อนุไต่สวน ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา “สาธิต รังคสิริ” คดีโกงแวต 4.3 พันล้านบาทแล้ว – ให้มารับทราบใน 15 วัน

อนุกรรมการไต่สวนฯ ป.ป.ช. คดีโกงแวต 4.3 พันล้าน มีมติแจ้งข้อกล่าวหา “สาธิต รังคสิริ” อดีตอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว – ให้มารับทราบข้อกล่าวหาใน 15 วัน

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร
นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร

วันที่ 28 มิถุนายน 2558 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ ป.ป.ช.สั่งอายัดทรัพย์ทองคำมูลค่า 179 ล้านบาท ของนายสาธิต รังคสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะอดีตอธิบดีกรมสรรพากร กรณีการทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้านบาทว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้านบาท ที่มีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งข้อหากรณีการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นายสาธิตทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอให้นายสาธิตมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คาดว่าประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2558 น่าจะมีสรุปผลคดีนี้ได้

ส่วนการอายัดทรัพย์ทรัพย์ทองคำมูลค่า 179 ล้านบาทของนายสาธิตนั้น นายสรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปให้คณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการร่ำรวยผิดปกติ ที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบทรัพย์สินส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากทองคำว่า จะมีการสั่งอายัดทรัพย์สินในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่

ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ของ ป.ป.ช. ได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้านบาท ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหารายสำคัญ คือนายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ อดีตนักวิชาการสรรพากรชำนาญพิเศษ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 27 (บางขุนเทียน) และนายศุภกิจ ริยะการ หรือสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 (บางรัก) ไปแล้วบางราย

ทั้งนี้ ตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2554  หลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ของ ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใด ผู้ถูกกล่าวหารายนั้นจะต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน โดยสามารถขอเลื่อนได้หากมีความจำเป็น แต่ท้ายสุดแล้ว หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหา คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ สามารถส่งบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาไปให้ทางไปรษณีย์ได้ ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้นจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งสามารถนำพยานหลักฐานมาต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ เพื่อได้พยานหลักฐานครบถ้วนคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ จะสรุปสำนวนแล้วส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาว่าจะมียกคำร้องข้อกล่าวหานี้หรือชี้มูลความผิด