a ก.ล.ต.นำโครงการ DLT ร่วมเปิดบูธงานฟินเทคแฟร์ระดับโลกที่สิงคโปร์ โชว์ศักยภาพ SME-สตาร์ตอัพไทย | ThaiPublica
ThaiPublica > เกาะกระแส > ก.ล.ต.นำโครงการ DLT ร่วมเปิดบูธงานฟินเทคแฟร์ระดับโลกที่สิงคโปร์ โชว์ศักยภาพ SME-สตาร์ตอัพไทย

ก.ล.ต.นำโครงการ DLT ร่วมเปิดบูธงานฟินเทคแฟร์ระดับโลกที่สิงคโปร์ โชว์ศักยภาพ SME-สตาร์ตอัพไทย

11 พฤศจิกายน 2019


ผู้สื่อข่าวรายงานว่างานฟินเทคแฟร์และสัปดาห์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือ Singapore FinTech Festival (SFF) x Singapore Week of Innovation and TeCHnology (SWITCH) หรือ SFF ที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) ร่วมกับสมาคมธนาคารสิงคโปร์ และ SingEx Holdings จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 พฤศจิกายน 2562 ได้เริ่มขึ้นแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทยได้นำโครงการเทคโนโลยีเกี่ยวกับดิจิทัลร่วมออกบูธในงาน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาตลาดทุนด้านส่งเสริมกิจการเอสเอ็มอีให้ปรับตัวเท่าทันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี พร้อมชูแนวทางโครงการนำร่องในการนำ DLT มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในตลาดทุนไทย

โดยมีนายสราวุธ เบญจกุล กรรมการ ก.ล.ต. เป็นประธานพิธีเปิดบูธ พร้อมด้วยนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค นายประสัณห์ เชื้อพานิช นายวิพุธ อ่องสกุล กรรมการ ก.ล.ต. นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันของตลาดทุน และนายเจษฎา พรหมจาต อนุกรรมการฯ รวมทั้ง นางเมธินี เทพมณี ประธานคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ดิจิทัลของตลาดทุน ตลอดจนผู้บริหาร ก.ล.ต.

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวหลังพิธีเปิดบูธ ก.ล.ต.ว่า งาน SFF 2019 ที่จัดโดย Monetary Authority of Singapore (MAS) ซึ่งถือเป็นงานสัมมนาและนิทรรศการเกี่ยวกับฟินเทคที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดย Mr. Ravi Menon Managing Director ของ MAS กล่าวในช่วงพิธีเปิดว่าปีเน้นในเรื่องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยกิจการในเรื่องการระดมทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืนให้รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs นอกจากนี้ยังได้ให้ความหมายเกี่ยวกับฟินเทค 3 ด้าน ได้แก่ นวัตกรรม (innovation) การเข้าถึงและครอบคลุม (inclusion) และแรงบันดาลใจ (inspiration)

งาน SFFXSWITCH มีผู้เข้าร่วมลงทะเบียนมากถึง 60,000 คน จาก 130 ประเทศทั่วโลก โดย ก.ล.ต.เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดแสดงกว่า 1,000 ราย

งานสัมมนา SFF 2019 ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ ก.ล.ต.เข้าร่วมออกบูธโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเวทีนานาชาติถึงบทบาทเชิงรุกของ ก.ล.ต. ในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาตลาดทุน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน ลดต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ โดยการนำ Distributed Ledger Technology (DLT) มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตลาดทุนไทย

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) และกิจการร่วมลงทุน ในการปรับตัวให้เท่าทันกับเทคโนโลยี และสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนในการระดมทุนตามนโยบายของรัฐบาล ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งภายในบูธ ก.ล.ต.นั้นยังมีธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัล จำนวน 4 บริษัท เข้าร่วมจัดแสดงด้วย โดย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท โกลบอล ไพร์ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท โกลบอล ฟินเทค จำกัด เสนอโดยสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และอีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สมาร์ทคอนแทรคท์ (ไทยแลนด์) จำกัด เสนอโดยสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน ทั้งนี้ เพื่อเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพและความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศอีกด้วย

บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาระบบ mobile point of sales(mPOS) สำหรับธนาคารชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ และ บริษัทสมาร์คอนแทรคท์(ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาระบบสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักการบันทึกธุรกรรมในบล็อกเชน เพื่อการเข้าถึงและตรวจสอบได้ ส่วน บริษัท โกลบอล ไพร์ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาระบบการชำระเงินออนไลน์ และบริษัท โกลบอล ฟินเทค จำกัด พัฒนาระบบ All in one Fintech for SMEs

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ยังได้เปิดตัวตัวกลางการเชื่อมต่อระบบบล็อกเชน (Blockchain)Distributed Ledger Technology (DLT) ขึ้นเป็นครั้งแรกภายในงานฯ ดังกล่าว ขณะเดียวก้นยังเพื่อแนะนำ บทบาท หน้าที่ ก.ล.ต. ในฐานะผู้กำกับดูแลตลาดทุนไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดทุนโลกมากยิ่งขึ้น

สำหรับ DLT จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระบบล็อกเชน การดำเนินธุรกรรมตลาดทุนอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาและลดขั้นตอนเอกสารกระดาษที่ใช้ในตลาดทุนทุกประเภท รวมถึงการบริหารจัดการ คุ้มครองความปลอดภัย ตลาดตราสารหนี้ รวมไปถึงการบริหารความเสี่ยงด้านระบบเคลียร์ริ่งหุ้น ฯลฯ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานในตลาดทุนไทย

“เป็นครั้งแรกที่ ก.ล.ต. ออกมาแนะนำตัวเองผ่านการจัดบูธในงานเทคโนโลยีทางการเงินระดับโลก ในต่างประเทศ ผ่านงาน SFF x SWITCH19 ซึ่งยังสอดคล้องกับแนวโน้มฟินเทคฯ 3 เรื่อง ที่จัดขึ้นผ่านงานฯในปีนี้ คือ บล็อกเชน สมาร์ท คอนแทร็ค และ ดีแอลที” นางสาวรื่นวดี กล่าว

นางสาวรื่นวดี กล่าวว่าจากการเข้าร่วมงานฯ ดังกล่าว ยังเพื่อเป็นการรับข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงสถานการณ์ทางเทคโนโลยีทางการเงินระดับโลกให้ทันสมัย และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

โดย ก.ล.ต. วางเป้าหมายการเข้าร่วมงานฯ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายทางเทคโนโลยีทางการเงินร่วมกัน เพื่อแสดงถึงศักยภาพของตลาดทุนไทยอยู่ในตลาดทุนโลก รวมไปถึงเกิดการรับรู้ทางด้านดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นประโยชน์ในตลาดทุนไทย

นอกจากนี้ เพื่อสร้างให้เกิดการผลักดันให้ผู้เข้าร่วมงานเกิดการเรียนรู้ผ่านเวทีวิชาหัวข้อต่างๆ ในงานฯ มาพัฒนาปรับปรุงประกอบกับนโยบายการกำกับดูแลในตลาดเงินและตลาดทุนของไทย

ทั้งนี้ก.ล.ต.ยังได้นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าชมงานอีกด้วย เพื่อจะรับรู้ข้อมูลและแนวโน้มการพัฒนาฟินเทค

นางสาวรื่นวดี เสริมว่าในวันที่ 19 พ.ย. นี้ ก.ล.ต. ยังเตรียมแผนงานพิมพ์เขียว (Blue Print) แผนขับเคลื่อน ก.ล.ต. ปี 2563-2565 ซึ่งยังจะมีเรื่องหลักสำคัญด้านดิจิทัล รวมทั้งต้นแบบการนำ DLT มาใช้ในตราสารการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นโครงการนำร่องคาดพร้อมดำเนินการในปี 2563 โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังคณะกรรมกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ของ ก.ล.ต. พิจารณา ด้วยเช่นกัน

สำหรับภายในบูธสำนักงานก.ล.ต.ในช่วงเช้าของวันแรก มีผู้เข้ามาสนใจสอบถามข้อมูลกว่า 200 คน โดยส่วนใหญ่สอบถามเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสำนักงานในด้านดิจิทัล โครงการ DLT และข้อมูลเกี่ยวกับการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิง

นอกจากสำนักงาน ก.ล.ต.ที่ได้ออกบูธในงานฟินเทคแฟร์แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมออกบูธใน Regulator Zone เป็นปีที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจมาสอบถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในประเทศไทย ทั้งทั่วไปและธุรกิจบริการชำระเงิน และโครงการอินทนนท์ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาระบบต้นแบบการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน โดยใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางเป็นสื่อกลางในการทำธุรกรรม ผ่านเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์(Distributed Ledger Technology:DLT)