จิตเกษม พรประพันธ์
เดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีเรื่องที่น่ายินดีกับนักธุรกิจไทยในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026 : PM’s Export Award 2026) เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม[1] สำหรับผู้เขียนแล้วยิ่งตื่นเต้นไปด้วยเมื่อเห็นภาพน้อง “แม็กกี้” เพื่อนร่วมงานที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกัน ขึ้นรับรางวัลดังกล่าวจากท่านนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่ากิจการของแม็กกี้ทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จที่สมควรถอดบทเรียนเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับ SMEs ไทยที่สนใจในการพัฒนาทั้งด้านการผลิตสินค้าและช่องทางการค้าครับ
พอเดือนกันยายนก็ประจวบเหมาะที่ผู้เขียนมีภารกิจในพื้นที่จังหวัดชัยนาทกับนครสวรรค์ จึงได้มีโอกาสนัดพูดคุยกับแม็กกี้และพี่ชายที่เป็นผู้บริหารกิจการ จึงขอแนะนำให้รู้จักกับทั้งสองพี่น้องคนเก่งอย่างเป็นทางการครับ คุณอาทิตย์ จิตสุทธิภากร กรรมการผู้จัดการ และคุณอุทุมพร จิตสุทธิภากร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัฒนาธุรกิจ ของบริษัท เดชชัย รับเบอร์ จำกัด ณ โรงงานและสำนักงานที่นครสวรรค์ หลายคนคงสงสัยแล้วว่าบริษัทฯ ส่งออกสินค้าอะไร ทำกิจการเกี่ยวกับยางพาราเหรอ แล้วทำไมเรื่องยางพาราจึงมาอยู่นครสวรรค์ได้ ก็ได้คำตอบว่าบริษัทฯ ผลิต “ลูกยางสีข้าว” ซึ่งก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร

ลูกยางสีข้าว หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ลูกยางกะเทาะเปลือกโรงสีข้าว[2]มีลักษณะคล้ายล้อรถยนต์ มีแกนเป็นโลหะคล้ายกระทะล้อรถยนต์ และมีขอบยางล้อมรอบเสมือนยางรถยนต์ โดยทั่วไปมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 และ 12 นิ้ว ติดตั้งในเครื่องสีข้าวเยื้องกัน 2 ลูกชิดๆ กัน และปล่อยเมล็ดข้าวเปลือกไหลตกผ่านลงตรงช่องว่าง โดยใช้พลังงานเครื่องจักรหมุนลูกยางด้วยความเร็วที่แตกต่างกันทำการบดเมล็ดข้าวเปลือกเพื่อกะเทาะเปลือกออกมาเป็นแกลบ เมล็ดข้าวจึงออกมาเป็นข้าวกล้องจะเข้าสู่กระบวนการขัดขาวต่อไป โดยบริษัทฯ พัฒนาการผลิตลูกยางที่มีระดับความแข็งของเนื้อยางสังเคราะห์ให้เหมาะสมกับพันธุ์ข้าวสำหรับลูกค้าเลือกใช้ได้ถึง 4 ระดับ Soft Elastic Balance และ Performance ถือเป็น product development สำคัญที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งนี้ ลูกยางสีข้าวเป็นวัสดุสิ้นเปลืองต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อครบอายุการใช้งาน

ตามคำบอกเล่าจากสองพี่น้องว่า คุณพ่อสุรศักดิ์ จิตสุทธิภากร ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ริเริ่มกิจการมากว่า 50 ปี ตั้งแต่ปี 2518 แล้ว โดยพื้นฐานมีประสบการณ์จากงานโลหะและการกลึงเหล็กถ่ายทอดมาจากอากงและพี่น้อง โดยที่นครสวรรค์สมัยนั้นเป็นอู่ข้าว/ท่าข้าวสำคัญของไทย จึงได้รับงานซ่อมสร้างโลหะอุปกรณ์และอะไหล่เครื่องจักรสีข้าว ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญขึ้น โดยเฉพาะลูกยางสีข้าว ทำให้เห็นโอกาสการผลิตลูกยางในเครื่องจักรสีข้าว จึงขวนขวายหาความรู้โดยการไปฝึกงานกับโรงงานรองเท้าฟองน้ำเพื่อทำความเข้าใจกับสูตรการผสมเนื้อยาง ทำให้มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องโลหะที่เป็นแกนและเนื้อยางที่อยู่ส่วนขอบ ซึ่งความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็น niche ประกอบกับอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ชุกชุมไปด้วยโรงสีรับงานเยอะ (economy of agglomeration) ทำให้เห็นจุดบกพร่องต่างๆ ที่นำมาปรับปรุงสินค้าให้ดีขึ้นได้
ดังนั้น ในรุ่นของคุณพ่อจึงเป็นการสั่งสมประสบการณ์แบบ 3-in-1 มากว่า 50 ปี ในลักษณะ traditional ประกอบกับรุ่นลูกเข้ามารับช่วงต่อได้นำเอา Research & Development เข้ามาใช้ จนทำให้ในปัจจุบันสามารถผลิตแกนลูกยางได้ทั้งที่เป็นเหล็กและอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป (die casting) และบริษัทฯ ได้พัฒนาสูตรยางสังเคราะห์เฉพาะของตนเอง โดยมุ่งเน้นความทนทานและประสิทธิภาพในการใช้งาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์ความรู้และจุดแข็งสำคัญของบริษัทโดยได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงมาตรฐานสากลนานาชาติ ISO 9001 และอื่นๆ เช่น American National Standards Institute (ANSI) และ United Kingdom Accreditation Service (UKAS) ถือเป็น product superiority เมื่อเทียบกับคู่แข่งต่างประเทศ
นอกจากลูกยางขนาดมาตรฐาน 10 และ 12 นิ้ว แล้ว บริษัทฯ ยังผลิตขนาด 5 นิ้วเฉพาะตลาดข้าวญี่ปุ่นด้วย ซึ่งแม็กกี้เป็นดุษฎีบัณฑิตจาก Nagoya University ญี่ปุ่น โดยในระหว่างเรียนก็เห็นช่องทางการขยายตลาดลูกยางสีข้าวในญี่ปุ่น ซึ่งชาวนาญี่ปุ่นมีเครื่องสีข้าวเป็นของตนเองแต่เป็นเครื่องขนาดเล็ก ลูกยางสีข้าวจึงเล็กกว่ามาตรฐานโดยทั่วไป บริษัทฯ ได้ออกแบบและผลิต (Original Design Manufacturer หรือ ODM) ขึ้น บริษัทฯ จึงพัฒนาและผลิตลูกยางขนาดเฉพาะสำหรับตลาดญี่ปุ่น จนสามารถขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าส่งออกไปญี่ปุ่นก็ต้องผ่านมาตรฐาน Japan Industrial Standards หรือ JIS ด้วย
บริษัทฯ จึงเป็นผู้ผลิต Original Brand Manufacturer (OBM) และส่งออกลูกยางสีข้าวอันดับหนึ่งของไทยภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ เอง คือ Sportman และรับจ้างผลิต Original Equipment Manufacturer (OEM) ให้กับผู้ขายในต่างประเทศ การส่งออกครอบคลุมทวีปอเมริกาเหนือ/ใต้ ยุโรป และเอเซีย กว่า 15 ประเทศ และในปีนี้ บริษัทฯ ได้ต่อยอดการพัฒนาลูกยางสีข้าวระดับ premium food grade เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมลูกยางสีข้าวไทย จนได้รับ มอก. 633-2531 โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ลูกยางสีข้าวมีการพัฒนาไปจากอดีต โดยเฉพาะลูกยางแบบแกนอะลูมิเนียมซึ่งมีบทบาทมากขึ้นทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ[3]
ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังทำ system integration ในไลน์การผลิตลูกยางสีข้าวให้เป็นระบบ automation นอกจากนี้ บริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แผ่นยางสังเคราะห์สำหรับปูพื้นสนามกีฬาหรือสนามเด็กเล่นรองรับแรงกระแทก จากลูกยางสีข้าวใช้แล้วที่รับกลับมาจากโรงสี ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านการกำจัดของเสียอีกด้วย
ในความเชี่ยวชาญด้านเนื้อยางสังเคราะห์ บริษัทฯ ได้นำความเชี่ยวชาญด้านยางสังเคราะห์มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ฉนวนยางสำหรับงานระบบอาคารและอุตสาหกรรม เช่น ฉนวนกันลามไฟ ระบบปรับอากาศ ระบบท่อน้ำร้อนเย็น นอกจากนี้ จากความเชี่ยวชาญโลหะหล่อขึ้นรูป บริษัทฯ ยังศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านอะลูมิเนียม die casting ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และ EV ในอนาคต
จากการพูดคุยกัน ทำให้ได้ทราบถึงแรงจูงใจในการเข้าร่วมประกวดรางวัล “ก็เพราะต้องการให้ความสามารถด้านการส่งออกของบริษัทฯ ได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักเกณฑ์และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่การสื่อสารทางการตลาด โดยเฉพาะในตลาดลูกยางสีข้าวที่มีการแข่งขันจากสินค้านำเข้าและผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทฯ จึงมองว่า หากเราผลิตจริง ส่งออกจริง มีลูกค้าต่างประเทศจริง และมีผลงานรองรับ ก็ควรนำศักยภาพเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ (credibility) ให้กับบริษัทฯ…” แม็กกี้เล่า
พร้อมเล่าต่อด้วยว่า “…กระบวนการประเมินเป็นไปอย่างเข้มข้นและรอบด้าน ตั้งแต่ผลงานการส่งออก การบริหารองค์กร การผลิต คุณภาพสินค้า ไปจนถึงการตรวจโรงงานผลิตจริง ที่จะเป็นหลักฐานยืนยันศักยภาพและสร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัทฯ ในการเจาะตลาดต่างประเทศ (market access) หลังได้รับรางวัลบริษัทฯ ยังสามารถต่อยอดผ่านงานแสดงสินค้าและกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ร่วมช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ SPORTMAN และส่งเสริมให้ลูกยางสีข้าว Made in Thailand เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสร้างทั้งคุณค่าของแบรนด์และภาพลักษณ์ของบริษัท”
จากความฝัน… สู่รางวัล หาก SMEs ไทยมีความฝัน ก็สามารถถอดบทเรียน ก็คือ บริษัทฯ ได้สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นพ่อ โดยผสมผสานความรู้ด้านโลหะ การกลึงเหล็ก และสูตรเคมีเนื้อยางสังเคราะห์ กลายเป็นองค์ความรู้เฉพาะตัว (tacit knowledge) สร้างลูกยางสีข้าวที่แตกต่างจากคู่แข่ง (differentiation) และเมื่อรุ่นลูกนำ R&D เข้ามาประกอบในการพัฒนาคุณภาพลูกยางและปรับกระบวนการผลิตให้ทันสมัย ทำให้ผลิตภาพของบริษัทฯ สูงขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ลูกยางสีข้าวที่เป็นสินค้าตัวเดิม แต่มีวิวัฒนาการโดยใช้ความเชี่ยวชาญหลัก (core competence) ของรุ่นพ่อมาต่อยอดเพื่อสร้างน่านน้ำใหม่ในตลาดแผ่นฉนวนกันความร้อน ชิ้นส่วนรถ EV และผลิตภัณฑ์ recycle เป็นต้น
ทั้งนี้ SMEs อย่ามองมาตรฐานสากลว่าเป็น “ต้นทุน” แต่ให้ถือเป็น “การลงทุน” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้ง ISO 9001, ANSI, UKAS หรือ JIS และเป็น “ใบเบิกทาง” ในการบุกตลาดต่างประเทศที่มีความเข้มงวดสูงอย่างญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา และการใช้กลยุทธ์ที่ผลิตทั้ง OBM ODM และ OEM ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) และความยั่งยืนให้กับธุรกิจ จากการ กระจายตลาดได้ดี ลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงิน
ท้ายนี้ ก็หวังว่าเรื่องเล่าจากบริษัท เดชชัย รับเบอร์ จำกัด จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับ SME ที่มีความฝันและลงมือทำในการขับเคลื่อนกิจการและผลิตภัณฑ์/บริการมุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายและได้รับ “รางวัลแด่คนช่างฝัน” เช่นเดียวกันครับ
อ้างอิง :[1] “นายกฯ” เป็นประธานมอบ 44 รางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น Prime Minister’s Export
Award 2026
[2] บริษัท เดชชัยรับเบอร์… – ลูกยางกระเทาะข้าวเปลือกโรงสีข้าว | Facebook
[3] ทั้งนี้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลูกยางสีข้าว มอก. 633-2531 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจนเพียงพอ ดังนั้น บริษัท เดชชัยรับเบอร์ จำกัด จึงอยู่ระหว่างผลักดันแนวทางการปรับปรุงและขยายขอบเขตมาตรฐาน มอก. ลูกยางสีข้าวให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางส่วนในตลาดยังไม่ปรากฏการรับรองตามมาตรฐาน มอก. 633-2531 อย่างชัดเจน บริษัทฯ จึงเสนอให้มีข้อกำหนดทางเทคนิค วิธีการทดสอบ และเกณฑ์คุณภาพที่ชัดเจนและเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน รวมถึงพิจารณาเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้าสินค้ามีเกณฑ์อ้างอิงด้านคุณภาพที่เหมาะสม อันจะช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้งาน
หมายเหตุ: “บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลและการเรียบเรียงเรื่องผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่สังกัด อนึ่ง ชื่อ ภาพ และเครื่องหมายการค้าของธุรกิจที่ปรากฏในบทความนี้ ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการยกตัวอย่างประกอบเนื้อหาและการศึกษาเท่านั้น โดยไม่มีเจตนาในการโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น”



