บันทึกภาคประชาชน : มุ่งมั่นส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 เหนื่อยแค่นี้ เพียงเสี้ยว พระมหากรุณาธิคุณของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่

“พิมพร ศิริวรรณ” หนึ่งในประชาชนที่เข้าร่วมเพื่อส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่สวรรคาลัยบริเวณท้องสนามหลวงเล่าว่า สองวันนี้(24-25 ตุลาคม 2560) เป็นวันที่เราได้สัมผัสกับหัวใจแห่งความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด นับจากเริ่มคิดว่าจะขอเข้ามาอยู่ใกล้ๆ พ่อหลวงเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความซาบซึ้ง ประทับใจ ในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ประชาชน อย่างมากมายเหลือเกิน และจากการได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจมากมายที่ทรงทำให้ประชาชน ก็ทำให้เสียงของทั้งคุณตา คุณยาย คุณป้า หรือแม้แต่น้องตัวเล็กๆ สั่นเครือ เมื่อพูดถึงความเพียรพยายามในการเดินทางมาร่วมในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ว่า ไม่ว่าจะยากเพียงไร ก็อยากจะขอมาส่งพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเราได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิต คือ รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ และยังได้มีโอกาสรับเสด็จพระองค์ เมื่อครั้งนำหุ่นยนต์มาประเทศไทย ทรงพระเมตตา มีปฏิสันฐาน บอกให้สอนหุ่นยนต์ อาซิโม ภายใต้การดูแลขณะนั้นให้ขับรถได้

และจากการติดตามพระกรณียกิจ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงตั้งใจที่จะมาวันนี้ให้ได้ ขอได้ใกล้ชิดพระองค์ เป็นครั้งสุดท้าย และตั้งใจจะมาวันที่ 26 ตุลาคมให้ได้ ด้วยความที่ตั้งใจมาก จึงเตรียมตัวอย่างดี มาชมวันซ้อม จึงได้รู้ว่าประชาชนมามากมาย และทราบพอว่าหากมาที่จุดคัดกรองที่ 1 คือ แยกสะพานมอญ ได้ชมริ้วขบวนทั้ง 3 ขบวน

ประชาชนมารอคิวเพื่อผ่านจุดคัดกรองบริเวณแยกสะพานมอญในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
พิมพร ศิริวรรณ ระหว่างรอคิวก่อนผ่านจุดคัดกรองวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

หลายคนบอกลำบาก แต่จากที่เห็นพระองค์ทำให้ประชาชน คิดว่า เพียงเท่านี้ เราก็ต้องทำให้ได้ เตรียมของมาสองอาทิตย์ ศึกษาเส้นทาง จุดคัดกรอง สิ่งที่จำเป็น วันที่ 24 ตุลาคม 2560 นั่งแท็กซี่มาลงแยกสะพานมอญ หัวแถวอยู่ริมคลองหลอด หางแถวยาวมาก ตัดสินใจเดินย้อนไปปากคลองเพื่อต่อแถว ปูเสื้อนั่งริมถนน สักพักฝนก็ตกลงมาหนัก ต้องหลบฝนสามรอบ ไม่รู้สึกลำบาก แถวเคลื่อนไปมาสามรอบ ใจคิดว่า ทำดีที่สุด ได้เข้าหรือไม่ ไม่เป็นไร ตลอดทาง น้ำตาไหล จิตอาสา ชาวปากคลอง ถามไถ่ เป็นห่วง ทานข้าวหรือยัง พร้อมนำน้ำ อาหารมาแจก

“รู้สึกว่าคุ้มค่า พอตีสามเจ้าหน้าที่ปลุกเคลื่อนแถว ในที่สุดตีห้าจุดคัดกรองเปิด ดีใจมากๆ ได้เสติกเกอร์หมายเลข c05369 ได้เป็นหนึ่งในประชาชน ผู้ร่วมพิธี ในที่สุด อยากมาส่งเสด็จ อยากกราบพระองค์ เป็นครั้งสุดท้าย ดีใจที่สุดทำสำเร็จ”

ระหว่างที่เข้าคิวรอ หลากคำสนทนากับเพื่อนร่วมเป้าหมายเดียวกันที่ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในประชาชนที่ได้ร่วมงานพิธี ซึ่งได้เปิดให้เข้าตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2560 แต่จำนวนมากมานอนรอตั้งแต่ 23 ตุลาคม 2560 เผชิญฝนที่ตกหนัก นอนริมถนน มาพร้อมชุดดำเรียบร้อย ได้ข้อมูลว่าตั้งใจมาให้ได้ แม้ยังไม่รู้ว่าจะได้เข้าที่พื้นที่ชั้นในหรือไม่ แม้ต้องเดินทางมาคนเดียว ก็ไม่หวั่น ผู้สูงอายุหลายคนมาพร้อมยาพกมาเต็มกระเป๋า บางคนมาพร้อมรถเข็น ทุกคนที่ได้พูดคุยต่างบอกว่า ความลำบากที่ว่านี้มันน้อยนิดเหลือเกิน เมื่อเทียบกับสิ่งที่พระองค์ทำให้ประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าฝนจะตกกี่รอบ จะเปียกกี่ครั้ง ก็ไม่เป็นอุปสรรค หรือไม่มีเหตุให้ต้องบ่น

ผ่านจุดคัดกรอง เข้ามาสู่บริเวณเส้นทางการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

ขณะที่เมื่อเข้ามาด้านใน บางส่วนต้องเจออากาศร้อน เมื่อไปพูดคุยก็ไม่พบว่าความร้อนจะทำให้แต่ละคนล้มเลิกความตั้งใจ พร้อมอดทนเพื่อพ่อ และนี่คือสิ่งที่จะทำให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย คือ ส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย

ระหว่างทางเพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยได้สัมผัส หัวใจ น้ำใจ และความรัก ของประชาชน ที่มีให้แก่กัน จิตอาสา ช่วยเหลือกัน เพราะอยากทำความดีเพื่อถวายเป็นกุศลให้พ่อ ไม่ว่าจะมาเป็นจิตอาสาในงานช่วยดูแลอาหาร สุขภาพ อำนวยความสะดวกให้แก่กัน ขณะที่ประชาชนอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้ามาพิธีก็เอื้อเฟื้อด้วยการทำกิจกรรมการให้ เช่น แจกอาหาร แจกน้ำ ให้คนที่มาชมริ้วบวน เปิดบ้านให้นอน ให้เข้าห้องน้ำ

ในครั้งนี้ประชาชนพร้อมมาก เตรียมร่างกาย วางแผนเดินทางกันมาอย่างดี มีทั้งเสื้อ ร่ม เสื้อฝน อาหาร

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
คิวเข้าห้องน้ำ ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

เมื่อถามว่าเตรียมพร้อมอย่างไรกับการมานอนบนฟุตบาท พิมพรเล่าว่า “จริงๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ คิดเหมือนกันว่าจะนอนอย่างไร ก็เตรียมมาครบ ถ้าฝนมา ก็ใส่เสื้อฝน หาพลาสติกผืนใหญ่ มาใส่ของหากเปียก เอาหมอนเป่าลมมาพอหนุนให้นอนได้ เอาผ้าห่มบางๆ มากันมด ซื้อเสื่อผืนใหญ่มาด้วย และที่สำคัญ นุ่งแพมเพอร์สมาเลย จะได้ไม่กังวล เพราะไม่รู้จะมีห้องน้ำให้เข้าไหม ซักซ้อมความเข้าใจกับเพื่อนก่อนว่า จะต้องย้าย ต้องต่อแถว ต้องเดินให้ไว เก็บให้ไว และด้วยไม่รู้จะหาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ไหม ก็จัดเตรียมนุ่งผ้าถุงมาด้วย ไม่เอาของมีค่ามา จะได้เคลื่อนย้ายสะดวก ก่อนมาก็ไม่กินของเผ็ด กินน้อย จะได้ไม่ลำบาก ที่สุดคือผ่านไปได้ คือ ไม่ได้นอน เดินถ่ายภาพ พูดคุยสัมภาษณ์ อยากรู้ประชาชนรู้สึกอย่างไร”

พร้อมเล่าว่า”สำหรับคืนนี้บริเวณที่รอบพระบรมมหาราชวัง ยังลุ้นว่าฝนตกไหม แต่ก็พร้อมถ้าฝนมาก็ใส่เสื้อฝนที่เตรียมไว้ ปูเสื่อ ผ้ายางไว้บนอิฐบล๊อค ก็พอนอนได้ ห้องน้ำ ไม่ลำบากมาก มีที่วัดโพธ์ วังสราญรมย์ รถกทม แต่ก็ไม่ประมาท คนเยอะ ใส่ แพมเพอร์สไว้เลย”

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

“ขณะที่บางคนแบเตอรี่มือถือหมด ได้อาศัยตรงจุดปฐมพยาบาล มีปลั้กไฟ บางคนเตรียมปลั๊กพ่วงมา จึงขอต่อปลั๊กพ่วง จากนั้นแบ่งปันให้คนที่แบตเตอรี่หมด รันคิว รับบัตรคิว ส่วนใหญ่แบตฯหมดกันเป็นแถว เลยแบ่งเบาไปไดบ้าง มีคนต่อคิวขอชาร์ต หลายร้อยคน ก็ให้ชาร์จสลับกันไปคนละประมาณ 30 เปอร์เซนต์ กลายเป็นงานอาสาชาร์จแบตไป ทำให้ ลุงป้า น้าอา คลายเครียด เพราะแบตหมดลงได้บ้าง” พิมพรกล่าว

ด้านอาหารนอกจากอาหารพระราชทานแล้ว ยังมีโรงทานของกลุ่มจิตอาสา รวมตัวกันทำเมนูเด็ดมาเลี้ยง โดยใช้พื้นที่บริเวณ วัดราชประดิษฐ์ได้รับความิยมมาก เพราะมีน้ำอัดลม น้ำแข็ง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวไข่เจียว กาแฟสด น้ำแดงมะนาวโซดา แตงโม

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

ด้าน “พิมพ์เพชรรุ้ง อโศกตระกูล” อีกหนึ่งในผู้ที่เข้ามาร่วมส่งเสด็ตสู่สวรรคาลัย ณ บริเวณท้องสนามหลวง ได้เล่าว่า จากหัวใจดวงเดียวกันที่มีพ่อหลวงสถิตอยู่ด้วยความเคารพรักเทิดทูนศรัทธาอย่างหาประมาณมิได้ พสกนิกรจากทั่วประเทศที่มุ่งมั่นเดินทางมาเพื่อโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้ถวายบังคมลาพระองค์ท่านด้วยความอาลัย แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการเดินทาง มาอยู่ในพื้นที่จำกัดและระเบียบพิธีที่เป็นไปเพื่อการถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระองค์ท่าน

ดิฉันได้พบกับพี่น้องที่ตั้งใจเดินทางไกลมาจากจังหวัด ชุมพร สงขลา และหลายจังหวัดทางภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ละคนบอกตรงกันว่า ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือลำบากเลยเมื่อนึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำเพื่อพวกเราชาวไทยมากเหลือเกิน

แม้จะต้องเจอสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก แสงแดดที่แผดร้อน อดหลับอดนอน อดกลั้นต่อความทุกข์ทางกายจากการรอคิว เข้าผ่านพิธีการเพื่อความปลอดภัย เข้าแถวยาวใช้ห้องสุขา หรืออื่นๆ อีกหลายรูปแบบ แต่จิตใจของแต่ละคนนั้นเต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาต่อความดีงามที่องค์พ่อหลวงได้ทรงทำไว้เป็นแบบอย่างสังเกตเห็นจากน้ำใจและความเอื้ออาทรต่อกันฉันพี่น้อง มีทั้งผู้ให้และผู้รับที่ต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกันที่จะช่วยกันทำให้โอกาสสำคัญนี้ปรากฏเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตราตรึงอยู่ในหัวใจทุกคน เพื่อยืนยันว่า “คนไทยรักในหลวง”

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan
ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/pimporn.siriwan

“รัศมี โกศลวัฒนโรจน์” หนึ่งในประชาชนคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพะปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นอย่างมาก ตั้งใจที่จะเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มาตั้งแต่เสด็จสวรรคต ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยได้ติดตามข่าวสารจากทางรัฐบาลมาต่อเนื่องตลอด 1 ปี เพื่อเตรียมการและวางแผนเดินทางพร้อมศึกษาจุดที่จะรอรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศได้อย่างใกล้ชิด

รัศมีและครอบครัวเลือกเข้ามณฑลพิธีท้องสนามหลวงผ่านจุดคัดกรองท่าเตียน โดยเดินทางมาถึงจุดคัดกรองเวลา 10.00 น.ของวันที่ 25 ตุลาคม 2560 และสามารถไปจับจองพื้นที่บริเวณเขตกำแพงถนนมหาราชได้ก่อนเที่ยง ซึ่งเธอบอกว่า เจ้าหน้าที่ตรงจุดคัดกรองนี้ทำหน้าที่ได้ดีมาก ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี มีการแจกอาหาร น้ำดื่มไม่ขาดตอน เจ้าหน้าที่ยังได้มีการปูวัสดุกันร้อนบนพื้นถนน ตามรับสั่งของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงเป็นห่วงประชาชนที่จะมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เหตุผลที่รัศมี เลือกผ่านจุดคัดกรองท่าเตียนเพราะหนึ่ง บริเวณนี้มีพระเมรุมาศจำลองที่สามารถวางดอกไม้จันทน์ได้ สองมีการติดตั้งจอถ่ายทอดสดพระราชพิธีทำให้ติดตามพระราชพิธีได้ต่อเนื่อง สามมีห้องสุขารองรับประชาชน สี่มีอาหารพร้อมน้ำดื่มแจกจ่าย และห้าเป็นจุดที่เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศได้ใกล้ชิด

รัศมีซึ่งได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จเป็นครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 18 ปี เล่าว่า เธอและครอบครัว รักในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างมาก เพราะท่านเป็นกษัตริย์ที่รักประชาชน ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ดังนั้นในวันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้ว เธอและครอบครัวได้เดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่เวลา 14.00 น เพื่อติดตามข่าวพระอาการประชวรในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างใกล้ชิด ต่อมาเมื่อมีแถลงการณ์สำนักพระราชวังอย่างเป็นทางการก็รู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

รัศมียังได้เดินทางยังศิริราชอีกครั้งในเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เพื่อรอส่งเสด็จพระบรมศพที่เริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น แม้จะเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่รู้สึกท้อหรือ เหน็ดเหนื่อย ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเธอได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายที่ทุกภาคส่วนร่วมใจจัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยในวันที่ 13 ตุลาคม 2560 วันครบรอบ 1 ปีเสด็จสวรรคตก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงพยาบาลศิริราชจัดขึ้น พร้อมกับเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ในวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา

นี่คือเสี้ยวหนึ่งของประชาชนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

โพสต์โดย Pimporn Siriwan บน 24 ตุลาคม 2017

โพสต์โดย Pimporn Siriwan บน 25 ตุลาคม 2017