นับถอยหลังสู่ทศวรรษที่ 6: C asean Forum 2026 ชูแนวคิดจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนอาเซียน รับมือความท้าทายโลก

เจาะประเด็นท้าทายแห่งอนาคต สร้างความพร้อมสู่โลกยุคใหม่ ในงาน C asean Forum 2026 (CaF 2026) ที่ผู้นำระดับภูมิภาคให้มุมมองและร่วมค้นหาแนวทางสู่อนาคตอย่างยั่งยืนของอาเซียนไปด้วยกัน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ศูนย์ ซี อาเซียน (C asean) จัดงานประจำปี C asean Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Navigating ASEAN’s Future: Gearing Towards the 60th Anniversary” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและเตรียมความพร้อมให้กับภูมิภาคอาเซียนก่อนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ของการก่อตั้งในปี 2027 และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตโดยไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการร่วมต้อนรับเอกอัครราชทูตจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในฐานะสมาชิกใหม่ล่าสุดของครอบครัวอาเซียนอย่างเป็นทางการ

งาน C asean Forum 2026 (CaF 2026) มีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) เป็นผู้สนับสนับสนุนหลัก ร่วมด้วย เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network : TSCN)

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ ประธานกรรมการ C asean ได้กล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูต ผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า อาเซียนกำลังท่องอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์โลกที่ทวีความซับซ้อนขึ้นทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี วิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรูปแบบการค้า การลงทุน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเตรียมความพร้อมสำหรับบทต่อไปของอาเซียนจึงจำเป็นต้องอาศัย “ความร่วมมือที่น่าเชื่อถือ” (Trusted Partnerships) การพูดคุยที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ รวมถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะลงมือทำ

“อาเซียนกำลังจะครบรอบ 60 ปีในปี 2027 จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทบทวนว่าเราได้เดินทางร่วมกันมาไกลเพียงใด และเพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างอนาคตของประชาคมของเราให้มีความสงบสุข ยืดหยุ่น และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” นายฐาปนกล่าว

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ C asean

ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่น: ถอดรหัสตัว “C” ของ C asean

นายฐาปนได้ย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของ C asean ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนผู้ล่วงลับ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากสถานเอกอัครราชทูต องค์กรระหว่างประเทศ และพันธมิตรต่าง ๆ มาโดยตลอด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา C asean มุ่งมั่นสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งระดับประชาชนและหลากหลายภาคส่วน ผ่านมิติหลัก ๆ ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การพัฒนาศักยภาพผู้นำ รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อสร้างพื้นที่แห่ง “การพูดคุย ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือ” (Conversations, Creativity, and Collaboration) อันเป็นหัวใจสำคัญของอักษรตัว “C” ทุกตัวในชื่อองค์กร ผ่านโครงการเรือธง (Flagship Initiatives) ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ:

  • Sustainability Expo (SX): แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7
  • C asean Consonants: วงดนตรีแชมเบอร์ระดับภูมิภาคที่รวบรวมนักดนตรีเครื่องดนตรีพื้นบ้านจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสะท้อนสปิริตความเป็นหนึ่งเดียว “ASEAN as One”
  • ASEAN Management Development Program: โปรแกรมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารรุ่นใหม่ให้พร้อมขับเคลื่อนและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจอาเซียนที่ผสมผสานกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา C asean ยังได้ขยายเครือข่ายและพื้นที่การทำงานจากอาคาร CW Tower ในกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่รวม 6 แห่ง รวมถึง C asean Lanna ที่จังหวัดเชียงใหม่ และ C asean Hanoi ณ ประเทศเวียดนาม เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน (People-to-people connections) ทั่วทั้งอาเซียน

มากกว่าเวทีสนทนา แต่คือ “สารเร่ง” ความร่วมมือ

งานประชุมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานสภาเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย มาร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ASEAN Milestones and Future Directions” สะท้อนพัฒนาการสำคัญของอาเซียน พร้อมนำเสนอมุมมองต่อทิศทางของภูมิภาคท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พร้อมด้วยคณะเอกอัครราชทูตที่มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคและการเตรียมความพร้อมสู่อนาคตในเวที Ambassadorial Dialogue หัวข้อ “Road to ASEAN’s 60th Anniversary: Ambassadors’ Dialogue for Future Resilience” โดยเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่

ฯพณฯ ดาตุก วัน ไซดี บิน วัน อับดุลละฮ์ (Datuk Wan Zaidi Bin Wan Abdullah) เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย

ฯพณฯ ฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (H.E. Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย

ฯพณฯ มิลลิเซนต์ ครุซ-ปาเรเดส (H.E. Mrs. Millicent Cruz-Paredes) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย

ฯพณฯ หว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน (H.E. Ms. Wong Siow Ping Catherine) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย

โดยมี ท่านทูตพิษณุ สุวรรณชฎ รองประธานกรรมการ ศูนย์ ซี อาเซียน เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน แชร์มุมมองและประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมสะท้อนแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความพร้อมของอาเซียนสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในช่วง Insight Talks หัวข้อ “Advancing Regional Competitiveness Towards ASEAN at 60” ผ่านประเด็นสำคัญ ได้แก่

FMCG Strategic Adaptation to New Consumer Demands – กลยุทธ์ปรับตัวของธุรกิจ FMCG เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดย คุณจิดานันท์ ตันพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด  กลุ่มความงามและสุขภาพ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

Digital Trade Ecosystem: Insights from the Field – บทเรียนจากประสบการณ์จริงจากการทำธุรกิจในระบบนิเวศการค้าดิจิทัลอาเซียน โดย Ms. Helene Sara Kwek Hong Sin, President, ASEAN CXO Association

“เมื่อเรามองไปข้างหน้าสู่อาเซียนในวัย 60 ปีและหลังจากนั้น ผมหวังว่าฟอรัมนี้จะไม่เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับการพูดคุยเท่านั้น แต่จะเป็นสารเร่ง (Catalyst) ที่ขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือที่ลึกยิ่งขึ้น เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสร้างความก้าวหน้าร่วมกัน โดยมีเป้าหมายคืออนาคตที่เรากำลังสร้างขึ้นมาด้วยกัน” นายฐาปน กล่าว