“ประยุทธ์” เตรียมแถลงเดินหน้าโรดแมปรัฐบาล ย้ำเลือกตั้งปี 60 – ครม. อนุมัติ 4 กองทุนหมุนเวียน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ: www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่าง คสช. กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเป็นประธานการประชุม ครม. ตามปกติ โดยมีวาระสำคัญคือการหารือถึงผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่โหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฯ รวมถึงคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว. ที่มาจากการสรรหาสามารถร่วมเลือกนายกฯ กับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งได้

“ประยุทธ์” เตรียมแถลงแนวทาง รบ. ย้ำเลือกตั้งในปี 60

พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า ในการประชุมร่วมระหว่าง คสช. กับ ครม. ได้มีการสรุปผลการทำประชามติ ซึ่งตนขอถือโอกาสขอบคุณนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ได้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาหากรัฐบาลและ คสช. มีความเห็นเพิ่มเติมจะจัดทำเอกสารส่งไปยัง กรธ. ก็มีทั้งที่ได้นำไปแก้ไขและไม่มี แสดงให้เห็นว่าไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายหรือสั่งการ กรธ. แต่อย่างใด

“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจจากการลงประชามติ และเป็นไปตามหลักการทุกอย่าง มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เกิน 50% ของผู้มาใช้สิทธิ์ ผลการลงประชามติก็เกิน 50% ตามหลักการสากล ฉะนั้น อย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าเป็นการจัดทำโดยทหาร ทหารเป็นแค่ผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดเรื่องการ Set Zero หรือที่จะให้พรรคการเมืองจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ และยังไม่มีแนวคิดปลดล็อกให้พรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหวได้ในเวลานี้ สำหรับประชาชนในต่างประเทศที่ไม่ได้มาลงประชามตินั้น ตนไม่ได้เสียดายเสียงส่วนนี้แต่อย่างใด เพราะขึ้นอยู่กับความสะดวกของคนเหล่านั้น ซึ่งในต่างประเทศก็มีการส่งสัญญาณมาก่อนหน้าอยู่แล้วว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งจะให้ครบถ้วนทั้ง 100% คงเป็นไปไม่ได้

ส่วนการดำเนินการต่อไปนั้นตนยังไม่สามารถพูดอะไรได้จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมสรุปผลแล้วรายงานขึ้นมาอย่างเป็นทางการ คือวันที่ 10 สิงหาคม 2559 ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล) ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าตามโรดแมป และจัดการเลือกตั้งในปี 2560 ให้ได้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากดูขั้นตอนตามกฎหมายต่างๆ น่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2560

เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้เปิดทางให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ ได้ หากมีพรรคการเมืองเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จะทำอย่างไร หัวหน้า คสช. กล่าวว่า “ผมจะยังไม่ตอบในตอนนี้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้ไม่ได้มุ่งหวังมาที่ผม เรื่องนี้ไม่มีถ้า ขออย่าเพิ่งมาเปิดประเด็นใหม่ในเวลานี้ อย่าไปกลัวในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น”

ขอเว้นเล่น “โปเกมอนโก” สถานที่ราชการ-สถานศึกษา

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงผลกระทบจากกระแสความนิยมเกมโปเกมอนโก (Pokemon Go) ว่า ตนได้สั่งในที่ประชุมให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หามาตรการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยอันดับแรกจะเป็นการขอความร่วมมือจากประชาชน เช่น ในสถานที่ราชการ ซึ่งอาจจะมีผลเกี่ยวกับความมั่นคง และด้านการทำการของข้าราชการ ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดกรณีข้าราชการเล่นเกมดังกล่าวในเวลางาน รวมถึงสถานศึกษา เพราะจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับการเรียนของนักเรียน หรือในพื้นที่เปลี่ยวซึ่งตนก็เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน จึงอาจต้องยกเว้นในบางพื้นที่ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างกับที่หลายประเทศประสบ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ลืมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิของประชาชนทุกคนที่สามารถ เล่นได้ และผู้ประกอบการเองก็ไม่มีกฎหมายห้าม

ส่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำเกมดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยนั้น ตนสนับสนุนเพราะแหล่งท่องเที่ยวไม่ใช่สถานที่ราชการอยู่แล้ว แต่กระทรวงต้องดูแลในเรื่องพื้นที่ที่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

“ผมคิดว่าเกมนี้ก็เหมือนเกมอื่น คือหวือหวาในระยะหนึ่ง ส่วนตัวไม่ได้เล่นเพราะไม่มีเวลาว่างพอ แต่ก็รู้ว่าเล่นอย่างไรไม่ตกกระแส ทุกคนจะเล่นก็เล่นไปขออย่าตัดต่อรูปผมไปจับโปเกมอนก็พอ” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

แก้เกณฑ์อัดฉีดเงินนักกีฬา-เล็งจัดแข่งขันกีฬาในหมู่ข้าราชการ

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมนักกีฬายกน้ำหนักไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ทั้งนี้ ในปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างหารือเพื่อปรับแก้หลักเกณฑ์การให้เงินรางวัลสำหรับนักกีฬาอยู่ เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมจะให้ได้เฉพาะนักกีฬาสมัครเล่นเท่านั้น ไม่รวมถึงนักกีฬาอาชีพ ทั้งที่หลายคนก็ร่วมแข่งขันในฐานะตัวแทนประเทศไทยด้วย เช่น น.ส.รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายอีกหลายอย่างที่จะผลักดันให้กีฬาของไทยสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ ทั้งประเภททีมและบุคคล รวมถึงได้มีการสั่งการให้ที่ประชุม ครม. ให้จัดการแข่งขันกีฬาของข้าราชการ เพื่อเสริมสร้างความสำคัญ โดยจะไม่ให้นักกีฬาระดับชาติมาร่วมแข่งเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผลการแข่งขันจะขาดกันเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ดูแลแล้ว

เดินหน้า Prompt Pay ชี้ผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ด้วย

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลักดันโครงการรับโอนและชำระเงินรูปแบบใหม่ หรือ Prompt Pay ด้วยการนำเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปผูกกับบัญชีธนาคาร ว่า รัฐบาลยืนยันในเรื่องนี้ ตนเองก็ได้ทำไปแล้วในช่วงเช้าที่ผ่านมาก่อนประชุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งทางสมาคมธนาคารไทยได้รับรองความปลอดภัย และกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้พัฒนาระบบบริหารทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับโอนเงิน และได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมหากโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาท จากเดิมโอนเงิน 10,000 บาท ต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า การลงทะเบียนพร้อมเพย์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากจะเชื่อมโยงกับเรื่องรัฐสวัสดิการ การทำบัญชีผู้มีรายได้น้อยที่รัฐต้องดูแล เป็นฐานข้อมูลที่ดูรายได้สำหรับจัดทำการช่วยเหลือให้ถูกต้อง โดยประชาชนเป็นผู้แจ้งข้อมูลเอง

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่น่าสนใจ มีอาทิ

ครม. ไฟเขียว ตั้ง 4 กองทุนหมุนเวียน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียน รวม 4 กองทุน ตาม พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 ดังนี้

  1. กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง เพื่อช่วยลดภาระการคลังของภาครัฐ ช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐให้ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยไม่ก่อภาระหนี้สาธารณะ ช่วยดูแลผลตอบแทนนักลงทุนให้มั่นคงตามความเหมาะสม โดยที่ผ่านมาก็มีการรับประกันผลตอบแทนที่ประมาณ 2-3% เพื่อให้กองทุนที่สนใจ เช่น กบข. ประกันสังคม และอื่นๆ ที่จะลงทุนในกองทุนดังกล่าวได้
  2. กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนให้เกิดการประกอบธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศไทย เป็นตัวเร่งให้เกิดการเอาผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ กองทุนนี้จะเป็นแบบสนับสนุนทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน (Matching Grant) คือ รัฐจะจ่ายร่วมกับเอกชนบางส่วน หรือเป็นทุนแบบกำหนดเงื่อนไขการส่งคืนเมื่อโครงการประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ (Recoverable Grant) โดยให้ทุนไปก่อน หลังจากนั้น เมื่อสำเร็จเชิงพาณิชย์ ให้คืนทุนกลับมาที่กองทุนดังกล่าว สำหรับกลุ่มเป้าหมายของการสนับสนุน คือ นักศึกษา, บัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 7 ปี, บุคลากรในสถาบันวิจัย, ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือวิสาหกิจเริ่มต้นที่พัฒนานวัตกรรมร่วมกับสถาบันการศึกษา
  3. กองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกองทุนหมุนเวียนที่มีอยู่แล้วเพื่อความคล่องตัว (เดิมของกระทรวงการคลัง) โดยที่ผ่านมามีเพียงอาหารกลางวัน ก็จะเพิ่มให้ครอบคลุมอาหารมื้ออื่นๆ ให้กับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา และโรงเรียนที่จัดการศึกษาภาคบังคับ ที่นักเรียนมีปัญหาขาดสารอาหาร
  4. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ (Mandatory Provident Fund) แก่แรงงานในระบบ อายุ 15-60 ปี ทั้งลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวนประมาณ 11.37 ล้านคน อยู่ในร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่กระทรวงการคลังจะเสนอต่อไปในอีก 1 เดือนข้างหน้า กองทุนนี้มีความสำคัญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยประชากรของประเทศไทยราว 20 ล้านคน กำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ซึ่งหลายคนไม่มีการออมเงินอย่างพอเพียง และจะเสี่ยงในการเป็นผู้ยากจน(ดูข้อมูลกองทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม)

ออกมาตรการส่งเสริมบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปของนิติบุคคล สาระสำคัญของมาตรการนี้ คือ

  1. ลดอัตราการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา หากสูงกว่า 60% ให้เหลือ 60% เท่านั้น สำหรับรายได้พึงประเมิน เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
  2. ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการโอนทรัพย์สินให้กับบริษัทที่จัดตั้งใหม่ มีผลตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2560
  3. บริษัทตั้งใหม่ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทในวันสุดท้ายของรอบบัญชี จะสามารถนำรายจ่ายที่เกิดจากการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชี มาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า เป็นเวลา 5 รอบบัญชี
  4. กระทรวงมหาดไทยจะลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์และห้องชุด สำหรับคนที่โอนกิจการส่วนตัวเข้ามาสู่บริษัทที่จัดตั้งใหม่ ลดจาก 2% เหลือ 0.01%
  5. สามารถโอนใบอนุญาตในการประกอบกิจการในชื่อส่วนตัวมาสู่นิติบุคคลได้ ซึ่งมาตรการนี้กระทรวงคลังได้ประสานไปยังกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการขายยาแผนปัจจุบันให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้

“มาตรการนี้จะสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว ในระยะยาวก็จะเป็นผลดีกับผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน โดยทางกระทรวงการคลังคาดว่าจะมีผู้ประกอบการนิติบุคคลเพิ่มขึ้นจากมาตรการนี้ 250,000 ราย และเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐอีก 4,200 ล้านบาท” นายณัฐพรกล่าวและว่า พณ. กำลังพิจารณาเสนอร่างกฎหมายนิติบุคคลคนเดียว ซึ่งตอนนี้ต้องผ่านเข้า ครม. และกฤษฎีกาก่อน ปัจจุบันต้องใช้ชื่อ 3 คนในการจดทะเบียนนิติบุคคล

เห็นชอบ กม.ป้องกันทุ่มตลาดฯ ฉบับใหม่

นายณัฐพรกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อมาอุดช่องโหว่การหลบเลี่ยงพิกัดศุลกากรทั้งการเจือคุณสมบัติและเลี่ยงประเทศนำเข้าให้หมด โดยจะกำหนดนิยามเพิ่มเติมให้ครอบคลุมและเพิ่มเติมอำนาจของคณะกรรมการทุ่มตลาดให้มีอำนาจไต่สวนได้เพิ่มเติม

ทั้งนี้ พณ. จะออกกฎหมายลูกโดยเร็ว ซึ่งจะประกาศเป็นกฎกระทรวง มีความยืดหยุ่นมากกว่าการออก พ.ร.บ. โดยกฎกระทรวงนี้จะคลอบคลุมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณา พฤติกรรม หลักฐานการทุ่มตลาด

“พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ฉบับปัจจุบัน ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการใช้มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง ตัวอย่างของการหลบเลี่ยง เช่น ปรับปรุงคุณสมบัติ เอาสิ่งเจือปนมานิดหนึ่งก็เปลี่ยนพิกัดแล้ว และเรื่องสถานที่ คือ เปลี่ยนประเทศที่ส่ง รวมถึงการหลบเลี่ยงอื่นๆ อย่างเอาสินค้าเข้ามาประกอบในประเทศไทย แทนที่จะประกอบจากต้นทางหรือเอาสินค้าเข้ามาในประเทศ แล้วแยกเป็นชิ้นเล็กๆ” นายณัฐพรกล่าว

ผ่าน กม.รักษาความสงบฉบับใหม่ เพิ่มอำนาจท้องถิ่น

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ เนื่องจากกฎหมายเดิมที่ประกาศใช้เมื่อปี 2535 ไม่ทันสมัย เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำกฎหมายไปแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยที่มีในพื้นที่อย่างเร่งด่วน และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม ไปพิจารณาดำเนินการจัดทำกฎหมายเฉพาะในการบริหารจัดการขยะตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป

โดยร่าง พ.ร.บ. นี้มีสาระสำคัญคือ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ปี 2535 เช่น ให้หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจในการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลมูลฝอย กำหนดค่าธรรมเนียมในการให้บริการให้ส่วนราชการท้องถิ่นมีอำนาจนำปฏิกูลและมูลฝอยที่จัดเก็บไปใช้หรือหาประโยชน์ได้ โดยกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการเก็บ ขน กำจัด หรือหาประโยชน์จากการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

จัดงบกลาง 330 ล้าน สร้างเรือนจำโครงสร้างเบา ฝึกอาชีพนักโทษ

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้ใช้งบกลางจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 330 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินโครงการก่อสร้างเรือนจำโครงสร้างเบา จำนวน 17 แห่ง รองรับคนพ้นโทษมาฝึกอาชีพและออกไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาผู้ต้องขังมากกว่าสถานที่จะสามารถรองรับได้ มีผู้ต้องขังเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่องประมาณ 3,000 คนต่อเดือน ขณะที่ในวงรอบ 1 ปีจะมีการอภัยโทษเพื่อปล่อยผู้ต้องขังปีละ 27,000-30,000 คน ทำให้สังคมเกิดความกังวลในพฤติกรรมของผู้ที่จะออกมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคม

ทั้งนี้ เป็นการปรับแผนจากเดิมที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จะนำงบดังกล่าวไปก่อสร้างเรือนจำเพิ่มเติมจำนวน 5 แห่ง

“โครงสร้างเรือนจำเบานั้นจะเป็นการจัดให้มีเรือนพักชั่วคราวจำนวน 1-2 หลัง มีรั้วรอบแต่อาจจะไม่เข้มงวดเท่าเรือนจำหลัก ซึ่งคนที่ถูกย้ายจากเรือนจำหลักมาอยู่ในเรือนจำโครงสร้างเบาถือเป็นบุคคลที่เตรียมจะได้รับการปล่อยโทษแล้ว แต่ผู้ที่ได้รับการอภัยโทษและจะถูกปล่อยตัวจะไม่อยู่ในขอบข่ายกลุ่มพวกโทรมหญิง คดีข่มขืน และคดีข่มขืนและฆ่า จะไม่มีพวกเหล่านี้ที่จะได้รับการอภัยโทษ” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว