1721955
คเยซูจองเป็นศัลยแพทย์ฟรีแลนซ์ที่เดินเข้าไปทำงานในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยกูซอ สถานที่ซึ่งเสื้อกาวน์ไม่ได้บอกเพียงว่าใครเป็นหมอ แต่ยังบอกว่าใครมีอำนาจ ใครอยู่ฝ่ายไหน และใครต้องฟังคำสั่งใคร เธอรับงานด้วยฝีมือผ่าตัด ปฏิเสธงานนอกข้อตกลง และไม่ยอมปล่อยให้ผลประโยชน์ของโรงพยาบาลอยู่เหนือชีวิตผู้ป่วย นี่คือแกนของ Doctor X: Mafia in White ซีรีส์เกาหลีของ SBS ที่เริ่มออกอากาศวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เขียนบทโดยพยอนซองกึน กำกับโดยอีจองริม ผู้เคยกำกับซีรีส์ระทึกขวัญ Revenant (2023) กับ As You Stood By (2025)
คิมจีวอน กลับมารับบทนำหลังซีรีส์สุดโรแมนติกคอมิดี้ Queen of Tears โดยคราวนี้เปลี่ยนจากทายาทธุรกิจมาเป็นหมอที่ช่อง SBS ให้คำอธิบายว่า “ดาร์กฮีโร่” ในละครการแพทย์แนวนัวร์ ผู้ชมต้องติดตามทั้งเคสผ่าตัดและการต่อสู้กับกลุ่มอำนาจที่เรื่องเรียกว่า “มาเฟียในชุดขาว” ทว่าเมื่อออกอากาศถึงตอนที่ 6 คนไข้รายหนึ่งกลับพาเรื่องออกไปไกลกว่าความขัดแย้งภายในโรงพยาบาล เพราะกระสุนที่อยู่ในศีรษะของเขามาจากกวางจูในเดือนพฤษภาคม 1980 หลังตอนนี้ออกฉาย มีทั้งคนชื่นชม คนวิจารณ์การเขียนบท และคนยื่นคำร้องขอให้ระงับการออกอากาศ
หมอฟรีแลนซ์จากญี่ปุ่น
ต้นทางของซีรีส์เรื่องนี้คือ Doctor X: Surgeon Michiko Daimon (2012-2021) ซีรีส์ญี่ปุ่นช่อง TV Asahi โดยมีโยเนกุระ เรียวโกะรับบทไดมอน มิจิโกะ ศัลยแพทย์ที่ไม่ขึ้นกับกลุ่มอำนาจในภาควิชาแพทย์ เรื่องเติบโตเป็นซีรีส์ปกติ 7 ซีซั่น กับตอนพิเศษ 1 เรื่อง และฉบับภาพยนตร์ในปี 2024 รวมช่วงเวลาที่นักแสดงอยู่กับบทนี้นานถึง 12 ปี คำประกาศ “ฉันไม่เคยพลาด” กลายเป็นประโยคประจำตัวของหมอที่เชื่อในฝีมือของตัวเองมากกว่ายศตำแหน่งของคนตรงหน้า
เพียงตอนแรกของฉบับญี่ปุ่นก็วางความขัดแย้งนี้ไว้ชัด มิจิโกะถูกส่งมาเสริมกำลังในโรงพยาบาลหลังแพทย์หลายคนลาออก เธอทักท้วงวิธีผ่าตัดของผู้อำนวยการซึ่งร้างจากงานผ่าตัดมานาน สิ่งที่เธอพูดเป็นปัญหาที่หมอคนอื่นมองเห็นเช่นกัน แต่ไม่มีใครกล้าขัดหัวหน้า ผลคือเธอถูกผลักไปทำงานจิปาถะที่ไม่ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ ขณะที่การผ่าตัดของผู้อำนวยการกำลังจะมีปัญหาตามที่เธอเคยเตือน
สถานะฟรีแลนซ์จึงมีผลต่อการเล่าเรื่องโดยตรง มิจิโกะไม่ต้องไต่ตำแหน่งด้วยการเอาใจอาจารย์แพทย์หรือผู้บริหาร เธอเรียกร้องค่าตอบแทนสูงตามความสามารถ และปฏิเสธกิจกรรมที่ไม่ได้เกี่ยวกับงานของตัวเอง ความขัดแย้งระหว่างฝีมือกับตำแหน่ง ระหว่างการรักษากับชื่อเสียงขององค์กร เป็นส่วนประกอบของต้นฉบับมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง
มิโฮะ นากาโซโนะ ผู้เขียนบทหลัก เคยให้สัมภาษณ์ MANTANWEB ในปี 2020 ว่าแนวคิด Doctor X เกิดขึ้นระหว่างค้นคว้าซีรีส์การแพทย์ Hatsukoi (2012) ของ NHK แล้วพบว่าโครงสร้างองค์กรของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยน่าสนใจ เธอเป็นผู้เขียนบทซีรีส์ The Pride of the Temp (2007) ซึ่งเล่าชีวิตพนักงานสัญญาจ้างด้วย ทั้งสองเรื่องจึงมีความสนใจร่วมกันเรื่องคนทำงานที่ต้องต่อรองกับองค์กร

คเยซูจองและมาเฟียในชุดขาว
ฉบับเกาหลีเก็บโครงสร้างสำคัญของหมอฟรีแลนซ์เอาไว้ คเยซูจองปฏิเสธคำสั่งที่เห็นว่าไม่สมเหตุผล รวมถึงงานเลี้ยง งานช่วยเขียนบทความ และงานนอกเวลาที่ถูกโยนมาให้ ขณะเดียวกัน SBS วางการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ไว้ในกลุ่มซีรีส์ที่ให้ตัวเอกเผชิญความอยุติธรรม เช่นเดียวกับ Taxi Driver และ The Judge from Hell การต่อกรกับผู้มีอำนาจจึงถูกประกาศเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องก่อนดราม่ากวางจูจะเกิดขึ้น
นักแสดงหลักอีกสามคนคือ อีจองอึน (ผู้โด่งดังจากบทคุณป้าแม่บ้านในหนังคานส์ Parasite) ในบทจางฮีซุก หัวหน้าสำนักงานจัดหาแพทย์ ซนฮยอนจู (ผู้เคยกวาดรางวัลจากทุกสถาบันหนังใน The Chaser) ในบทบูซึงกวอน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และคิมอูซอก (ขึ้นแท่นพระเอกครั้งแรกหลังจากแจ้งเกิดจากพระรองแสนอุ่นละมุนแห่งตำรวจวังหลวงในซีรีส์ The Forbidden Marriage) ในบทแพทย์ฝึกหัดพัคแทกยอง
ในงานแถลงข่าววันที่ 7 ตุลาคม ผู้กำกับอีจองริมอธิบายว่าเธอรักษาโครงสร้างและพลังของต้นฉบับ แต่ปรับอารมณ์ให้ผู้ชมเกาหลีเข้าถึงได้ พร้อมเพิ่มวิธีเล่าแบบนัวร์ลงในความสัมพันธ์เชิงอำนาจของโรงพยาบาล ส่วนคิมจีวอนพูดถึงการตัดผมบ๊อบสั้นและลดความหรูหราของภาพลักษณ์จากงานก่อนหน้า นี่จึงเป็นการดัดแปลงที่ตั้งใจเปลี่ยนทั้งบรรยากาศและการนำเสนอตัวละคร
คนไข้ที่ลังเลจะเอากระสุนออก
ตอนที่ 6 ออกอากาศวันที่ 24 ตุลาคม เล่าเรื่องโอซังบอม คนไข้สมมติที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนเมื่ออายุ 12 ปีในช่วงเหตุการณ์กวางจู เขาสูญเสียพี่ชาย และใช้ชีวิตต่อมาอีก 46 ปีพร้อมอาการเจ็บปวดและภาพหลอน
ข้อขัดแย้งของเคสไม่ได้จบที่หมอจะผ่าตัดยากแค่ไหน ซังบอมลังเลจะรักษาเมื่อทราบว่าหลังผ่าตัดเขาอาจไม่เห็นภาพหลอนของพี่ชายอีก ความเจ็บป่วยกับความผูกพันจึงแยกออกจากกันได้ยาก อาการที่แพทย์ต้องการรักษาจะทำให้คนไข้ไม่อาจได้พบพี่ชายที่สูญเสียไป การผ่าตัดที่เสี่ยงถึงชีวิตจึงต้องเริ่มจากคำถามว่าเจ้าของร่างกายยินยอมหรือไม่
อีกด้านหนึ่ง ตัวละครในเรื่องมองว่ากระสุนอาจเป็นหลักฐานการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ของทหาร ทำให้คนไข้ถูกมองพร้อมกันทั้งในฐานะผู้ต้องการการรักษาและผู้มีหลักฐานอยู่ในร่างกาย การตัดสินใจผ่าตัดจึงเกี่ยวพันกับความยินยอมของคนไข้ ความหวังของคนที่ต้องการพิสูจน์อดีต และภาระที่แพทย์ต้องรับผิดชอบ ก่อนที่เรื่องจะเพิ่มอดีตประธานาธิบดีสมมติชื่อจีดูซอก ซึ่งถูกส่งมายังโรงพยาบาลเดียวกัน
ผู้ชมบางส่วนเชื่อมภาพลักษณ์ของจีดูซอกกับชอนดูฮวาน (อดีตประธานาธิบดีเผด็จการทหารในช่วงนั้น) และคาดเดาว่าชื่ออาจหยิบคำจากชื่อชอนดูฮวานกับยุนซอกยอล (อดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวาผู้อื้อฉาวจากการพยายามทำรัฐประหาร) มาประกอบกัน
คำร้องคัดค้านอะไร
ข่าววันที่ 25 ตุลาคมรายงานว่ามีการยื่นคำร้องผ่านระบบที่ประชาชนร่วมลงชื่อของรัฐสภา ผู้ร้องอ้างว่าตอน 6 นำเรื่อง 18 พฤษภาคมมาใส่อย่างไม่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องหลัก และเห็นว่าการเพิ่มประวัติศาสตร์ที่ไม่มีในต้นฉบับญี่ปุ่นเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง เขายังเสนอว่าละครที่ไม่ใช่ละครการเมืองควรรักษาความเป็นกลาง พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการสร้าง เรียกทีมงานไปชี้แจงต่อรัฐสภา และระงับการออกอากาศ
ผู้ร้องระบุว่าไม่ได้ปฏิเสธว่า 18 พฤษภาคมเป็นประวัติศาสตร์อันเจ็บปวด แต่เห็นว่ารายละเอียดบางส่วนยังมีข้อถกเถียง ข่าวที่อ้างข้อความคำร้องไม่ได้แจกแจงว่าเขามีหลักฐานหักล้างเหตุการณ์ใดในละครโดยเฉพาะ ข้อคัดค้านที่ปรากฏจึงมุ่งไปที่การดัดแปลงและเจตนาของทีมสร้าง ส่วนข้อเสนอให้ระงับออกอากาศคือมาตรการที่เขาต้องการให้รัฐดำเนินการ
ยังมีคำวิจารณ์อีกแบบจากชุมชนผู้ชม Doctor X ในแพล็ตฟอร์ม DC Inside ซึ่งขอให้ทีมสร้างอธิบายว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์และอดีตผู้นำสมมติเพิ่มความหมายอะไรให้เรื่องทางการแพทย์ สื่อที่รายงานแถลงการณ์ระบุว่ากลุ่มนี้ยอมรับเสรีภาพในการสร้างงาน และไม่ได้ตัดสินล่วงหน้าว่าทีมงานมีเจตนาทางการเมืองอย่างไร การถามถึงความกลมกลืนของบทกับการเรียกร้องให้รัฐสั่งหยุดฉายจึงเป็นข้อเสนอคนละระดับ แม้จะเริ่มจากความไม่พอใจในอีพีเดียวกัน
คำร้องครบ 100 รายชื่อเป็นเพียงการผ่านเงื่อนไขเบื้องต้น กฎการพิจารณาคำร้องของรัฐสภา มาตรา 2-2 กำหนดให้ได้ผู้สนับสนุนอย่างน้อย 100 คนภายใน 30 วันนับจากลงทะเบียน จากนั้นตรวจเงื่อนไขการเปิดเผยภายใน 7 วันนับจากครบเกณฑ์ หากเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ต้องได้ความเห็นชอบอย่างน้อย 50,000 คนภายใน 30 วันจึงจะถือว่ารับเป็นคำร้องอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการครบจำนวน 100 ยังไม่ได้มีผลเป็นคำสั่งระงับรายการโดยอัตโนมัติ
[เอกสารบันทึกเหตุการณ์จากฝั่งทหารระบุว่ามีการยิงจากที่เฮลิค็อปเตอร์ และกระสุนที่ใช้เป็นหลักฐาน]
ความจริงอีกด้านหนึ่ง-กวางจูและการยึดอำนาจของชอนดูฮวาน
เรื่องที่มักถูกเล่าข้ามคือ ความจริงแล้วชอนดูฮวานยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 1980 ผู้ดำรงตำแหน่งขณะนั้นจริง ๆ แล้วคือชเวกยูฮา (เป็นพลเรือนที่มีตำแหน่งข้าราชการนักการทูต เคยเป็นนายก และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาก่อน) ซึ่งรับช่วงหลังจากพัคช็องฮีถูกสังหารในเดือนตุลาคม 1979 และอยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือนสิงหาคม 1980 อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คืออำนาจทางการทหาร, ผู้ที่สามารถควบคุมกองทัพได้คือกลุ่มทหารใหม่ที่มีชอนดูฮวานเป็นผู้นำ หลังการยึดอำนาจในกองทัพเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 1979
วันที่ 17 พฤษภาคม 1980 มีการขยายกฎอัยการศึกทั่วประเทศและจำกัดกิจกรรมทางการเมือง มหาวิทยาลัยถูกปิด การประท้วงของนักศึกษาที่กวางจูในวันที่ 18 พฤษภาคมเผชิญการปราบปรามของทหาร ก่อนจะขยายไปสู่การเข้าร่วมของประชาชน ความรุนแรงดำเนินต่อมาจนมีการยิงประชาชนเป็นกลุ่ม ทั้งที่บริเวณสถานีรถไฟและหน้าศาลาว่าการจังหวัดช็อลลาใต้ การยิงหน้าศาลาว่าการวันที่ 21 พฤษภาคมกลายเป็นจุดสำคัญของการต่อสู้ หลังจากนั้นประชาชนบางส่วนติดอาวุธ ขณะที่ทหารปิดล้อมเมือง ก่อนกลับเข้ายึดพื้นที่ในวันที่ 27 พฤษภาคม
ตัวอย่างของรายละเอียดที่มีผลต่อการตีความคือเวลาที่ประชาชนเข้าคลังอาวุธ เพราะเกี่ยวกับข้ออ้างว่าฝ่ายประชาชนติดอาวุธก่อนทหารยิงหรือไม่ รายงานฉบับสมบูรณ์ปี 2024 แก้เวลาการยึดอาวุธครั้งแรกในวันที่ 21 พฤษภาคม จากข้อมูลเดิมที่ระบุ 09.00 น. เป็น 13.30 น. คณะสอบสวนเห็นว่าบันทึกสถานการณ์ของตำรวจชุดที่เคยใช้อ้างอิงมีข้อมูลขัดกับสภาพจริงและผ่านการปรุงแต่ง นี่คือข้อโต้แย้งที่ต้องตรวจทั้งเอกสารต้นทางและลำดับเหตุการณ์
ตามรายงานการแถลงสรุปของคณะสอบสวนวันที่ 24 มิถุนายน 2024 ผู้เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์ที่คณะสอบสวนระบุมี 166 คน ในจำนวนนั้น 71 คนเสียชีวิตระหว่างการปิดล้อมเมือง ขณะเดียวกันยังมีปัญหาผู้สูญหายและข้อสงสัยเรื่องการฝังศพอย่างลับ ๆ ที่การสอบสวนไม่อาจหาคำตอบได้ครบ
หลังเกาหลีใต้เปลี่ยนผ่านทางการเมือง คดีการยึดอำนาจและการปราบปรามกวางจูถูกนำเข้าสู่ศาล ศาลฎีกาในคดี หมายเลข 96Do3376 วันที่ 17 เมษายน 1997 ยืนยันหลักว่าการใช้อำนาจยึดรัฐไม่ทำให้การกระทำพ้นจากการตรวจสอบทางอาญา และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญซึ่งทบทวนประวัติคดีของชอนดูฮวานระบุว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตของเขายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกา (เดิมทีในปี 1996 เขาถูกพิพากษาประหารชีวิตก่อนจะถูกลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต) ต่อมาเขาได้รับอภัยโทษในปี 1997 นั้นด้วยทำให้เขาถูกจำคุกจริงเพียง 2 ปี 19 วัน การออกจากเรือนจำเกิดจากการอภัยโทษในสมัยรัฐบาล คิมยองซัม โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปรองดองแห่งชาติ (ตามคำแนะนำของ คิมแดจุง ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นประธานาธิบดี) ไม่ใช่คำพิพากษาใหม่ว่าการยึดอำนาจและการปราบปรามไม่มีความผิด (ชอนดูฮวาน เสียชีวิตในปี 2021 ภายในบ้านที่กรุงโซล ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ขณะมีอายุ 90 ปี)
หลักฐานเรื่องการยิงจากเฮลิคอปเตอร์
ใน Doctor X กระสุนในร่างซังบอมถูกผูกกับการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ประเด็นนี้มีประวัติการสอบสวนจริงต่างจากตัวซีรีส์ คือเมื่อ กุมภาพันธ์ 2018 คณะสอบสวนพิเศษของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงยืนยันว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชนในกวางจู หลักฐานที่พิจารณามีทั้งร่องรอยกระสุนที่อาคารช็อนอิล บันทึกทางทหาร และคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์หลายจุด
ในปี 2020 (หนึ่งปีก่อนชอนเสียชีวิต) ชอนเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท บาทหลวงโจบีโอ พยานผู้เห็นเหตุการณ์ แต่เสียชีวิตไปแล้ว หลังชอนเขียนหนังสือกล่าวหาว่าบาทหลวงโกหกเรื่องเห็นทหารยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ศาลจึงต้องพิจารณาว่าการยิงเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แล้วสุดท้ายจึงวินิจฉัยว่ามีการยิงจริง พร้อมตัดสินว่าชอนมีความผิดฐานหมิ่นประมาท
อย่างไรก็ดีล่าสุดหนังสือพิมพ์ขวาจัด Jayu Ilbo ในบทความวันที่ 27 ตุลาคม 2026 ยังหยิบข้อโต้แย้งเรื่องการยิงจากเฮลิคอปเตอร์มาเสนอ โดยอ้างถึง “คำให้การของนักบินในเวลานั้นที่ปฏิเสธการยิง” และ “ข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของรอยกระสุน” อย่างไรก็ตาม บทความของ Jayu Ilbo ไม่ได้ระบุชื่อนักบินหรือแสดงหลักฐานใหม่ที่หักล้างคำวินิจฉัยของศาล
รายงานสรุปคณะสอบสวนปี 2024 ระบุการยิงในวันที่ 21 พฤษภาคมบริเวณคลองกวางจูและสวนซาจิก และการยิงวันที่ 27 พฤษภาคมบริเวณอาคารช็อนอิล โดยกล่าวถึงเฮลิคอปเตอร์ต่างแบบในแต่ละเหตุการณ์ ข้อสรุปว่ามีการยิงจึงไม่ได้เริ่มขึ้นจากซีรีส์ และในความเป็นจริงไม่ต้องอาศัยกระสุนของคนไข้อย่างที่ถูกสมมติในซีรีส์มาเป็นหลักฐานยืนยัน
ส่วนคำถามที่คณะสอบสวนยังตอบได้ไม่ครบคือ ผู้ใดออกคำสั่งยิงในแต่ละปฏิบัติการและคำสั่งส่งผ่านอย่างไร รวมถึงสถานที่ฝังศพผู้สูญหาย รายงานปี 2024 และคำชี้แจงของคณะสอบสวนแยกเรื่องการยืนยันเหตุยิงออกจากการพิสูจน์สายคำสั่ง ความรับผิดชอบของผู้นำตามคำพิพากษา กับการพบเอกสารระบุคนสั่งยิงแต่ละครั้ง จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องอ่านประกอบกัน
เหตุใดความทรงจำเดียวกันจึงถูกอ่านต่างกัน
นอกเหนือจากคำร้องเรื่องซีรีส์ ยังมีกระแสเสนอให้ทบทวนคำอธิบายกวางจูในพื้นที่การเมืองร่วมสมัย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 อีจินซุก ส.ส. พรรค People Power ร่วมจัดเวทีกับกลุ่ม New History National Movement ซึ่งมีอียองฮุน อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลและบุคคลในกลุ่มความคิด New Right เป็นแกนนำ อีจินซุกอธิบายว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรเป็นสมบัติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และควรเปิดให้ตั้งคำถามในทางวิชาการ
FYI: New Right ต่างจากฝ่ายขวาเดิมอย่างไร
New Right หรือ “ขวาใหม่” ของเกาหลีใต้ เป็นเครือข่ายนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวที่รวมตัวเด่นชัดตั้งแต่ปี 2004 ไม่ใช่พรรคการเมือง ทั้งขวาเดิมและขวาใหม่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ต่อต้านฝ่ายซ้าย เสรีนิยม และให้ความสำคัญกับความมั่นคง แต่ New Right เพิ่มการต่อสู้ผ่านหนังสือ แบบเรียน และการตีความประวัติศาสตร์ เพื่อเสนอว่าความสำเร็จของเกาหลีใต้เกิดจากการสร้างรัฐ ทุนนิยม และผู้นำอนุรักษนิยม คำว่า “ใหม่” จึงไม่ได้หมายความว่ามีแนวคิดอ่อนลงหรือแยกขาดจากฝ่ายขวาเดิม
สายประวัติศาสตร์มี อียองฮุน อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เป็นหัวหอกสำคัญ เสนอให้ทบทวนทั้งยุคอาณานิคมญี่ปุ่นและยุคผู้นำเผด็จการ โดยเน้นความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่คือการตรวจสอบเรื่องเล่าที่ฝ่ายชาตินิยมและฝ่ายซ้ายครอบงำ ส่วนฝ่ายวิจารณ์เห็นว่าแนวทางนี้ลดน้ำหนักการกดขี่ของญี่ปุ่นและความรุนแรงของรัฐบาลทหาร เพื่อฟื้นความชอบธรรมให้บรรดาผู้มีอำนาจในอดีต
อีจินซุก ส.ส.พรรค People Power เชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้ผ่านการร่วมจัดเวทีทบทวนเหตุการณ์กวางจู เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กับกลุ่ม New History National Movement ที่อียองฮุนเป็นแกนนำ เธอเสนอว่ากวางจูไม่ควรเป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองใดฝ่ายหนึ่งและต้องเปิดให้ตั้งคำถาม ขณะที่อียองฮุนเสนอให้รื้อการอธิบายกวางจูที่เขามองว่าฝ่ายซ้ายครอบงำ อย่างไรก็ตาม การร่วมจัดเวทีไม่ได้ยืนยันว่าเธอเป็นสมาชิกองค์กร และจุดยืนของผู้ร่วมเวทีก็ไม่ใช่จุดยืนของฝ่ายอนุรักษนิยมเกาหลีใต้ทั้งหมด
ในเวทีดังกล่าว อียองฮุนเรียกเหตุการณ์กวางจูว่าความไม่สงบ และเสนอให้รื้ออำนาจทางวัฒนธรรมที่เขาเห็นว่าฝ่ายซ้ายใช้ครอบครองเรื่องเล่า เกี่ยวกับ “18 พฤษภาคม (518)” เขายอมรับว่าระบอบในอดีตเป็นอำนาจนิยม แต่คัดค้านการสรุปว่าระบอบเหล่านั้นอยุติธรรม ส่วนคิมยงซัม นักข่าว Pen & Mike โทษการรับมือช่วงแรกของผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ว่าทำให้การประท้วงรุนแรงขึ้น และกล่าวปกป้องชอนดูฮวานว่าไม่ใช่ฆาตกร ผู้นำพรรค People Power ระบุว่าการจัดเวทีและความเห็นในงานไม่ใช่จุดยืนอย่างเป็นทางการของพรรค
ล่าสุดวันที่ 26 ตุลาคม อีจินซุก คนเดิมออกมาวิจารณ์ Doctor X โดยตรง เธอยอมรับว่าการเล่าความเจ็บปวดของเหยื่อเป็นเสรีภาพของผู้สร้าง แต่คัดค้านสิ่งที่เธอมองว่าเป็นการนำภาพผู้นำต่างยุคมารวมในตัวซีรีส์ที่เล่าเหตุการณ์ปัจจุบัน การนำ จีดูซอก มาเพื่อโจมตีฝ่ายการเมือง เธอยังเห็นว่าซีรีส์เบนจากประเด็นทางการแพทย์ไปส่งสารทางการเมือง
อีกข้อกล่าวหาที่หมุนเวียนมานานคือทหารเกาหลีเหนือเข้ามาชี้นำเหตุการณ์ ผู้เผยแพร่รายหนึ่งคือ จีมันวอน (อดีตนายทหารยศพันเอก) ซึ่งนำภาพบุคคลในเหตุการณ์ไปอ้างว่าเป็นบุคลากรเกาหลีเหนือ ต่อมารายงานคณะสอบสวนที่เผยแพร่ในปี 2024 ระบุว่าได้ตรวจสอบข้ออ้างการแทรกแซงแล้วและไม่พบหลักฐานรองรับ ข้อกล่าวหานี้จึงมีผลการตรวจสอบต่างจากคำถามเรื่องสายคำสั่งยิงที่ยังหาคำตอบได้ไม่ครบ (หลังจากศาลฎีกายืนโทษจำคุก 2 ปีของจีมันวอน ฐานกล่าวเท็จว่าผู้ร่วมเหตุกาณ์เป็นทหารเกาหลีเหนือ)
เกาหลีใต้มีกฎหมายพิเศษเกี่ยวกับขบวนการประชาธิปไตย “518” และการแก้ไขเมื่อปี 2021 เพิ่มมาตรา 8 ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุการณ์ กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 5 ปีหรือปรับ 50 ล้านวอน แต่ย่อหน้าถัดไปยกเว้นการลงโทษสำหรับการกระทำตามมาตรานี้ที่มีจุดประสงค์ทางศิลปะ วิชาการ งานวิจัย ทฤษฎี การรายงานเหตุการณ์ร่วมสมัยหรือประวัติศาสตร์ และจุดประสงค์คล้ายกัน การอ้างถึงข้อห้ามจึงต้องอ่านข้อยกเว้นในกฎหมายเดียวกันด้วย
วิจารณ์บทซีรีส์-ขอให้รัฐหยุดฉาย
กวางจูเคยปรากฏในซีรีส์ Sandglass (1995) ของ SBS และภาพยนตร์อย่าง May 18 (2007) กับ A Taxi Driver (2017) มาแล้ว MBC ยกงานเหล่านี้ขึ้นเทียบเมื่อรายงานข้อพิพาทครั้งนี้ การปรากฏของเหตุการณ์บนจอจึงมีประวัติยาวนานก่อน Doctor X ส่วนคำร้องปัจจุบันมุ่งที่การดัดแปลงของซีรีส์เรื่องนี้โดยเฉพาะ
ฝั่งที่สนับสนุน Doctor X มองว่าเคสของซังบอมทำให้เห็นความรุนแรงที่ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันหลังเหตุการณ์ผ่านไปหลายสิบปี สำหรับผู้ชมกลุ่มนี้ อาการเจ็บปวดและความทรงจำเป็นเหตุผลที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในละครแพทย์ได้ ไม่ใช่เพียงการสอดแทรกประวัติศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวกับการรักษา ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกลับถามว่าเหตุการณ์และอดีตผู้นำสมมติถูกจัดวางเพื่อรับใช้การเล่าชีวิตคนไข้จริงหรือใช้คนไข้เป็นทางผ่านไปสู่ข้อเสนอทางการเมืองกันแน่
จองด็อกฮยอน นักวิจารณ์วัฒนธรรมที่ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์รายวัน Hankyoreh เห็นว่ากระแสบางส่วนมุ่งโจมตีการเลือกเล่า 518 มากกว่าตัวผลงาน ส่วนคิมฮอนชิก นักวิจารณ์และอาจารย์มหาวิทยาลัย เห็นว่าการใช้คำร้อง การฟ้องร้อง การคว่ำบาตร และการเรียกไปชี้แจงทางการเมืองอาจสร้างบรรยากาศให้ผู้สร้างหลีกเลี่ยงประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ข้อเสนอของคนกลุ่มนี้จึงให้ความสำคัญกับโอกาสที่ประชาชนจะได้ดูและประเมินผลงานด้วยตนเองได้
อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่าหนังสือพิมพ์ขวาจัดฉบับเดิม Jayu Ilbo หยิบกรณี Snowdrop ในปี 2021 มาตั้งคำถามกลับเรื่องมาตรฐานการปกป้องเสรีภาพ เมื่อผลงานที่ถูกมองว่าทำให้ฝ่ายรัฐในอดีตดูดีขึ้นเคยถูกกดดันให้หยุดฉาย ข้อโต้แย้งของสื่อรายนี้คือผู้สร้างควรได้รับเสรีภาพด้วยมาตรฐานเดียวกัน แม้เนื้อเรื่องจะไม่ตรงกับความเชื่อทางการเมืองของผู้ชม
Snowdrop ของ JTBC วางเรื่องในปี 1987 มีความรักระหว่างนักศึกษาหญิงเกาหลีใต้กับสายลับเกาหลีเหนือ ผู้คัดค้านกังวลว่าการวางตัวละครเช่นนี้อาจทำให้ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหารที่เคยจับนักกิจกรรมเป็นสายลับดูมีเหตุผล ฝ่ายสถานีชี้แจงว่าเรื่องไม่ได้เสนอว่าขบวนการประชาธิปไตยถูกเกาหลีเหนือชักใย และไม่มีสายลับเกาหลีเหนือร่วมการประท้วงตามที่ผู้ชมกังวล ทั้งตัวละครและองค์กรในเรื่องถูกสร้างขึ้นเพื่อเล่าถึงคนที่ถูกผู้มีอำนาจใช้ประโยชน์
วันที่ 29 ธันวาคม 2021 ศาลแขวงตะวันตกกรุงโซลยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อหยุดฉาย Snowdrop โดยเห็นว่าแม้ผู้ร้องจะกล่าวหาว่าละครมีมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่บิดเบือน ก็ยังยากจะสรุปว่าผู้ชมจะรับสิ่งที่เห็นโดยไม่ใช้วิจารณญาณ ศาลยังพิจารณาด้วยว่ากลุ่มผู้ยื่นไม่มีสิทธิเรียกร้องแทนประชาชนทั่วไปในลักษณะนั้น
FYI: คดี Snowdrop
Snowdrop ถูกคัดค้านเพราะผู้วิจารณ์เห็นว่า การให้พระเอกเป็นสายลับเกาหลีเหนือจริง ๆ อาจทำให้ข้ออ้างที่รัฐบาลเผด็จการเคยใช้ปราบนักศึกษาดูมีน้ำหนักขึ้น ประเด็นจึงอยู่ที่วิธีวางเรื่องและภาพของฝ่ายความมั่นคง
ซีรีส์ย้อนเรื่องราวให้เกิดในกรุงโซลปี 1987 ช่วงปลายยุคชอนดูฮวาน นางเอก ยองโร รับบทโดยจีซู BLACKPINK เป็นนักศึกษาหญิงที่ช่วยชายบาดเจ็บชื่อซูโฮ รับบทโดยจองแฮอิน ซ่อนตัวในหอพัก เธอคิดว่าเขาเป็นนักศึกษาที่หนีการปราบปรามของรัฐ แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นสายลับเกาหลีเหนือจริง
ทำไมพล็อตนี้จึงกระทบความรู้สึกคนจำนวนหนึ่ง? เพราะในประวัติศาสตร์ รัฐบาลทหารเกาหลีใต้เคยกล่าวหานักศึกษาและผู้ต่อต้านรัฐบาลว่าเป็นสายลับหรือทำงานให้เกาหลีเหนือ หลายคนถูกจับ ทรมาน และดำเนินคดีด้วยข้อกล่าวหานี้ที่ถูกสร้างขึ้น ผู้คัดค้านจึงกังวลว่า เมื่อละครให้คนที่นางเอกคิดว่าเป็นนักศึกษาผู้ถูกปราบปราม กลับกลายเป็นสายลับจริง ผู้ชมอาจรู้สึกว่า “เจ้าหน้าที่ที่ไล่ล่าเขาก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน” กลุ่มรำลึกพัคจงชอล นักศึกษาที่เสียชีวิตจากการทรมานในปี 1987 ก็ออกมาคัดค้านด้วยเหตุผลนี้
ข้อวิจารณ์ยังรวมถึง การทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง ANSP (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น NIS) ดูน่าเห็นใจหรือมีคุณธรรม ทั้งที่องค์กรนี้มีประวัติสร้างคดีสายลับและละเมิดสิทธิประชาชน รวมถึงการใช้เพลงที่ผูกพันกับขบวนการประชาธิปไตยประกอบฉากสายลับหลบหนี ผู้คัดค้านมองว่าการใช้สัญลักษณ์เช่นนี้ทำให้ภาพของนักต่อสู้ประชาธิปไตยกับสายลับปะปนกัน
ฝ่าย JTBC ชี้แจงว่าอย่างไร? สถานียืนยันว่าไม่มีสายลับเป็นผู้นำหรือเข้าร่วมขบวนการประชาธิปไตยในเรื่อง และแกนเรื่องคือการสมคบกันระหว่างผู้มีอำนาจในเกาหลีใต้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือเพื่อรักษาอำนาจ โดยคนธรรมดากลายเป็นเหยื่อ ผู้สร้างจึงมองว่างานกำลังวิจารณ์การเมืองของผู้มีอำนาจ ส่วนผู้คัดค้านเห็นว่า แม้ตั้งใจเช่นนั้น พล็อตสายลับในหมู่นักศึกษาก็ยังเสี่ยงตอกย้ำข้อกล่าวหาเก่าอยู่ดี
ต่อมาเกิดคำร้องเรียกร้องให้หยุดฉายและผู้สนับสนุนบางรายถอนตัว แต่สุดท้าย Snowdrop ไม่ได้ถูกสั่งหยุดฉาย วันที่ 29 ธันวาคม 2021 ศาลยกคำร้องขอระงับการออกอากาศ โดยให้เหตุผลเรื่องการพิสูจน์ว่าละครละเมิดสิทธิของกลุ่มผู้ร้องโดยตรง และไม่อาจถือว่าประชาชนจะเชื่อเนื้อหาละครโดยปราศจากวิจารณญาณ คำตัดสินนี้จึงไม่ได้รับรองว่ารายละเอียดทางประวัติศาสตร์ในซีรีส์ถูกต้องทั้งหมด
รถเมล์สาย 518 และกรณี Starbucks
หนึ่งในรายละเอียดที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือมีฉากที่จงใจให้เห็นรถเมล์สาย 518 ที่ตัวละครใช้เดินทางไปสุสานแห่งชาติ 18 พฤษภาคม ซึ่งเว็บไซต์ของสุสานระบุว่ารถสายนี้ใช้เป็นเส้นทางเดินทางจริง และเส้นทางยังผ่านสถานที่เกี่ยวกับการรำลึกเหตุการณ์หลายแห่ง ผู้ชมอาจอ่านการเลือกถ่ายรถสายนี้ว่ามีความหมายเชิงสัญลักษณ์ได้ ขณะเดียวกันเลขดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นเฉพาะเพื่อใช้ในละคร
มีบางโพสต์ย้อนไปถึงกรณี Starbucks Korea นำมาเทียบกัน เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 บริษัทจัดโปรโมชั่นแก้วชื่อ Tank Day ตรงวันครบรอบกวางจู และใช้ข้อความเกี่ยวกับเสียง “Tak” บนโต๊ะ ผู้วิจารณ์เชื่อมคำว่า tank กับรถถังในการปราบปราม และเชื่อมข้อความตบโต๊ะกับคำอธิบายของตำรวจที่ใช้ปกปิดการทรมานพัคจงชอลเสียชีวิตในปี 1987 หลังเกิดแรงต่อต้าน บริษัทระงับกิจกรรมและขอโทษ โดยประธานกลุ่ม Shinsegae แถลงขอโทษอีกครั้งวันที่ 19 พฤษภาคม อ่านรายละเอียดได้ในบทความ https://thaipublica.org/2026/05/tank-day/
Starbucks ถูกกล่าวหาว่านำความสูญเสียมาทำมุกโฆษณา ส่วนคำร้องต่อ Doctor X กล่าวหาว่าการใช้ประวัติศาสตร์ในเนื้อเรื่องมีเจตนาทางการเมือง อย่างไรก็ตามสองกรณีมีข้อคัดค้านต่างกัน และจุดยืนทางการเมืองอยู่คนละขั้วกัน
No Fear กับสถานะล่าสุด
หลังตอน 6 ออกอากาศวันที่ 24 ตุลาคม อีอ๊กกยู โปรดิวเซอร์ผู้รับผิดชอบจาก Studio S โพสต์โปสเตอร์พร้อมคำว่า No Fear เขามีผลงานเกี่ยวข้องกับ Taxi Driver, Revenant และ The Judge from Hell สื่อและผู้ชมจำนวนหนึ่งอ่านสองคำนี้ว่าเป็นการยืนหยัดต่อแรงกดดัน แต่เจ้าตัวยังไม่ได้อธิบายเจตนา และข้อความดังกล่าวไม่ใช่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ SBS ต่อคำร้อง
ต่อมา อีจินซุก ส.ส.หญิงคนเดิม กล่าวหาว่า ซีรีส์วิจารณ์ฝ่ายอนุรักษนิยมซึ่งเป็นฝ่ายของเธอ และนำเสนอเรื่องราวที่สอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลอีแจมย็อง ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เมื่อโปรดิวเซอร์โพสต์ว่า “No Fear” หรือ “ไม่กลัว” เธอจึงย้อนถามในทำนองว่า จะต้องกลัวอะไร ในเมื่อกำลังพูดเข้าทางฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอยู่แล้ว เธอจึงไม่เห็นว่านี่เป็นความกล้าท้าทายอำนาจ แต่มองว่าเป็นการใช้ละครช่วยโจมตีคู่แข่งของรัฐบาล
แรงวิจารณ์ส่วนหนึ่งลามไปยังนางเอกคิมจีวอน MBC รายงานคอมเมนต์ที่เรียกเธอกับผลงานของเธอว่าเป็นพวกฝ่ายซ้าย และใช้คำด่าที่มีความหมายว่าพวกแดงหรือคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตามข่าวลือหนาหูล่าสุดคือ รางวัลแดซังสูงสุดบนเวที SBS Drama Awards ซึ่งมักจะจัดช่วงปลายปีน่าจะตกเป็นของ คิมจีวอน นางเอกเรื่องนี้ หรือไม่ก็ โซจีซบ พระเอกจาก Agent Kim Reactivated ที่ทำเรตติ้งพุ่งสูงปรี๊ดในปีนี้ หรือมีความเป็นไปได้ว่าอาจคว้าแดซังไปครองทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเวทีแห่งนี้
ตัวเลข 19.5% เป็นเรตติ้งเฉลี่ยครัวเรือนทั่วประเทศของตอน 6 ส่วน 21.3% เป็นเรตติ้งช่วงสูงสุดของตอนเดียวกัน ซึ่งเป็นเรตติ้งที่พุ่งสูงมาก รายงานวันที่ 28 ตุลาคมยังอ้างสถิติชุดนี้เพื่ออธิบายความนิยมของเรื่อง แต่ตัวเลขคืนที่จุดกระแสไม่อาจใช้พิสูจน์ว่าคำร้องซึ่งตามมาทำให้เรตติ้งเพิ่มหรือลด ผลหลังเกิดข้อพิพาทต้องดูข้อมูลการออกอากาศถัดไป
ณ วันที่ 28 ตุลาคม รายงานข่าวยังระบุว่าคำร้องผ่านเกณฑ์ผู้สนับสนุนเบื้องต้น 100 คนและอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดเผย SBS ยังเผยแพร่ตัวอย่างตอน 7 พร้อมกำหนดออกอากาศวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 21.50 น. เกาหลี หรือ 19.50 น. ไทย ยังไม่มีคำสั่งหยุดฉายที่ยืนยันได้จากแหล่งข่าวเหล่านี้ และทีมงานยังประชาสัมพันธ์ตอนต่อไป
ใครที่ติดตามอีพี 7 ที่ออนแอร์เมื่อคืนนี้คงได้รู้แล้วว่าจุดจบของเหตุการณ์นี้เป็นอย่างไร และน่าสนใจว่ามีรายละเอียดประวัติศาสตร์อยู่มาก สัปดาห์หน้าเราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดเหล่านั้นในคอลัมน์อาร์ตนอกสายตา โปรดติดตาม



