“ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เร่งงบฯ ’58 บรรจุรถไฟทางคู่-ถนน-บริหารจัดการน้ำ-ล้างท่องบฯ ’57 ระบุใครอ้างลายเซ็นอย่าเชื่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มอบนโยบายจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วงเงินรวม 2.575 ล้านล้านบาทให้กับผู้บริหารระดับสูงทุกกระทรวง ทบวง กรมและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 13 มิถุนายน 2557 ณ หอประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มอบนโยบายจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2558 วงเงิน 2.575 ล้านล้านบาทให้ผู้บริหารระดับสูงทุกกระทรวง ทบวง กรม เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ณ หอประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชิญผู้บริหารระดับสูงทุกกระทรวง ทบวง กรม และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ มารับฟังนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วงเงินรวม 2.575 ล้านล้านบาท ที่หอประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

ข้อจำกัดการจัดทำงบ 58

โดย พล.อ. ประยุทธ์มอบนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการที่มาประจำชุดให้เร่งจัดทำงบประมาณปี 2558 ให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557 เป็นต้นไป และเพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน ทาง คสช. จะแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) การจัดทำงบประมาณปีนี้ให้ปฏิบัติตามกรอบวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด การก่อหนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น การจัดทำงบฯ ปี 2558 คสช. พยามควบคุมรายจ่ายไม่ให้เกิน 2.575 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2557 แค่ 50,000 ล้านบาท หรือ 2% เท่านั้น การจัดสรรงบประมาณให้ส่วนราชการต่างๆ ให้เน้นไปที่คุณภาพงานมากกว่าปริมาณ พยายามอุดรูรั่วไหล หรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หากความเชื่อมั่นกลับคืนมา เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐเก็บภาษีสูงกว่าประมาณการรายได้ ช่วงกลางปี 2558 อาจจะมีการจัดทำงบกลางปีเพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้ในโครงการลงทุนต่างๆ ได้ ส่วนงบประมาณปี 2557 ที่ยังค้างอยู่ ก็ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท หากติดปัญหาก็ต้องเข้าไปศึกษาในรายละเอียดของโครงการ (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

สถานะการเบิกจ่ายงบ 57

กรณีที่มีข่าวว่า คสช. เตรียมอนุมัติโครงสร้างลงทุนพื้นฐานด้านคมนาคมวงเงิน 3 ล้านล้านบาทนั้น พล.อ. ประยุทธ์ชี้แจงว่า “โครงการต่างๆ หากไม่ได้มีการอนุมัติ หรือมีลายเซ็นของผม ก็ยังไม่ใช่ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการหารือในระดับคณะกรรมการ อย่างเช่น โครงการ 3 ล้านล้านบาท ผมก็ยังไม่ได้อนุมัติ ต้องไปถามสำนักงบประมาณว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ ผมคิดว่ามีบางคนปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเรียกร้อง และทำให้งานเราสะดุด ดังนั้น จึงอยากให้ช่วยกันอธิบายกับสังคม สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความเสียหาย”

ยุทธศาสตร์งบ58

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า การประชุมหัวหน้าส่วนราชการวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มอบนโยบายให้ส่วนราชการทุกหน่วยกลับไปจัดทำคำขอใช้งบฯ ปี 2558 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของ คสช. มี 8 ด้านกับอีก 1 รายการ สำหรับหน่วยงานที่มีแผนงานหรือโครงการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน ให้ทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณแบบบูรณาการ ซึ่งมีประมาณ 13 แผนงาน โดยให้ส่วนราชการส่งคำขอใช้งบฯ ปี 2558 ให้สำนักงบฯ พิจารณาได้ตั้งแต่วันที่ 13-27 มิถุนายน 2557 โดยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 กรกฎาคม 2557 เพื่อเสนอต่อที่ประชุม คสช. วันที่ 15 กรกฎาคม 2557

ปฏิทินงบใหม่

“การจัดทำงบฯ ปี 2558 ยึดกรอบวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นงบขาดดุลวงเงินไม่เกิน 2.5 แสนล้านบาท หากความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจกลับคืนมา เศรษฐกิจปี 2558 อาจจะกลับมาขยายตัวสูงกว่าที่ประมาณการเอาไว้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ในช่วงที่มีการประชุม 4 หน่วยงาน (สำนักงบฯ, แบงก์ชาติ, สภาพัฒน์ฯ และกระทรวงการคลัง) ซึ่งการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในวันนั้นอยู่บนพื้นฐานสภาพแวดล้อมที่ยังไม่ชัดเจน แต่ในปี 2558 ไม่มีปัญหาการเมืองแน่นอน เพราะฉะนั้น มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงการคลังเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าหมาย ภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นนำมาจัดทำงบฯ กลางปีได้” นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวต่อไปอีกว่า งบลงทุนปี 2558 มีค่อนข้างจำกัดแค่ 4.5 แสนล้านบาท คสช. ให้นโยบายว่าโครงการลงทุนที่นำมาบรรจุในแผนการใช้จ่ายเงินต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 8 ด้าน 1 รายการ เป็นโครงการที่มีความพร้อมผ่านขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสม ทั้งในด้านวิศวกรรม ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาแล้ว สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมที่จะนำมาบรรจุในงบฯ ปี 2558 ก็มีโครงการรถไฟทางคู่บางสาย ถนน 4 ช่องทางการจราจรบางเส้น ทางกระทรวงคมนาคมเสนอเข้ามามากพอสมควร ยังไม่ได้สรุปว่าจะเลือกทำโครงการไหน คงต้องนำมาจัดลำดับความสำคัญและพิจารณาในแง่ความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากปีนี้งบลงทุนมีวงเงินจำกัด

แผนเร่งด่วน

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า โครงการลงทุน 3 ล้านล้านบาท เป็นข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนของประเทศในช่วง 7-10 ปีข้างหน้า ซึ่งประกอบไปด้วยแผนการลงทุนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ยังไม่ได้สรุปว่าในปี 2558 จะเลือกทำโครงการไหนก่อน แต่ในหลักการ พล.อ. ประยุทธ์เห็นชอบที่จะให้ทำโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้า โครงการบริหารจัดการน้ำ จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ หารือร่วมในวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2557 เพื่อพิจารณาโครงการที่มีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ในปี 2558 เสนอให้ คสช. พิจารณา

“หลังจากที่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกทำโครงการไหนก่อนได้แล้ว ก็ต้องมาหาแหล่งเงิน ทางสำนักงบประมาณทำหน้าที่จัดสรรงบฯ บางส่วน เช่น ค่าเวนคืนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าจ้างที่ปรึกษา ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ สบน. จัดหาแหล่งเงินกู้สนับสนุน หรืออาจจะทำเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPPs) แต่ทั้งหมดนี้ พล.อ. ประยุทธ์ให้ยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง จริงๆ เพดานหนี้สาธารณะกำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของจีดีพี แต่ พล.อ. ประยุทธ์ไม่ให้เกิน 50% ปัจจุบันยอดหนี้สาธารณะมีสัดส่วนอยู่ 46.5% ของจีดีพี หนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากโครงการนโยบายรัฐ” น.ส.จุฬารัตน์กล่าว

อ่านเพิ่มเติมแนวทางการจัดทางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558