ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 17-23 ธ.ค. 2559: “พิพากษาประหาร ‘หมอนิ่ม’ และทนาย คดีจ้างวานฆ่า ‘เอ็กซ์ จักรกฤษณ์’ มือปืนทีมชาติ” และ “สังหารโหดทูตรัสเซียประจำตุรกี แค้นร่วมมือรัสเซียถล่มอเลปโป”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 17-23 ธ.ค. 2559

  • พิพากษาประหาร “หมอนิ่ม” และทนาย คดีจ้างวานฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” มือปืนทีมชาติ
  • ปลดช่างภาพชื่อดังออกจากสมาคมถ่ายภาพฯ พบแอบอ้างภาพถ่าย “ในหลวง ร.9-พระราชินี” เป็นของตัวเอง
  • เห็นชอบแล้ว กม. คุมหอพัก แยกส่วนชาย-หญิง
  • สรรพากรแนะ “คืนภาษีผ่านพร้อมเพย์” เอกสารครบคืนให้ใน 1 วัน
  • สังหารโหดทูตรัสเซียประจำตุรกี แค้นร่วมมือรัสเซียถล่มอเลปโป
  • พิพากษาประหาร “หมอนิ่ม” และทนาย คดีจ้างวานฆ่า “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” มือปืนทีมชาติ

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสด (https://www.khaosod.co.th/?p=150749)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสด (https://www.khaosod.co.th/?p=150749)

    เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดมีนบุรีอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.383/2557 หรือก็คือคดีจ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลย 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริม ให้ฆ่า, มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ ดังนี้

    จำเลยที่ 1 นายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้างถูกกล่าวเป็นมือปืน
    จำเลยที่ 2 นางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 74 ปี มารดาของ พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม
    จำเลยที่ 3 พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อายุ 40 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว อดีตภรรยาของนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย
    จำเลยที่ 4 นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 30 ปี อาชีพทนายความ
    จำเลยที่ 5 นายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ

    ตามฟ้องของอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม-19 ตุลาคม 2556 จำเลยที่ 2-4 ได้ร่วมกันจ้างวานใช้นายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 กับพวก ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ให้ฆ่านายจักรกฤษณ์ ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อลูเกอร์ รุ่นโตกาเรฟ ขนาด7.62 ม.ม. ยิงนายจักรกฤษณ์หลายนัด ถูกที่หน้าอก หัวใจ ปอด จนถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของพวกจำเลย ก่อนหลบหนีไป

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนนายจิรศักดิ์ และ น.ส.สุรางค์จำเลยที่ 1-2 ให้การภาคเสธ ส่วน พญ.นิธิวดี อดีตภรรยานายจักรกฤษณ์ และนายสันติ ทนายความ จำเลยที่ 3-4 ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี เหตุเกิดที่แขวง-เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

    ชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างการพิจารณาคดี นางสุรางค์ มารดาหมอนิ่ม กับพญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม และนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 2-4 ได้ประกันตัวไปคนละ 5 แสนบาท คดีสืบพยานเสร็จสิ้น เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยศาลเบิกตัว นายจิรศักดิ์ มือปืน จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย ผู้ขี่จักรยานยนต์ จำเลยที่ 5 จากเรือนจำ ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวตลอดการพิจารณาคดี

    ส่วน น.ส.สุรางค์ มารดาของหมอนิ่ม กับ พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม และนายสันติ ทนายความ จำเลยที่ 2-4 มาศาลตามนัดศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว มีคำพิพากษาดังนี้

  • พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายจิรศักดิ์ มือปืน จำเลยที่ 1
  • ยกฟ้องนางสุรางค์ มารดาของของหมอนิ่ม จำเลยที่ 2
  • ประหารชีวิต พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3
  • จำคุกตลอดชีวิต นายธวัชชัย ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ จำเลยที่ 5
  • ประหารชีวิตนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4
  • อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา รายงานข่าวระบุว่า หมอนิ่ม หรือ พญ.นิธิวดี ได้รับการประกันตัวออกไป โดยศาลตีราคาเงินประกัน 1 ล้านบาท

    อ่านรายละเอียดคำพิพากษาของคดีนี้ได้ที่นี่

    ปลดช่างภาพชื่อดังออกจากสมาคมถ่ายภาพฯ พบแอบอ้างภาพถ่าย “ในหลวง ร.9-พระราชินี” เป็นของตัวเอง

    ที่มาภาพ: สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์http://bit.ly/2h85iWQ
    ที่มาภาพ: สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์http://bit.ly/2h85iWQ

    วันที่ 22 ธ.ค. 2559 เว็บไซต์วอยซ์ทีวีรายงานว่า สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์เรื่องให้นายอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องจากได้ทำการนำไฟล์ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ถ่ายโดยนายรชฏ วิสราญกุล จำนวนหลายไฟล์ไปตกแต่งเป็นภาพใหม่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อีกทั้งยังได้ใส่ชื่อตัวเองในภาพ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และนำภาพนั้นไปเผยแพร่ในสื่อหลายประเภท ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และโทรทัศน์หลายโอกาส โดยให้สัมภาษณ์เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจว่าภาพดังกล่าวเป็นผลงานของตนเอง

    เว็บไซต์วอยซ์ทีวียังรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา “อนุชัย” เคยโพสต์ข้อความชี้แจงในเฟซบุ๊ก Anuchai Secharunputong ยืนยันเป็นไม่ใช่ภาพถ่ายของตนเอง เพียงทำหน้าที่ตกแต่งภาพเท่านั้น พร้อมขอโทษเจ้าของภาพ ดังนี้

    “ขอชี้แจงครับ ในช่วงที่ผ่านมามีสื่อทั้งหนังสือพิมพ์และรายการทีวี มาขอสัมภาษณ์เรื่องการทำงานของผม หลังจากสัมภาษณ์ผมๆและน้องที่ทำงานได้ส่งรูปประกอบการสัมภาษณ์ มีรูปหนึ่งอาจทำให้เข้าใจคาดเคลื่อนได้ ซึ่งในเวลาขณะนั้น(สิบปีที่แล้ว)ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสผมทำงานได้ให้ผมตกแต่งพระรูปนี้ให้สวยงามซึ่งใช้ file ภาพมากกว่าหนึ่ง file รวมถึง file ภาพของผมด้วย เสร็จแล้วก็ส่งให้ผู้ใหญ่ท่านนั้นไปเผยแพร่ เวลาผ่านมาสิบปีผมไม่อาจค้น file ภาพได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ผมในเวลานั้นผมเป็นคนอาสารวบรวม fileเขียนcdแจกให้ช่างภาพทุกคน เพราะ HD ที่ผมเก็บงานดังกล่าวเสียหาย จนภาพนี้ออกสื่อ มีพี่ที่ผมนับถือมาตลอดท้วงติง ว่า file ดังกล่าว เป็นของพี่เค้า เพื่อไม่อยากให้มีบรรยากาศของความขัดแย้งในห้วงเวลานี้ โดยเฉพาะกับพระรูปนี้ ผมจึงประกาศว่า ภาพนี้ผมเป็นผู้ตกแต่งให้สวยงาม และfileภาพเป็นของพี่ รชฏ วิสราญกุล เพื่อสื่ออื่นๆที่ไปดาวน์โหลดมาใช้ จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องสุดท้ายขอกราบขอโทษในความผิดพลาดในครั้งนี้ด้วยครับ ตลอดจน พี่รชฏ วิสราญกุล ครับ”

    เห็นชอบแล้ว กม. คุมหอพัก แยกส่วนชาย-หญิง

    เว็บไซต์มติชนออนไลน์รายงานว่า พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การประกอบกิจการหอพัก สถานศึกษา และหอพักเอกชน ทั้งนี้ก็เพื่อคุ้มครองเสรีภาพของเด็กและเยาวชน รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงนี้ คือ กำหนดให้สถานศึกษาที่จะทำหอพัก สถานศึกษา ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยเอกสาร พยานหลักฐาน กำหนดให้ ผู้ใดที่จะประกอบกิจการหอพักให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ ท้องที่ที่หอพักจะตั้งอยู่ และกำหนดลักษณะหอพัก ต้องมีชื่อภาษาไทย ระบุประเภทห้องชัดเจน ระบุจำนวนห้องพัก จำนวนผู้พักที่รับได้ และต้องแยกอาคารชาย หญิง ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สถานที่ตั้งของหอพักไม่ใกล้โรงงาน สถานบริการ อาคาร ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร รวมถึงห้องต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนต้องมีอากาศถ่ายเท ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย มีระบบสาธารณูปโภค และมีระบบการรักษาความที่ดี นอกจากนี้ การโอนใบอนุญาตการเปลี่ยนแปลงชื่อ และการดัดแปลงอาคาร โดยให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ ท้องที่ที่หอพักตั้งอยู่

    สรรพากรแนะ “คืนภาษีผ่านพร้อมเพย์” เอกสารครบคืนให้ใน 1 วัน

    วันที่ 22 ธ.ค. 2559 เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยเกี่ยวกับการยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ประจำปีภาษี 2559 ว่า กรมสรรพากรขอแนะนำให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือจะยื่นผ่าน Rd smart tax application ทางโทรศัพท์มือถือ ก็จะได้รับความสะดวกรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน กรมสรรพากรจะคืนภาษีให้ด้วยการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินภาษีคืนรวดเร็วกว่าเดิม และสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สมัครใช้บริการพร้อมเพย์ ขอให้ลงทะเบียนสมัครพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ต้องการ

    สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90  ภ.ง.ด.91) หรือการคืนเงินภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกแห่ง หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

    สังหารโหดทูตรัสเซียประจำตุรกี แค้นร่วมมือรัสเซียถล่มอเลปโป

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (https://goo.gl/8anXpm)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (https://goo.gl/8anXpm)

    20 ธ.ค. 2559 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานโดยอ้างอิงสำนักข่าวต่างประเทศว่า นายอันเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี วัย 62 ปี ถูกนายเมฟลุต เมิร์ต อัลดินตัส อายุ 22 ปี รัวกระสุนจากด้านหลังจนล้มแน่นิ่งกับพื้นขณะนายคาร์ลอฟขณะกำลังยืนกล่าวเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายในกรุงอังการา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากก่อเหตุ นายอัลดินตัสได้ตะโกนประณามรัสเซียด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น ที่เข้ามาทำสงครามร่วมมือกับรัฐบาลซีเรียโจมตีทางอากาศถล่มฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลในเมืองอเลปโป

    รายงานต่อมาระบุว่า นายอัลดินตัสเคยเป็นตำรวจ เรียนจบโรงเรียนตำรวจของตุรกี ก่อนจะถูกปลดจากงานตำรวจ หลังจากเขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มทหารที่พยายามก่อปฏิวัติหวังยึดอำนาจประธานาธิบดีเรเซป เทยิบ เออร์โดกัน แต่ล้มเหลวเมื่อ ก.ค. 2558 ส่วนในการก่อเหตุครั้งนี้นั้น มีรายงานว่านายอัลตินตัสได้เข้ามาในแกลลอรี่แห่งนี้ได้ด้วยการแสดงบัตรตำรวจ

    ทั้งนี้ หลังจากก่อเหตุ นายอัลดินตัสถูกตำรวจหน่วยสวาท ชุดปฏิบัติการจู่โจมของตุรกี ระดมยิงปลิดชีพ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วยเช่นกัน