แถลงการณ์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันหนุนป.ป.ช.เอาผิดทุจริตขายข้าวจีทูจี “ยิ่งลักษณ์ ” ต้องรับผิดชอบเต็มร้อย

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน แถลงการณ์กรณีทุจริตการขายข้าวจีทูจี
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน แถลงการณ์กรณีป.ป.ช.ไต่สวนโครงการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาล

แถลงการณ์องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กรณีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) แถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2557 จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. เมื่ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)อวันที่ 16 มกราคม 2557ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งข้อกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกร่วมขบวนการรวม 15 ราย เกี่ยวกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวในกรณีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าการเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ไม่มีความจริง และไม่มีการส่งออกข้าวออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด แต่เป็นการร่วมกันปิดบังอำพราง อ้างการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐระหว่างไทยกับจีน เพื่อขายข้าวในราคาต่ำแบบขาดทุน ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติให้ไต่สวน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีที่ทราบข้อเท็จจริง แต่ละเลยไม่ระงับหรือยับยั้ง อันอาจเป็นมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่น

จากกรณีการทุจริตดังกล่าวที่เกิดขึ้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอแถลงความเห็นและแนวทางดังนี้

1.ในฐานะที่โครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เมื่อมีความชัดเจนแล้วว่ามีการทุจริตในการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้กำกับนโยบายขณะดำเนินโครงการ และเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งต้องรับรู้ข้อมูลโดยมิอาจปฏิเสธเป็นประการอื่นจะต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่อาจจะมีประเด็นละเลยปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้นอีกทั้งต้องรับผิดชอบต่อทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อชาวนาและประเทศ โดยไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบหรืออ้างเหตุปัดความรับผิดชอบ

2.กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกรวม 15 รายและให้ไต่สวนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในความผิดที่เกิดขึ้น จากการทุจริตระบายข้าวรัฐต่อรัฐนั้น ที่ผ่านมาได้ใช้เวลาร่วมปีจึงมีมติเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และมิอาจยับยั้งความเสียหายอื่นที่เกิดตามมา ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันความเสียหายอื่นที่อาจเกิดขึ้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา โดยไม่ล่าช้าตามกรอบกฎหมายที่กำหนด และต้องไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อประวิงเวลาซึ่งกระบวนการต่างๆ ควรแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

3.และเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างและบรรทัดฐานของสังคมจะต้องมีการเอาผิดต่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งผู้มีส่วนกระทำการและผู้กำกับนโยบาย ทั้งทางวินัยแพ่ง และอาญา ต่อความเสียหายที่เกิดแก่รัฐ และต้องให้มีการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

4.ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และผู้ถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้างต้น หากเชื่อว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องให้ความร่วมมือ เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหา ไม่อ้างเหตุเพื่อประวิงเวลา เตะถ่วงกระบวนการยุติธรรมให้ล่าช้า ไม่เช่นนั้นสังคมจะลงความเห็นว่า เป็นการยอมรับผิดโดยดุษฎี

5.นอกเหนือจากการเรียกร้องให้มีการดำเนินการ ตามข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น อย่างเร่งด่วนที่สุด รัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะต้องมีการทบทวนโครงการรับจำนำข้าว เพื่อหามาตรการป้องกัน ไม่ให้มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้อีก เพื่อให้ชาวนาและประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากโครงการนี้

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เห็นว่า การทุจริตโกงกิน ภายใต้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชาวนา ระบบการค้าข้าวของประเทศ อันจะนำไปสู่ความตกต่ำ และความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคมต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนให้ร่วมกันจับตา และส่งแรงกดดันให้มีการตรวจสอบการทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าวให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้องตรงไปตรงมาทุกกรณี

ความเลวร้ายของการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนี้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ย้ำความจำเป็นว่า ประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปมาตรการกำจัดคอร์รัปชันโดยเร่งด่วน ประเทศไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ถ้าเราปล่อยให้มีการคดโกงตั้งแต่ระดับผู้นำไปจนถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน