กสทช. เผย “บ.ไทยทีวี” ขอเลิกทำทีวีดิจิทัล 2 ช่องได้ แต่ต้องจ่ายค่าประมูลที่เหลือ 1.6 พันล้าน ให้ครบ – รอ กสท. พิจารณา

580527takorn
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวถึงกรณีบริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้ชนะการประมูลและเจ้าของใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ช่องข่าว “ไทยทีวี” และช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว “LOCA” ยื่นหนังสือขอยกเลิกใบอนุญาตฯ ทั้ง 2 ช่อง ว่า การที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด ขอยกเลิกใบอนุญาตฯ ทั้ง 2 ช่อง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชำระเงินค่าประมูล แม้ภายหลังจะมีการอนุมัติให้ยกเลิกใบอนุญาตฯ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องชำระเงินค่าประมูลต่อไป ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ พ.ศ. 2556 ข้อ 10 โดยบริษัท ไทยทีวี จำกัด ต้องชำระเงินให้กับ กสทช. จนครบจำนวนตามงวด ทั้งในส่วนของช่อง “ไทยทีวี” ที่ประมูลไปในราคา 1,328 ล้านบาท ยังค้างชำระอยู่ 1,107 ล้านบาท โดยเงินส่วนนี้มีแบงก์การันตีจากธนาคารกรุงเทพไว้แล้ว และช่อง “LOCA” ที่ประมูลไปในราคา 648 ล้านบาท ยังค้างชำระอยู่ 527 ล้านบาท

ส่วนการขอยกเลิกใบอนุญาตฯ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 18 ได้กำหนดขั้นตอนไว้ว่า เมื่อผู้รับใบอนุญาตแจ้งยกเลิกการประกอบกิจการ ต้องส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) พิจารณา การขอยกเลิกใบอนุญาตฯ ของบริษัท ไทยทีวี จำกัด จะมีผลก็ต่อเมื่อ กสท. เห็นชอบแล้วเท่านั้น โดยบริษัท ไทยทีวี จำกัด จะต้องจัดมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้ใช้บริการมาประกอบการพิจารณาของ กสท. ด้วย

“แต่ถึง กสท. จะอนุมัติให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ยกเลิกใบอนุญาตฯ ก็ยังต้องจ่ายค่าประมูลต่อไปจนครบจำนวน มีเพียงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปีละ 2% จากรายได้เท่านั้น ที่ไม่ต้องจ่าย” นายฐากรกล่าว

เลขาธิการ กสทช. ยังกล่าวถึงข้ออ้างของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ในการขอยกเลิกใบอนุญาตฯ ทั้ง 2 ช่อง ว่ามาจากปัญหาเรื่องการติดตั้งโครงข่ายและแจกคูปองแลกกล่องรับชมทีวีดิจิทัลที่ล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนแม่บท ว่า ข้อเท็จจริง ขณะนี้การติดตั้งโครงข่ายเร็วกว่าแผน โดยในส่วนขององค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกองทัพบกได้ติดตั้งสถานีฐานไปแล้ว 38 สถานี ส่วนบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งสถานีฐานไปแล้ว 35 สถานี และจะครบ 40 สถานี ภายในเดือนมิถุนายน 2558 นี้

เรื่องการแจกคูปอง มีการแจกไปแล้ว 14.1 ล้านฉบับ ล่าสุด กสทช. ยังมีมติแจกเพิ่มเติมอีก 5.4 ล้านฉบับ และจากที่รับคูปองไปแล้ว 8.7 ล้านฉบับ มีการนำไปแลกกล่องรับชมทีวีดิจิทัล (set top box) ถึง 55% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามที่ กสทช. คาดการไว้ว่าจะมีผู้นำไปแลกกล่อง set top box ทั้งหมดราว 70% นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังอนุญาตให้ขยายเวลาการนำคูปองไปแลกกล่อง sex top box อีก 2 เดือน โดยเฉพาะคูปองลอตแรกที่จะหมดอายุในวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 ซึ่งคูปองสามารถนำไปใช้ได้ใน 3 ลักษณะ 1. แลกกล่อง set top box ที่มีมูลค่าไม่เกิน 690 บาท 2. ไปเป็นส่วนลดซื้อทีวีดิจิทัล และ 3. ใช้เป็นส่วนลดซื้อกล่อง set top box แบบไฮบริด ที่รับชมได้ทั้งระบบภาคพื้นดินและดาวเทียม

“กสทช. จะเร่งประชาสัมพันธ์และร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคและกรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก ในการติดตั้ง set top box เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน” นายฐากรกล่าว

580527thaitv
แม้จะยุติการแพร่ภาพผ่านระบบทีวีดิจิทัล แต่ในช่องทางอื่น เช่นเว็บไซต์ www.thaitv.co.th ก็ยังสามารถรับชมช่องไทยทีวีได้ตามปกติ

วันเดียวกัน ผู้บริหารบริษัท ไทยทีวี จำกัด นำโดยนายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของบริษัท ไทยทีวี จำกัด แถลงว่า บริษัทจะไม่จ่ายเงินค่าประมูลที่เหลือ 1,634 ล้านบาท เพราะ กสทช. ไม่ปฏิบัติตามแผนแม่บทที่วางเอาไว้ และ กสทช. จะมายึดแบงก์การันตีของบริษัทไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ผิดสัญญา

ด้านนายภิญโญ รู้ธรรม ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ระบุว่า ยังสามารถรับชมไทยทีวีได้ตามปกติทุกแพล็ตฟอร์ม ยกเว้นในทีวีดิจิทัลเท่านั้น