สามก๊กหลังแผ่นดินอเล็กซานเดอร์ เดอะเกรท : เมื่อเจ้านายใหญ่จากไป เหล่าขุนพลก็แบ่งแยกดินแดน

ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์

วันที่เจ้านายใหญ่จากไป ลูกน้องอาจร้องไห้ด้วยความอาลัย แต่เมื่อเช็ดน้ำตาแล้ว คำถามต่อมา คือ ใครจะนั่งหัวโต๊ะแทน…สำหรับจักรวรรดิของอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) คำถามนี้นำไปสู่สงครามหลายสิบปี

เรื่องเริ่มที่ “มาซิโดเนีย” บริเวณกรีซตอนเหนือในปัจจุบัน… อเล็กซานเดอร์เติบโตภายใต้พระบิดา คือพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ผู้สร้างกองทัพและวางรากฐานอำนาจไว้เข้มแข็ง ส่วนเจ้าชายน้อยได้เรียนวิชากับ”อริสโตเติล” เรียกว่าได้รับทั้งวิชาความคิดและวิชาการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์

เมื่อฟิลิปถูกลอบปลงพระชนม์ในปี 336 ก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์ขึ้นครองราชย์ด้วยวัยประมาณ 20 ปี พระองค์รับมรดกทั้งกองทัพและแผนบุกเปอร์เซีย ความยิ่งใหญ่ของผู้เป็นลูกจึงมีรากฐานจากงานที่ผู้เป็นพ่อทำไว้ก่อนแล้ว

สองปีต่อมา กษัตริย์หนุ่มนำทัพข้ามจากยุโรปเข้าสู่เอเชีย ผ่านช่องแคบในตุรกีปัจจุบัน ก่อนเอาชนะ”เปอร์เซีย” ที่กรานิคัสและอิสซัส

… ชื่ออเล็กซานเดอร์เริ่มทำให้ราชสำนักเปอร์เซียตระหนักว่า ผู้รุกรานวัยหนุ่มคนนี้รับมือยากกว่าที่คิด

พระองค์ไม่ได้ไล่ตามศัตรูอย่างเดียว แต่ยึดเมืองชายฝั่งเพื่อลดภัยด้านหลัง ก่อนเข้าสู่”อียิปต์” และก่อตั้งเมืองชื่อ “อเล็กซานเดรีย” (Alexandria) เมืองที่ภายหลังกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและความรู้ อย่างไรก็ตาม เส้นทางของผู้พิชิตได้ทิ้งความสูญเสียไว้ในเมืองที่ต่อต้านด้วย

ปี 331 ก่อนคริสตกาล ชัยชนะที่กัวกาเมลาในอิรักเปิดทางสู่ใจกลางเปอร์เซีย อเล็กซานเดอร์เข้าครอบครองเมืองสำคัญและทรัพย์สินมหาศาล จากกษัตริย์มาซิโดเนีย พระองค์ก้าวขึ้นเป็นผู้ครอบครองจักรวรรดิที่แผ่ลึกเข้าไปในเอเชีย

แต่ยิ่งเดินทางไกล ความฝันของกษัตริย์กับความต้องการของทหารกลับยิ่งห่างกัน หลังรบถึง “ปัญจาบ” ในปี 326 ก่อนคริสตกาล กองทัพปฏิเสธเดินหน้าต่อที่แม่น้ำบีอาสในอินเดียปัจจุบัน ผู้พิชิตจึงต้องยอมกลับ

เรื่องกลับพลิกเร็วกว่าที่ใครคาด… ปี 323 ก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์ประชวรและสิ้นพระชนม์ที่”บาบิโลน” ขณะมีพระชนมายุเพียง 32 ปี จักรวรรดิยังอยู่ กองทัพยังอยู่ แต่บุคคลที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันจากไปแล้ว

พระโอรสยังไม่ประสูติในวันนั้น ส่วนเหล่าขุนพลต่างมีกำลังอยู่ในมือ การแบ่งพื้นที่ให้ปกครองจึงค่อย ๆ กลายเป็นการสร้างฐานอำนาจของแต่ละคน ช่วงแรกมีหลายฝ่าย ก่อนจะเกิดภาพสามขั้วใหญ่ในเวลาต่อมา

คนแรกที่น่าจับตาคือ “ปโตเลมี” ผู้สร้างฐานใน”อียิปต์” เขานำพระศพอเล็กซานเดอร์มาไว้ในดินแดนของตน พระศพของอดีตเจ้านายจึงมีความหมายทางการเมือง เพราะผู้ครอบครองสามารถเชื่อมตนเข้ากับบารมีของผู้พิชิตได้

อีกคนคือ “เซลูคัส” ผู้เคยเสียฐานกำลังในบาบิโลเนียจนต้องหนีไปพึ่งปโตเลมี แต่เขาได้โอกาสและกลับมาตั้งหลักใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นจึงขยายอำนาจเข้าสู่เปอร์เซียและเอเชียกลาง

เรื่องของเซลูคัสชวนให้นึกถึง”อิเอยาสึ”และ “สุมาอี้” กล่าวคือ ถอยวันนี้อาจช่วยให้กลับมาแข่งขันได้ในวันหน้า

ส่วน “แอนติโกนัส” ขุนพลที่แม้มีตาข้างเดียวแต่มีอำนาจมากจนคู่แข่งต้องจับมือกันต่อต้าน สุดท้ายเขาพ่ายแพ้และเสียชีวิตที่อิปซัสในตุรกี เมื่อปี 301 ก่อนคริสตกาล

บทเรียนชวนคิด คือ ยิ่งเราเข้มแข็งจนทุกฝ่ายหวาดระแวง กลับยิ่งสร้างเหตุให้คนที่ไม่ชอบกันหันมาร่วมมือกันได้

สงครามยังดำเนินต่อจนถึงคนรุ่นลูกหลาน กระทั่งแอนติโกนัสที่ 2 โกนาตัส หลานของแอนติโกนัสตาเดียว สถาปนาอำนาจในมาซิโดเนียได้มั่นคงขึ้นช่วงทศวรรษ 270 ก่อนคริสตกาล ความพ่ายแพ้ของปู่จึงไม่ได้ปิดอนาคตของทั้งตระกูล

ภาพ “สามก๊ก” หลังยุคอเล็กซานเดอร์ชัดขึ้น ได้แก่ ก๊กปโตเลมีในอียิปต์ ก๊กเซลูซิดในเอเชียกลาง และก๊กแอนติโกนิดในมาซิโดเนีย

หากกางแผนที่ปัจจุบัน เราจะเห็นพื้นที่ตั้งแต่กรีซ ตุรกี ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ไปจนถึงอียิปต์ ทั้งนี้ ยังมีรัฐอื่นร่วมแข่งขันด้วย สามก๊กจึงเป็นคำเปรียบเทียบถึงสามขั้วใหญ่

…แล้วใครคือผู้ชนะของเรื่องนี้?

หากวัดจากความสามารถสร้างฐานและส่งต่อ ปโตเลมี คือ ผู้ชนะเพราะเขาเตรียมพระโอรสให้ร่วมปกครองตั้งแต่ตนยังมีชีวิต จุดนี้ชวนให้นึกถึงอิเอยาสึ เพราะการชนะจะมีความหมายยาวนานเพียงใด ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเตรียมคนรับช่วงต่อ

สามก๊กหลังอเล็กซานเดอร์จึงฝากคำถามไว้กับผู้นำทุกยุคว่า เราสร้างความสำเร็จไว้มากเพียงใด และเตรียมให้ใครดูแลต่ออย่างไร เพราะวันที่เจ้านายใหญ่จากไป สิ่งที่ถูกทดสอบทันที คือ ความมั่นคงของทุกอย่างที่เขาสร้างไว้จะยังคงอยู่หรือไม่