“เพื่อชาติ เพื่อ humanity” ความจริงของประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไป (7): พบ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ

จดหมายของ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ (ซ้าย)  จดหมายนายจำกัด (ขาว)  ที่มา : ๑ ศตวรรษ ศุภสวัสดิ์
จดหมายของ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ (ซ้าย) จดหมายนายจำกัด (ขาว) ที่มา: ๑ ศตวรรษ ศุภสวัสดิ์

เมื่อนายจำกัดได้พบกับจอมพลเจียง ไคเชก นอกจากจอมพลเจียงจะรับประกันเอกราชของไทยหลังสงครามแล้ว ยังอนุญาตให้เขาเดินทางไปวอชิงตัน แต่จนถึงเดือนสิงหาคมเขาก็ยังไม่ได้เดินทาง

แม้เขายังไม่ได้เดินทางไปวอชิงตัน แต่ระหว่างรอคอย การได้มีโอกาสพบกับเสรีไทยสายอังกฤษที่เมืองจุงกิง ก็มีความสำคัญยิ่งต่อภาระกิจของนายจำกัด

วันที่ 5 สิงหาคม 2486 เมืองจุงกิง พลตรีหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ พระเชษฐาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ผู้นำเสรีไทยสายอังกฤษ ได้บินจากกองกำลัง 136 อังกฤษที่อินเดียมาที่เมืองจุงกิง เพื่อพบกับจำกัด

ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ ทราบข่าวจากฝ่ายอังกฤษว่า ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม มีผู้แทนเสรีไทยเดินทางมาอยู่ที่จุงกิง จึงติดต่อขอพบนายจำกัด แต่ทางการจีนปัดว่านายจำกัดไม่ต้องการพบ

ขณะเดียวกัน นายจำกัดก็ได้ข่าว ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ มาอยู่ที่อินเดียเช่นกัน จึงเขียนจดหมายไป 2 ฉบับ บอกว่าสำคัญมากที่เขาและ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ จะต้องพบกัน

จดหมายของจำกัด พลางกูร เขียนถึง ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน  ที่มา : ๑ ศตวรรษ ศุภสวัสดิ์
จดหมายของจำกัด พลางกูร เขียนถึง ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ ที่มา: ๑ ศตวรรษ ศุภสวัสดิ์

ด้วยจดหมายของนายจำกัด ทำให้ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ ใช้ยืนยันกับทางการจีนได้ว่า นายจำกัดยินดีจะพบกับท่าน ทำให้การบอกปัดของจีนว่า จำกัดไม่ต้องการพบ ไม่เป็นผล

ทั้งนี้ ฝ่ายเจ้ากับนายปรีดีบาดหมางกันมาตั้งแต่เหตุการณ์ 2475 การพบกันระหว่าง ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ กับนายจำกัดจึงมีความสำคัญเป็นที่สุดต่อเอกภาพของขบวนการเสรีไทย

ระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม 2486 นายจำกัดพบกับ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน ต่างฝ่ายต่างเชื่อถือกันและกัน เห็นด้วยกันและตกลงกันในแนวนโยบายและปฏิบัติการเดียวกัน ในเรื่องซึ่งมีผลประโยชน์สำคัญยิ่งต่อประเทศ

ในเรื่องการเมืองของประเทศไทย ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ เห็นว่า นายปรีดีเป็นผู้ที่มีหัวใจอยู่กับผลประโยชน์ของชาติ ท่านยอมรับให้นายปรีดีเป็นหัวหน้าคณะเสรีไทย ยอมรับให้คณะของนายปรีดีเป็นผู้นำประเทศ คนไทยต้องไม่แตกแยกกัน ต้องรวบรวบขบวนการเสรีไทยทุกสายให้เป็นเอกภาพให้ได้ ท่านเองไม่ต้องการอำนาจ ของเพียงให้คณะของนายปรีดีเล่นการเมืองอย่างยุติธรรม (fair play in politics ) เมื่อสงครามเสร็จสิ้นแล้วขอให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแท้จริง

นายจำกัดยืนยันว่า คณะของนายปรีดีก็ต้องการเช่นนั้น

ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ ได้ถามว่า จะจัดการอย่างไรกับนักโทษการเมืองขณะนั้น ซึ่งก็คือเจ้าและพวกฝ่ายเจ้า

นายจำกัดบอกว่า จะปล่อยทั้งหมด ทำให้ ม.จ.ศุสวัสดิ์ฯ ดีใจมาก

ม.จ.ศุภสวัสดิ์

นายจำกัดและ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลต่อกัน นายจำกัดได้ให้ข้อมูลว่า กำลังของคณะเสรีไทยในประเทศประกอบด้วยทหารเรือและกองโจร 30 กอง กำลังส่วนใหญ่คือพวกทหารเรือ และผู้สนับสนุนหลวงประดิษฐ์ฯ กับพลพรรคชาวบ้าน อาวุธเป็นของทหารเรือ ของส่วนตัว และที่แย่งได้มาจากญี่ปุ่น เราเคลื่อนไหวแบบกองกำลังใต้ดิน คอยตัดเส้นทางลำเลียง ขโมยเสบียง ก่อนกวนพวกญี่ปุ่น เราหวังว่าสัมพันธมิตรจะช่วยเราต้านทหารด้วย

ด้าน ม.จ.ศุภสวัสดิ์เล่าว่า ได้นำนักเรียนไทย 21 คนที่อาสาสมัครเป็นเสรีไทยมาฝึกทหารอยู่ที่เมืองปูนา อินเดีย คณะเสรีไทยอังกฤษได้รับเบี้ยเลี้ยงจากรัฐบาลอังกฤษ และพยายามติดต่อกับ ม.ร.ว.เสนีย์ แต่ไม่ได้รับคำตอบและไม่ได้รับการติดต่อจาก ม.ร.ว.เสนีย์ แต่จะพยายามใหม่ และชวนให้นายจำกัดรีบเดินทางไปวอชิงตันเพื่อพบ ม.ร.ว.เสนีย์ แล้วชวนท่านต่อไปลอนดอน จากนั้นช่วยกันเจรจากับอังกฤษให้รับรองคณะเสรีไทย เมื่อเราพูดเป็นเสียงเดียวกันหนักแน่น สัมพันธมิตรก็จะต้องรับรองเรา

เมื่อฝ่ายนายปรีดีและเสรีไทยสายอังกฤษตกลงกันได้ มีผลทำให้สถานทูตไทยที่วอชิงตันอนุโลมตาม หากฝ่ายผู้นำการเมืองหลายกลุ่มไม่สามารถตกลงกันได้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยอาจถูกตัดแบ่งเป็นไทยเหนือ–ไทยใต้

นายปรีดี ด้วยความสนับสนุนจากจีน ปกครองไทยเหนือ ติดกับเขตอิทธิพลจีน

ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ และ ม.ร.ว.เสนีย์ ด้วยความสนับสนุนจากอังกฤษ ปกครองกรุงเทพฯ และไทยใต้ ติดกับดินแดนมลายูของอังกฤษ

การแบ่งแยกประเทศชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลจากการแตกแยกและต่อสู้ระหว่างพลังการเมืองภายในชาติ มีให้เห็นอยู่แล้วในกรณีเวียดนาม เกาหลี และเยอรมนี

ทั้งนี้ นายฉันทนาได้เขียนถึงฉากการพบกันระหว่างนายจำกัดกับ ม.จ.ศุภสวัสดิ์ไว้ในหนังสือ X.O Group โดยบรรยายว่า “ใน ม.จ.ศุภสวัสดิ์ฯ จำกัดได้พบทั้งมือที่พร้อมสำหรับกางออกต้อนรับ และใจซึ่งพร้อมที่จะสนับสนุนแผนการและอุดมคติของเขาอย่างเต็มที่ ในเจ้าชายเชื้อพระวงศ์องค์นี้ เขาได้พบคนไทยที่บูชาประชาธิปไตย….”

โปรดติดตาม ฉากที่ 8: มรณกรรม