ธนชาตแจง ตลท. กรณี สกสค. เตรียมฟ้องเรียกเงินคืน 2,100 ล้านบาท ยืนยันอนุมัติถอน-ปิดบัญชี ถูกต้องตามระเบียบธนาคาร

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือเลขที่ ธช.สลอ. 035/2559 ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังจากที่มีข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เตรียมฟ้องแพ่งธนาคารธนชาต โดยขอให้คืนเงิน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับจากวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารอนุญาตให้อดีตผู้บริหารระดับสูงของ สกสค. เบิกถอนเงิน-ปิดบัญชีและโอนเงินจำนวนมากผ่านระบบบาทเนตไม่ถูกต้อง (BAHTNET: Bank of Thailand Automated High-value Transfer Network) โดยธนาคารธนชาติซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัททุนธนชาติ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาธนาคารธนชาตได้มีหนังสือชี้แจงสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียด 3 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2559, วันที่ 28 มกราคม 2559 และวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 รวมทั้งได้มีหารือกรณีที่ธนาคารไม่สามารถชดใช้เงินให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ตามที่เรียกร้องได้ด้วยเหตุผลดังนี้

1. แบบฟอร์มการถอนเงินและแบบฟอร์มการโอนบาทเนตของรายการดังกล่าวมีการลงนามร่วมกันโดยผู้มีอำนาจ 2 ราย ตรงตามเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเงินที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กำหนด พร้อมนำส่งสมุดเงินฝากเพื่อบันทึกรายการ และผู้มีอำนาจสั่งจ่ายได้ลงนามรับเงินตามจำนวนดังกล่าวจากธนาคารแล้ว จึงเป็นการปฏิบัติการที่ถูกต้องตามระเบียบของธนาคารว่าด้วยการถอนเงินและการโอนเงินทุกประการ

ธนชาต-2

2. การถอนเงินและการโอนเงินเป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของมติคณะกรรมการฯ โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารไม่มีสิทธิหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ

3. หนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ที่ลงนามโดยรองเลขาธิการ ปฏิบัติการแทนเลขาธิการ เรื่องขอปิดบัญชี ซึ่งถูกนำมาเป็นข้อเรียกร้องกับธนาคารว่าเป็นหนังสือที่ออกโดยมิชอบ เป็นการดำเนินการโดยผู้ไม่มีอำนาจและไม่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดบัญชีและการสั่งจ่ายนั้น ไม่ใช่เอกสารที่ใช้สำหรับการถอนเงินและการโอนเงินตามระเบียบของธนาคารแต่อย่างใด

4. สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ทราบดีอยู่แล้วว่า การอนุมัติให้นำเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อรับดอกเบี้ยในอัตรา 7% ต่อปีนั้น เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ สกสค. ทุกประการ และหลังจากนั้นก็ได้รับดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินครบถ้วน แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินต้นตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้วไม่ได้รับเงินต้นคืน ก็จะมาเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบแทน ด้วยการนำหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เรื่องขอปิดบัญชีที่ลงนามโดยรองเลขาธิการปฏิบัติการแทนเลขาธิการมาเป็นข้ออ้างดังกล่าวข้างต้น และกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่ขาดความระมัดระวังของผู้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ จึงไม่เป็นธรรมต่อธนาคารอย่างยิ่ง และทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ บริษัททุนธนชาตขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า การถอนเงินฝากกรณีนี้เป็นการถอนเงินมาตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2556 โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กรรมการและผู้บริหารที่รับผิดชอบทราบเป็นอย่างดี และไม่เคยมีข้อท้วงติงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องการถอนเงินนี้มาก่อน ตลอดจนจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของธนาคารยังพบว่า เรื่องนี้ได้มีการสอบสวนและตรวจสอบโดยคณะกรรมการธุรกรรมของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างชัดเจน ธนาคารจึงได้มีหนังสือแจ้งต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม และขอให้พิจารณาทบทวนความเห็นที่เคยเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการด้วย เนื่องจากเป็นที่ทราบจากข่าวในสื่อต่างๆ ว่า การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในเรื่องนี้มาจากความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน

ธนาคารขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ธนาคารเป็นไปตามระเบียบด้วยความถูกต้องทุกประการ บริษัทฯ จึงขอเรียนมาเพื่อทราบและโปรดเผยแพร่ข่าว

กองทุนชพค