ธปท.ยกระดับสกัดทุนเทา คุมเงินไหลเข้าตั้งแต่ 2 แสนดอลล์ ต้องแสดงที่มา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 38) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า โดยหากธุรกรรมมีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์ ต้องเรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินทุกรายการ

วันที่ 29 กันยายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือเวียนถึง ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แจ้งถึงการออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 38) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศ ที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

เพื่อให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ดังกล่าวเป็นไปเพื่อการค้าการลงทุนและตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง สรุปดังนี้

1. การรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่ลูกค้าได้รับมาจากต่างประเทศ ให้ธนาคารพาณิชย์ ปฏิบัติดังนี้

1) เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ทั่วไป เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินลงทุน ในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเงินกู้ หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ให้เรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศเป็นรายธุรกรรม ยกเว้นลูกค้าที่ผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Business: KYB) ไม่ต้องเรียกเอกสารได้

2) เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ watchlist หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ให้เรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศเป็นรายธุรกรรม โดยไม่สามารถ ใช้กระบวนการ KYB แทนการเรียกเอกสารดังกล่าวได้

เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ watchlist และเงินที่มาจากค่าทองคำ ได้แก่

(1) เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย

(2) เงินจากค่าสินทรัพย์ดิจิทัล

(3) เงินทุนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้และ เงินให้กู้ และเงินส่วนต่างจากธุรกรรมอนุพันธ์ และ

(4) เงินจากวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและ บริจาค เงินลงทุน ธนบัตรเงินบาทและบัญชีเงินฝาก 2

3) เงินที่มาจากค่าทองคำ ให้เรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมในทุกจำนวนเงิน และในกรณีที่เป็นการโอนเงินค่าทองคำเข้าประเทศเป็นสกุลบาทผ่านบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ นอกประเทศ (Non-resident baht account) ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรม ในทุกจำนวนเงินเช่นเดียวกัน

4) เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินสด ให้รับซื้อได้ไม่เกินวันละ 15,000 ดอลลาร์ สรอ. โดยหากเกินกว่า 15,000 ดอลลาร์ สรอ. ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ หรือเอกสารหลักฐานที่แสดงการได้มาจากผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

2. การรับฝากเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติ เช่นเดียวกับกรณีรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็นธุรกรรมทันทีตามแต่ละกรณีข้างต้นด้วย

ทั้งนี้ ธปท. ได้ปรับปรุงแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเงินตรา ต่างประเทศและการเรียกเอกสารให้สอดคล้องกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ข้างต้นตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อ่าน หลักเกณฑ์การเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศ ที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ