‘Shared Prosperity in a Fractured World’ ของ Dani Rodrik การแบ่งปันความมั่งคั่งในโลกที่แบ่งแยก

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

Dani Rodrik นักเศรษฐศาสตร์ชาวตุรกี ที่มาภาพ : https://www.weforum.org/stories/economic-growth/globalization-tariffs-democracy-isolationism-dani-rodrik/

หากจะมีนักเศรษฐศาสตร์คนไหน ที่สนใจต่ออนาคตของประเทศกำลังพัฒนา หนึ่งในนั้นคือ Dani Rodrik นักเศรษฐศาสตร์ชาวตุรกีของฮาร์วาร์ด ความสนใจของเขาเกิดขึ้น ในช่วงที่เติบโตในเมืองอิสตันบูล การปกป้องการค้าของรัฐบาลตุรกีทำให้โรงงานทำปากกาลูกลื่นของบิดาเขา เจริญรุ่งเรืองขึ้นมา แต่แนวคิดเศรษฐศาสตร์ในเวลานั้นแนะนำให้ชาติกำลังพัฒนาทำสิ่งตรงกันข้าม เปิดตลาดการค้าให้กว้าง และยกเลิกการปกป้องธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ

Rodrik กล่าวกับนิตยสาร Harvard Magazine ว่า การพัฒนาความคิดของเขา เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 แนวคิดที่ครอบงำเวลานั้นคือ “ความเชื่อดั้งเดิมในกลไกตลาดเสรี” (free-market fundamentalism) การแทรกแซงของรัฐเป็นเรื่องเลวร้าย การคุ้มครองการค้าทำให้ธุรกิจขาดประสิทธิภาพ แต่จากประสบการณ์ในตุรกีของเขา หากไม่มีการคุ้มครองการค้าระดับหนึ่ง จะไม่มีชนชั้นกลางและคนชั้นกลางระดับสูงเกิดขึ้น สิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นทัศนะของเขา ที่แตกต่างจากทัศนะทั่วไป ในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ

ประชาธิปไตย ความมั่งคั่ง ความยั่งยืน

หนังสือเล่มใหม่ของเขาชื่อ Shared Prosperity in a Fractured World กล่าวว่า คนเราทุกคนต้องการอยู่ในสังคมที่มีอิสระเสรี ปราศจากความยากจน และมีสภาพอากาศที่เอื้ออาธรต่อการดำรงชีวิต สรุปสั้นๆก็คือ เราต้องการประชาธิปไตย ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน แต่เราจะบรรลุ 3 อย่างนี้ได้อย่างไร ในโลกเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน ที่ออกห่างจากกฎระเบียบที่เคยตกลงกันไว้ และมหาอำนาจมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

เป้าหมายทั้ง 3 คือประชาธิปไตย ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน จึงเป็นปัญหาท้าทายสำคัญสุดที่โลกเราเผชิญอยู่ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็น “ภัยคุกคามการดำรงอยู่” ของคนเรา เป็นปัญหาระดับโลก แต่ผลกระทบอาจไม่เท่ากัน ประเทศรายได้ต่ำได้รับผลกระทบมากที่สุด การแก้ปัญหาที่ยอมรับกันคือ ข้อตกลงนานาชาติเพื่อลดก๊าซคาร์บอนกับก๊าซเรือนกระจก และการให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศยากจน แต่ความก้าวหน้ายังยากที่ระบุชัดเจน

การถดถอยทางประชาธิปไตยในสหรัฐฯและอีกหลายประเทศ เป็นภัยคุกคามต่อเสรี การได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ เป็นอันตรายต่อระบบการแบ่งแยกอำนาจการเมือง หลักนิติธรรม และเสรีภาพทางวิชาการ ระบบการผลิตอัตโนมัติ การลดการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และโลกาภิวัตน์ มีส่วนทำให้เกิดความไม่มั่นคงต่อชีวิตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากงานอาชีพที่ดีมีคุณภาพถือเป็นเสาหลักสำคัญของสังคมชนชั้นกลาง แต่งานในอนาคตจะมาจากภาคบริการ มากกว่าภาคการผลิต ดังนั้น จึงต้องแสวงหาแนวทางการสร้างงานบริการ ที่มีคุณภาพขึ้นมา

ส่วนปัญหาความยากจนของประเทศกำลังพัฒนา หลายสิบปีที่ผ่านมามีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็น หลังจากทศวรรษ 1980 เมื่อการเติบโตเศรษฐกิจพุ่งทะยานขึ้นแล้ว ในจีนและหลายประเทศ คนหลายร้อยล้านคนถูกยกออกมาจากความยากจน แต่หลังจากโควิด-19 และเมื่อทรัมป์โจมตีการค้าโลก ความหวังในเรื่องนี้เลือนหายไป

การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา ต้องเผชิญความจริงใหม่ สิ่งที่เคยได้ผลสำเร็จในอดีต ไม่น่าที่จะได้ผลในอนาคตอีกแล้ว การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะสาเหตุจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ปัญหาการกีดกันการค้า  และเทคโนโลยีใหม่อย่างเช่นระบบอัตโนมัติ ทำให้การอาศัยแรงงานไร้ฝีมือ ไม่มีความได้เปรียบอีกต่อไป ประเทศกำลังพัฒนาจึงต้องแสวงหาแนวทางแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมการเติบโต และลดความยากจน

ที่มาภาพ : Pinterest

การเปลี่ยนโครงสร้างมาจากบทบาทรัฐ

Dani Rodrik กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว การสร้างสังคมชนชั้นกลาง ที่เป็นเสาหลักประชาธิปไตย โดยมาจากการมีงานที่มีคุณภาพ และการลดความยากจนในประเทศกำลังพัฒนา หัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง ที่เกิดขึ้นจากแผนงาน (engineering) ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

การบรรลุเป้าหมาย 3 ประการ ต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ไปสู่ธุรกรรมที่มีผลิตภาพมากกว่า ไม่ว่าอาศัยเป็นนวัตกรรม สมรรถนะขององค์กร จิตวิญญาณผู้ประกอบการ เงินทุนและแรงงาน ยุทธศาสตร์ที่จะโยงพื้นที่ทั้ง 3 ด้านนี้เข้าด้วยกัน คือสิ่งที่ Dani Rodrik เรียกว่า  “แนวคิดผลิตภาพนิยม” (productivism) ที่ถือว่า เป้าหมายหลักขององค์กรมนุษย์คือ การมีผลิตสูงขึ้นต่ออย่างเนื่อง

พวกที่ยึดถือแนวคิด “กลไกตลาดดั้งเดิม” มองว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็นเรื่องการทำงานของกลไกตลาด หน้าที่รัฐบาลคือการปล่อยให้กลไกตลาดได้ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรให้ได้ดีที่สุด ซึ่งก็คือการทำกำไรมากที่สุด

ในหนังสือชื่อ  Free to Choose นักเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมที่มีชื่อเสียง Milton Friedman หยิบเอาแท่งดินสอ เป็นตัวอย่างพลังของกลไกตลาด มีคนนับพันคนทั่วโลกที่ผลิตแท่งดินสอนี้ขึ้นมา คนงานผลิตแร่ธรรมชาติกราไฟท์ทำไส้ดินสอ ตัดต้นไม้ นำชิ้นส่วนมาประกอบ และส่งสินค้าไปขายทั่วโลก ไม่มีหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจมาทำหน้าที่นี้ การผลิตอาศัยกลไกตลาดและระบบราคา ทั้งหมดคือผลงานของมือที่มองไม่เห็นของอดัม สมิธ

แต่ 45 ปีต่อมา เรื่องราวของการผลิตดินสอมีคำอธิบายอีกแบบหนึ่ง ที่รัฐมีบทบาทสำคัญส่งเสริมการผลิต ทุกวันนี้ จีนเป็นผู้ผลิตดินสอใหญ่สุดของโลก โดยที่จีนไม่น่าจะเป็นฐานอุตสาหกรรมนี้ เม็กซิโกและเกาหลีใต้เป็นแหล่งแร่กราไฟท์ อินโดนีเซียและบราซิลมีป่าสำรองมากกว่า เยอรมันมีเทคโนโลยีการผลิตดีกว่า จีนมีแรงงานต้นทุกต่ำ เช่นเดียวกับบังคลาเทศ แต่ความสำเร็จของจีนมาจากผู้ประกอบการ แรงงาน รวมทั้งมาตรการสนับสนุนจากรัฐ ทำให้วัตถุดิบถูกลง อุดหนุนการส่งออก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรม

อีกตัวอย่างหนึ่งคือการพัฒนาอุตสาหกรรมกล้วยไม้ของไต้หวัน ที่เริ่มต้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว จากความพยายามของรัฐบาลไต้หวัน ที่จะกระจายการผลิตออกจากอุตสาหกรรมน้ำตาล ที่อดีตมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจชนบท ทั้งการส่งออกและรายได้ของเกษตรกร แต่เมื่อราคาน้ำตาลโลกตกต่ำ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจมาก รัฐบาลไต้หวันเลือกที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมกล้วยไม้ระดับโลกขึ้นมาแทน สร้างระบบนิเวศการผลิตสนับสนุนเอกชน จนไต้หวันเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้ใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากเนเธอร์แลนด์และไทย

ที่มาภาพ : pelexs.com

Dani Rodrik กล่าวสรุปว่า “แนวคิดผลิตภาพนิยม” ให้ความสำคัญแก่บทบาทของรัฐในการผลักดันการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และการสร้างนวัตกรรม เป็นปัจจัยที่จะทำให้โอกาสเศรษฐกิจกระจายทั่วระบบเศรษฐกิจ ผลิตภาพนิยมจะเน้นเศรษฐกิจแท้จริงมากกว่าการเงิน การผลิตมากกว่าการบริโภค การสร้างงานที่ดีมีคุณภาพ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจการผลิตของท้องถิ่น

มีคำพูดที่ว่า หากเราต้องการทำให้คนพ้นจากความยากจน ไม่ใช่การแจกปลาให้เขา แต่สอนให้เขาจับปลาด้วยตัวเอง แนวคิดกระจายสินทรัพย์คือการแจกปลา แนวคิดมาก่อนการกระจายสินทรัพย์คือการศึกษา หรือสอนให้คนจับปลา แต่แนวคิดผลิตภาพนิยมคือการทำให้มีปลามากในสระน้ำ

เอกสารประกอบ

Shared Prosperity in a Fractured World, Dani Rodrik, Princeton University Press, 2026.

Dani Rodrik profiled by Marina Bolotnikkova, Harvard Magazine, July-August 2019.