‘ชีน’ (SHEIN) ยักษ์ใหญ่ธุรกิจ ‘แฟชั่นเร็ว’ ของจีนการเติบโตที่มาจากโมเดลแบบ Amazon จะยั่งยืนหรือไม่

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : euronews.com

การเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา หุ้นของ “ชีน” (Shein) ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นเร็ว (fast fashion) ของจีน มีราคาตกลง จากที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ ชีนไม่ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหุ้นในสหรัฐฯและอังกฤษ เพราะมีการตั้งข้อสงสัยเรื่อง การใช้แรงงานในการผลิต ผลกระทบของธุรกิจของชีนต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในอนาคต

ชีนสามารถสร้างความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวชาวอเมริกัน โดยเสื้อยืดมีราคา 3 ดอลลาร์ และกางเกงยีน 10 ดอลลาร์ เมื่อเข้าตลาดวันแรก ราคาหุ้นตกลง 10% ก่อนที่จะราคาจะขึ้นมาอยู่ในระดับการเสนอขายครั้งแรกที่ 48.56 ดอลลาร์ฮ่องกง ทำให้ชีนมีมูลค่าตลาด 26 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากปี 2022 ที่ราคาหุ้นเคยสูงสุด ทำให้ชีนมีมูลค่าตลาดมากถึง 100 พันล้านดอลลาร์ มากกว่ามูลค่ารวมกันของ Zara และ H&M

ออกแฟชั่นใหม่ใช้เวลาแค่ 10 วัน

ครั้งหนึ่ง ชีนเคยเป็นสิ่งที่คนพูดถึงกันมากที่สุด (talk of the town) ชีนสังเกตุและมองเห็นความต้องการของคนรุ่น Z ชั่วเวลาภายใน 10 วัน สามารถเปลี่ยนกระแสทางแฟชั่น ออกมาเป็นกางเกงราคา 10 ดอลลาร์ หรือเสื้อเอวลอยราคา 5 ดอลลาร์ เสื้อผ้าของชีนราคาถูกมาก และออกแบบเสื้อผ้าสไตล์ใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง จนไล่แซงคู่แข่งที่ใหญ่กว่าอย่าง Zara และ H&M ทำให้ชีนเริ่มแผนการเข้าตลาดหุ้น

แต่ปัจจุบัน กระแสตื่นเต้นกับชีนจางลงไป นักวิเคราะห์ด้านอีคอมเมิร์ซคนหนึ่งกล่าวว่า สำหรับบริษัทที่ได้รับการกล่าวขวัญมายาวนาน ดูเหมือนว่าจะหมดเสียงเพลง ที่จะเล่นอีกแล้ว แต่ชีนก็ยังต้องมองหาเส้นทางใหม่ของการเติบโต หลังจากสหรัฐฯและยุโรปยกเลิกการยกเว้นภาษีแก่สินค้าราคาถูก ที่เคยมีส่วนช่วยหนุนสินค้า ที่มีโมเดลต้นทุนต่ำ

ที่มาภาพ : Taipei Times

โมเดลธุรกิจแบบ Amazon

บทความของ Time Magazine ชื่อ Shein Is the World’s Most Popular Fashion Brand กล่าวว่า ชีนตั้งขึ้นมาในปี 2008 โดย Chris Xu โดยนักธุรกิจที่เกิดในสหรัฐฯ หลายปีผ่านมา ชีนพัฒนาจากพ่อค้าเสื้อผ้าราคาถูกของจีน กลายมาเป็นยักษ์ใหญ่แฟชั่นออนไลน์ ยอดขายจาก 10 พันล้านดอลลาร์ปี 2020 เป็น 100 พันล้านดอลลาร์ปี 2022 ปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์

จุดขายสำคัญของชีนคือเสื้อผ้าราคาถูก ที่ส่งมอบแก่ผู้ซื้อใน 150 ประเทศ โดยเฉพาะเป็นสินค้าที่สนองความต้องการของวัยรุ่นและผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป โมเดลธุรกิจของชีนมีลักษณะคล้ายกับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ Amazon คือเป็นตลาดออนไลน์ ที่นำโรงงานเสื้อผ้าจีนกว่า 6 พันแห่ง มาอยู่ภายใต้แบรนด์ “ชีน”

ส่วนที่สำนักงานใหญ่ ชีนใช้ซอฟต์แวร์ทำหน้าที่ติดตามข้อมูลว่า เสื้อผ้าตัวไหนขายได้ไม่ได้ กล่าวกันว่าเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ปี 2021 ชีนออกเสื้อผ้าใหม่แต่ละวัน ระหว่าง 2,000-10,000 ชิ้น แต่ชีนก็กล่าวว่า เสื้อผ้าใหม่จะผลิตแค่ 50-100 ชิ้นเท่านั้น จะผลิตมากขึ้น เมื่อมีความต้องการสูง

ปัญหาโมเดลเสื้อผ้าแฟชั่นเร็ว

บทความของ Britanica AI อธิบายว่า คำว่า “แฟชั่นเร็ว” หมายถึงโมเดลธุรกิจที่เน้นการออกแบบ การผลิต และการส่งเสริมการขาย ที่รวดเร็ว ของเสื้อผ้าต้นทุนต่ำ ที่สะท้อนแนวโน้มแฟชั่นล่าสุด กล่าวกันว่า ในปี 1989 The New York Times ใช้คำนี้มาอธิบายเป้าหมายของร้านค้าปลีกเสื้อผ้าสเปน Zara ที่นำเสื้อผ้าจากเริ่มจากการออกแบบ การผลิต มาถึงการวางชั้นในร้านค้าปลีก ภายในเวลา 15 วัน ในปี 2022 Shein กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 10 วัน ส่วนแบรนด์แฟชั่นเร็วอื่นๆได้แก่ UNIQLO, H&M และ Mango

วงจรของแฟชั่นเสื้อผ้าเร็วเกิดขึ้นในปลายศตวรรษ 20 Zara บริษัทเสื้อสเปน ตั้งขึ้นปี 1975 เป็นผู้บุกเบิกแฟชั่นเร็ว ก่อนหน้านี้ การออกแบบเสื้อผ้า (clothing collections) จะมีปีละ 4 ครั้ง เมื่อเข้าสู่ศตวรรษ 21 ผู้ผลิตเสื้อบางแบรนด์ออกเสื้อผ้าใหม่ปีหนึ่ง 36 แบบ เพราะฉะนั้น วงจรการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ที่มีมานานนับร้อยปี จึงถูกทำลายลง เนื่องจากผู้ผลิตอย่าง Zara ออกเสื้อผ้าแบบใหม่ขึ้นในแต่ละสัปดาห์ 

แม้ว่า โมเดลแฟชั่นเร็วจะทำให้คนจำนวนมาก สามารถซื้อเสื้อผ้าทันสมัย เข้าถึงสไตล์ต่างๆอย่างกว้างขวาง และสร้างงานสร้างรายได้แก่ประเทศที่ผลิตและส่งออกเสื้อผ้า แต่คุณประโยชน์นี้ ก็สร้างสิ่งที่เป็นด้านเสียประโยชน์เช่นกัน เช่นต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำจำนวนมาก ขยะสิ่งทอ ค่าแรงต่ำ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่มีคุณภาพ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมแฟชั่นตามปกติอยู่แล้ว แต่แฟชั่นเร็วเป็นตัวเร่งสร้างปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากโมเดลธุรกิจตั้งอยู่บนพื้นฐานความเร็ว ต้นทุนต่ำ ปริมาณมาก และการเปลี่ยนสไตล์ที่รวดเร็ว

ที่มาภาพ : euronews.com

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บทความของ Britanica AI  กล่าวว่า แฟชั่นเร็วมีผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งก่อนการผลิตและหลังการผลิต อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นโดยรวมมีสัดส่วน 10% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอน ใช้น้ำในปริมาณสูง และใช้สีย้อมกับสารเคมี ที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดขยะสิ่งทอจำนวนมาก

แฟชั่นเร็วที่มีราคาถูกและคุณภาพต่ำ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคทิ้งเสื้อผ้า แม้จะใส่ไม่กี่ครั้ง ทำให้เสื้อผ้ากองเป็นขยะทั่วโลก นอกจากนี้ ผู้ผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นเร็วมักใช้เส้นใยสังเคราะห์ เช่นโพลีเอสเตอร์ ไนลอน และอะคริลิค วัตถุดิบเหล่านี้ผลิตออกมาในต้นทุนต่ำ และได้มาจากพลังงานฟอสซิล ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุเหล่านี้ จึงไม่ย่อยสลาย แต่จะอยู่ในหลุมกลบนานเป็นร้อยปี

การหาทางออกคือ “แฟชั่นช้า”

บทความของ Britanica AI กล่าวว่า ผู้บริโภคสามารถมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบของแฟชั่นเร็ว โดยการทำในสิ่งที่เรียกว่า “แฟชั่นช้า” (slow fashion) ประกอบด้วยการซื้อเสื้อผ้าน้อยลง และซื้อเสื้อที่ใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ แม้ราคาจะแพง แต่ก็ใช้ได้นาน เมื่อใช้แล้วก็นำไปบริจาค แทนที่ทิ้งให้ไปเป็นขยะ เสื้อผ้าบริจาคจำนวนมาก หากไม่นำไปขายต่อ ก็ถูกนำไปผ่านกระบวนการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือฉนวนในอาคาร

ส่วนร้านค้าปลีกเสื้อผ้า เริ่มมีการดำเนินการบางอย่าง เพื่อลดผลเสียจากแฟชั่นเร็ว เช่น การออกแบบเสื้อผ้าที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร้านค้าปลีกอย่าง H&M เริ่มยอมรับเสื้อใช้แล้ว ยังมีสภาพดี แลกกับบัตรของขวัญของร้าน เสื้อผ้าเหล่านี้จะนำไปขายต่อเป็นเสื้อมือสอง หรือนำไปรีไซเคิล เพื่อนำมาทำฉนวนของอาคารหรือเฟอร์นิเจอร์

เอกสารประกอบ

Shein Is the World’s Most Popular Fashion Brand – at a Huge Cost to Us All, Jan 18, 2023, time.com 

Fast Fashion, Britanica AI, 01SEP 2026.