWS รายงานว่า พนักงานสืบสวนระบุว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อาสนวิหารนั้นเกิดจากสายไฟชอต-ลัดวงจร จนทำให้เกิดประกายไฟ ติดไฟจนไหม้ลามไปหลังคาที่ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกที เพราะขณะนี้พนักงานสืบสวนยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากตึกยังอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย

อ่านข่าว: หวังข้อมูลดิจิทัล เกม Assassin’s Creed Unity ช่วยบูรณะมหาวิหารน็อทร์-ดามให้สวยงามดังเดิม