เลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กำลังร้อนแรง

วรากรณ์ สามโกเศศ

การเมืองในหลายประเทศอาเซียนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงในตอนต้นของการเป็นประชาคมอาเซียนดังเช่นปัจจุบัน หน้าตาของประชาคมที่รอคอยกันมานานจะเป็นอย่างไรขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างมาก

ประเทศใหญ่ในอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญ มีขนาดประชากรและเศรษฐกิจที่รวมกันใหญ่โตมากก็คือไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

ในขณะนี้ การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ และจะหาเสียงกันจนถึงเลือกตั้งในต้นเดือนพฤษภาคม

ฟิลิปปินส์มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกๆ 6 ปี โดยดำรงตำแหน่งวาระเดียว การเลือกตั้งเช่นนี้ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1986

ลองทบทวนประวัติศาสตร์กันเล็กน้อย หลังจากการเมืองวุ่นวาย มีปฏิวัติ มีการประท้วง ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี Marcos ในที่สุดในปี 1986 ก็ได้นาง Corozon Aquino เป็นประธานาธิบดี ต่อด้วย Fidel Ramos/Joseph Estrada/นาง Gloria Arroyo และ Benigno Aquino III ลูกชายของนาง Corazon Aquino ในปัจจุบัน

ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับเลือกตั้งในปี 2010 ในช่วงเวลาเกือบ 6 ปี ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงสุดในอาเซียน ถึงแม้จะยังอยู่หลังหลายประเทศในอาเซียนเนื่องจากมีประชากรขนาดใหญ่ (ครั้งหนึ่งเมื่อ 20 กว่าปีก่อนมีประชากรใกล้เคียงกับไทยคือ 45 ล้านคน แต่ปัจจุบัน 100 ล้านคน) และมีปัญหาเก่าหมักหมมอยู่มากมาย

Manuel Roxas II ที่มาภาพ : http://media.philstar.com/images/the-philippine-star/nation/20141010/Mar-Roxas-DILG-barong-Tagalog-SONA.jpg
Manuel Roxas II ที่มาภาพ : http://media.philstar.com/images/the-philippine-star/nation/20141010/Mar-Roxas-DILG-barong-Tagalog-SONA.jpg

เมื่อประธานาธิบดีมีผลงานใช้ได้ สามารถพลิกผันเศรษฐกิจจนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผู้คนจึงสนใจว่าใครจะมาเป็นต่อเพื่อให้แน่ใจว่าจะสานงานต่อไป หลังจากต่อสู้แย่งชิงการสนับสนุนจากประธานาธิบดีกันตลอดปี 2015 ก็ได้คำตอบแน่ชัดว่าเขาสนับสนุน Manuel Roxas II ผู้มีชื่อเล่นในสื่อว่า Mar อายุ 58 ปี แต่ที่แปลกก็คือ ทั้งที่เขามีพื้นฐานครอบครัวทางการเมืองที่ถือว่าสุดยอด มีความรู้ดี มีประสบการณ์เพียบพร้อม ไม่มีชื่อเสียงด้านคอร์รัปชัน แต่คะแนนนิยมกลับไม่โลดแล่น

คนที่มาแรงอยู่ตลอดกลับเป็นสาวใหญ่อายุ 47 ปี ชื่อ Grace Poe เพิ่งเป็นวุฒิสมาชิกครั้งแรกในปี 2013 ที่เธอดังก็เพราะในปีนั้นได้รับคะแนนเสียงสูงกว่าวุฒิสมาชิกทุกคน สาเหตุหนึ่งที่เธอได้รับความนิยมก็เพราะเธอเป็นเด็กที่พ่อแม่เอามาทิ้งและได้รับการอุ้มชูเป็นลูกสาวบุญธรรมของ Fernando Poe (FPJ) ราชาพระเอกหนังยอดนิยมในอดีต

Grace Poe ที่มาภาพ : http://adserver.bworldonline.com/webpics/articles/image/20150928beab5.jpg
Grace Poe ที่มาภาพ : http://adserver.bworldonline.com/webpics/articles/image/20150928beab5.jpg

FPJ เป็นที่รักและชื่นชมของคนฟิลิปปินส์มาก เขาลงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2004 แข่งกับนาง Gloria Arroyo อย่างสูสี เชื่อกันว่าในครั้งนั้นถ้าไม่มีการโกงเลือกตั้งกันแหลกลาญแล้วเขาต้องได้เป็นประธานาธิบดี เขาชอกช้ำใจเหมือนเพื่อนรักดาราภาพยนตร์ด้วยกันที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในปี 2001 แต่ถูกถอดถอนก่อนครบวาระ คือ Joseph Estrada

Jejomar Binay ที่มาภาพ : http://newsinfo.inquirer.net/files/2014/12/binay-ratings.jpg
Jejomar Binay ที่มาภาพ : http://newsinfo.inquirer.net/files/2014/12/binay-ratings.jpg

คนที่สาม คือJejomar Binayอายุ 74 ปี ลาออกจากตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อสมัครเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ ในอดีตเป็นนายกเทศมนตรีของ Metro Makati เป็นนักการเมืองเก่าแก่ มีชื่อเสียงด้านคอร์รัปชัน เขาเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตาคนจำนวนหนึ่ง แต่ก็มาแรงในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้

คนที่สี่ คือ Rodrigo Duterte อายุ 70 ปี อดีตนายกเทศมนตรี Davao City ผู้กำลังได้รับความนิยมเพราะมีผลงานและนโยบายชัดเจนในการปราบปรามอาชญากรรม เมืองนี้อยู่ทางใต้ของเกาะ Mindanao เขาปราบโจรได้หมดเพราะฆ่าตายเกลี้ยง จนมีชื่อเสียงไม่ดีด้านสิทธิมนุษยชน

คนสุดท้ายเป็นหญิง อายุ 70 ปี มีข่าวว่ากำลังเป็นมะเร็งแต่เจ้าตัวปฏิเสธ มีประสบการณ์กว้างขวาง นโยบายเด่นคือปราบอิทธิพล เคยเป็นผู้พิพากษา ทำงานบริหารหลายตำแหน่ง สมัครครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เธอชื่อ Miriam Defensor-Santiago

โพลล่าสุด (ไม่มีความแม่นยำเหมือนโพลในประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป) ระบุว่า Poe นำ 26% Binay และ Duterte ประมาณ 23-24% ส่วน Roxas ได้ 22% สรุปได้ว่าไล่เลี่ยกัน มีโอกาสไม่ต่างกันมากเพราะต้องหาเสียงกันอีกกว่า 2 เดือน และแต่ละคนก็มี “ปัญหา” ที่อาจปะทุขึ้นมาในด้านลบได้เสมอ

Poe นั้นก่อนหน้านี้โดนศึกหนักเพราะ COMELEC (องค์กรคล้าย กกต. ของเรา) กล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากอยู่ในประเทศนี้ไม่ครบ 6 ปี และไม่เป็นพลเมืองของประเทศ ประเด็นก็คือเธอเรียนหนังสือในอเมริกาและสละสัญชาติฟิลิปปินส์ แต่เมื่อกลับบ้านและคิดจะลงเลือกตั้งก็กลับมาถือสัญชาติฟิลิปปินส์อีกครั้ง คดีถึงศาลฎีกาและตัดสินอย่างไม่ได้ใจประชาชนว่าเธอมีสิทธิลงสมัคร เรียกได้ว่าเธอผ่านด่านนี้มาอย่างก้ำกึ่งพอควร

Binay หาเสียงเก่ง เป็นทุกสิ่งของทุกคน มีเสน่ห์ มีเงิน ฯลฯ ประชาชนประเทศนี้นิยมเลือกตัวบุคคล ไม่สนใจพรรค ชอบสีสัน ชอบความครึกครื้น การหาเสียงต้องมีดนตรีประกอบอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเวลาที่ไปหาเสียงในพื้นที่นอกเมืองหลวง ผู้แข่งขันสู้กันด้วยคำพูดที่พยายามสรรหามารัดรึงใจผู้ลงคะแนน 54 ล้านคน ในเรื่องเหล่านี้ Binay นักการเมืองเก่ากึ้กมีอยู่เพียบพร้อมและเต็มไปด้วยทุนสนับสนุน

Roxas ที่เกือบจะลงเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่แล้วเพราะได้รับความนิยมสูง แต่ปฏิเสธให้เพื่อนคือ Aqino หรือ Noynoy ลงแทน ความรู้สึกอาลัย Aqino ผู้แม่ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตของประชาชนนั้นรุนแรงจนทำให้ลูกชายได้เป็นประธานาธิบดี ตัวเขาลงแข่งรองประธานาธิบดีแต่แพ้ Binay

Mar เรียนจบ Wharton พ่อเป็นอดีตวุฒิสมาชิกและเป็นหลานปู่ของประธานาธิบดี Roxas ส่วนตานั้นเป็นมหาเศรษฐีอุตสาหกรรม Mar เคยเป็น ส.ส. และ ส.ว. และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง เช่น คมนาคม พาณิชย์ ฯลฯ เป็นรัฐมนตรีคู่คิดของประธานาธิบดี และเป็น “ทายาท” อย่างชัดแจ้ง

ปัญหาของ Mar ตามที่ถูกกล่าวหาก็คือ เขาขาดเสน่ห์ในการเป็นนักการเมือง เก่งก็จริงแต่ในประเทศนี้ที่ฝรั่งเรียกว่า Fiesta Democracy (ประชาธิปไตยแบบเฉลิมฉลองความสุข) นั้น ถึงเป็น “ทายาท” ของประธานาธิบดีที่ได้รับความนิยมก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเลือกเสมอไปถ้าไม่ถูกใจประชาชน

ในที่สุดน่าจะมี 3 คน คือ Poe, Mar, และ Binay ที่จะแข่งกันสูสี คาดว่าในที่สุดจะได้ประธานาธิบดีที่ไม่มีเสียงชนะอย่างท่วมท้น ซึ่งทำให้ขาดพลังในความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมือง ต่างจากกรณีของ Noynoy

ทั้งสามมีนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่ต่างกัน ต่างฝ่ายต่างเข้าถึงทุกภาคส่วนของสังคมเหมือนกันเพียงแต่ไม่เท่ากัน Poe กับ Binay นั้นเข้าถึงคนจนได้ดีกว่า โดยเฉพาะ Poe เข้าถึงคนเมืองที่อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ คนรวยมีการศึกษาก็นิยมเธอเช่นกัน สื่อเห็นว่าเธอน่าจะมีคะแนนนำเหนืออีก 2 คนในขณะนี้

Roxas มีฐานเสียงไม่ต่างจาก Poe ถ้าจะชนะต้องเจาะประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องการเห็น คือ ความเป็นผู้นำ การปราบคอร์รัปชัน นโยบายกับจีนเรื่องเกาะทะเลใต้ (มีคดีที่ฟิลิปปินส์ฟ้องจีนในศาลโลกค้างอยู่ในขณะนี้) เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อไปและช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน

น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาซึ่งชาติต้องการความเข้มแข็ง เด็ดขาด ในการนำซึ่งจะได้มาจากแรงสนับสนุนของความชอบธรรมจากการชนะเลือกตั้งแบบ “เสียงขาด” นั้นจะไม่เกิดขึ้น

เมื่อคำนึงถึงคะแนนเสียงที่คาดว่าจะก้ำกึ่งกันมากระหว่างผู้สมัคร และหากมีการประท้วงเรื่องการนับคะแนนกันใหญ่โตแล้วก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากอีกไม่น้อย

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 29 มี.ค. 2559